จี้ยุติการแต่งงานในเด็ก เนื่องในวันเด็กผู้หญิงสากล

เนื่องในวันที่ 11 ต.ค.ของทุกปี ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันเด็กผู้หญิงสากล เพื่อสร้างความตระหนักถึงสิทธิของเด็กผู้หญิงและความท้าทายพิเศษที่เด็กผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญ องค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ (EAP/SA UNGEI) ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้ยุติการแต่งงานในเด็กและเร่งพัฒนาความเท่าเทียมและเสมอภาคระหว่างเพศในการศึกษาภายในปี พ.ศ.2558

 

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ที่มา: UN Girl Education Initiative

วันเด็กหญิงสากล

แถลงการณ์ร่วมขององค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ (EAP/SA UNGEI)

ยุติการแต่งงานในเด็ก

วันที่ 11 ตุลาคมมีความสำคัญยิ่งโดยเฉพาะสำหรับองค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ (EAP/SA UNGEI) การเริ่มเป็นทางการของ “วันเด็กผู้หญิงสากล” เป็นการรวมกันเป็นปึกแผ่นในการให้คำมั่นสัญญาทั่วโลกว่าจะมีความเสมอภาคสำหรับเด็กผู้หญิงไม่เฉพาะทางการศึกษาแต่สำหรับทุกด้านของชีวิต คำว่า “เด็กผู้หญิง” เจาะจงหมายถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มักต้องเผชิญกับความท้าทายที่มีลักษณะเฉพาะเมื่อเทียบกับเด็กผู้ชายและสตรี ในวันนี้เราจะระลึกว่าเด็กผู้หญิงทุกคนมีสิทธิ์ในสิทธิมนุษยชน ได้รับการปฏิบัติและมีโอกาสอย่างเสมอภาค รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างครบถ้วนกระบวนการ อย่างไรก็ตามเรายังต้องเผชิญกับอุปสรรคเช่นความรุนแรงเกี่ยวกับทางเพศ แรงงานเด็ก ความมีอคติที่ฝังลึก การเลือกปฏิบัติ และการแต่งงานของเด็ก เพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะที่เท่าเทียมสำหรับเด็กผู้หญิงในสังคม หัวข้อสำหรับ “วันเด็กผู้หญิงสากล” ในปีนี้มุ่งเน้นที่ผลเสียของการแต่งงานในวัยเด็กและความจำเป็นที่จะต้องยุติการกระทำนี้

องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ได้ให้คำนิยามการแต่งงานของเด็กว่า “เป็นการแต่งงานอย่างเป็นทางการหรือการร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการของเด็กที่กำหนดว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปีกับผู้ใหญ่หรือเด็กอีกคนหนึ่ง” ถึงแม้ปัญหานี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย บ่อยครั้งจะพบว่าเด็กผู้หญิงถูกกระทบในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights) ยอมรับในสิทธิเสรีภาพและการยินยอมอย่างเต็มใจของการแต่งงาน โดยระบุว่าการยินยอมนั้นจะไม่เป็นไปอย่าง “เสรีและสมบูรณ์” หากฝ่ายหนึ่งยังไม่เจริญวัยพอที่จะตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลเกี่ยวกับคู่ชีวิต ส่วนมาตรา 16 ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women (CEDAW) ได้ห้ามมิให้มีการแต่งงานในเด็กโดยบัญญัติว่า “การสัญญาว่าจะแต่งงานและการแต่งงานในเด็กนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย” ในขณะที่อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก Convention on the Rights of the Child (CRC) ถึงแม้จะไม่ได้อ้างถึงการแต่งงานในเด็กโดยตรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแต่งงานในเด็กมีความเชื่อมโยงกับสิทธิอื่นๆ ของเด็กเช่น สิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ได้รับการคุ้มครองจากการข่มเหงในทุกรูปแบบ และปกป้องจากการกระทำทารุณกรรมโดยพิธีทางประเพณี ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถึงแม้ว่าการแต่งงานในเด็กในหลายชุมชนจะได้รับการสนับสนุนหรือถูกบีบบังคับจากครอบครัวจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจ อาจเป็นวิธีปกป้องเด็กผู้หญิงจากความสำส่อน การถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศและการถูกตัดขาดจากสังคมและหนทางป้องกันการตั้งครรภ์นอกสมรส แต่ผลจากการวิจัยอีกทั้งหลักฐานจากการบอกเล่าบ่งชี้ว่า การแต่งงานในเด็กนำภัยสู่เด็ก เช่นการทารุณ การหย่าร้าง การถูกทอดทิ้ง และความยากจน ซึ่งบ่อยครั้งเป็นการละเมิดสิทธิเด็กมากมาย

สถิติที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการแต่งงานในเด็กมีน้อยมากเนื่องจากไม่มีการบันทึกและการมีลักษณะอย่างไม่เป็นทางการของการเก็บข้อมูล แต่จากรายงานที่มีอยู่ทำให้รู้ว่ากว่าครึ่งของเจ้าสาววัยใสในโลกนี้มีถิ่นฐานในเอเชียใต้ ซึ่งมีการแต่งงานในเด็กและแต่งงานเร็ว มากกว่าทุกภูมิภาคในโลกนี้ สตรีประมาณร้อยละ 46 หรือ 32.6 ล้านคน ในเอเชียใต้ ที่มีอายุ 20-24 ปีจะแต่งงานหรืออยู่ร่วมกันเมื่ออายุ 18 ปี  ประเทศบังกลาเทศและเนปาลจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเด็กผู้หญิงแต่งงานก่อนอายุ 18 ปีซึ่งเป็นอายุตามที่กฏหมายกำหนดให้แต่งงานได้  ในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกปัญหานี้มีมากกว่าที่คิด โดยเด็กผู้หญิงเกือบหนึ่งในห้าคนแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี สถิติการแต่งงานในเด็กสูงสุดสำหรับประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก เช่น วานูอาตู นาอูรู และหมู่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งแม้ว่ากฏหมายไม่รับรู้แต่ก็เป็นที่ยอมรับในทางประเพณี ทั่วโลกจะพบว่าในประเทศที่มีการแต่งงานในเด็กจะมีขึ้นในร้อยละ 20 ของประชากรที่ยากจนที่สุดซึ่งแสดงว่าความกดดันทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนึ่งของการแต่งงานในเด็ก

การแต่งงานในเด็กเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและตัดอนาคตของเด็กผู้หญิงในการที่จะได้รับการเสริมพลังเพื่อที่จะสามารถหาตัวเลือกในเรื่องที่มีผลกระทบต่อชีวิตเขา ผลจากงานวิจัยพบว่าเด็กผู้หญิงที่แต่งงานเร็วมักจะออกจากโรงเรียนและมีโอกาสในการตั้งครรภ์สูง หลักฐานจากการบอกเล่าบ่งว่าในชุมชนบางแห่งการเรียนในโรงเรียนไม่เหมาะสำหรับหญิงที่แต่งงานแล้วและผู้เป็นแม่ ซึ่งส่วนมากเกิดจากมาตรฐานและความคาดหวังทางสังคม ในวัยสาวที่สรีระยังไม่เจริญพอที่จะมีลูกมักพบความเสี่ยงในการเสียชีวิตของมารดาเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงในการเสียชีวิตของทารกที่เกิดจากมารดาที่มีอายุต่ำกว่า 18 มีเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 เมี่อเทียบกับทารกที่เกิดจากมารดาที่มีอายุ 19 หรือแก่กว่า นอกจากนี้เจ้าสาววัยใสมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในแง่ของความทารุณในครอบครัว การข่มขืน การเป็นเครื่องมือเพื่อหาประโยชน์ การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น รวมถืงการที่ถูกกีดกันจากสังคม

จากข้อเสียเปรียบหลายประการและการเลือกปฏิบัติที่เขาต้องเผชิญ เจ้าสาววัยใสมักไม่ได้รับการศึกษาในชั้นนมัธยมต้น โดยเฉพาะหากเขาตั้งครรภ์ นอกจากนั้นหากเขายืนกรานที่จะเรียนต่อไปก็มักจะเป็นเหยื่อของการเลือกปฏิบัติ ถูกรังแก หรือถูกกีดกันจากสังคม ความพยายามที่จะยุติการแต่งงานในเด็กต้องทำควบคู่กับการเพิ่มการศึกษาในเด็กผู้หญิงและเพิ่มความเข้าใจของสังคมถึงผลเสียของการแต่งงานในเด็ก การให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิงเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดที่ประเทศหนึ่งพึงทำได้ ซึ่งจะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เด็กผู้หญิงที่ได้รับการศึกษามักจะหารายได้ที่สูงกว่าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานช้าลง มีลูกน้อยกว่าและแข็งแรงกว่า มีอำนาจในการตัดสินใจที่ดีกว่าในครัวเรือนและมีความเคารพในตัวเองสูงกว่า การยุติการแต่งงานในเด็กทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายและสนับสนุนให้เขามีสิทธิ์ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับกลยุทธ์ในมุมกว้างที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาสังคมที่เป็นธรรม

สิ่งที่องค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ (EAP/SA UNGEI) เรียกให้ลงมือทำใน “วันเด็กผู้หญิงสากล”

เพื่อเป็นการยุติการแต่งงานในเด็กและเร่งพัฒนาความเท่าเทียมและเสมอภาคระหว่างเพศในการศึกษาภายในปี พ.ศ.2558 องค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ (EAP/SA UNGEI) เรียกร้องให้นานาประเทศที่จะ

  • ให้ความมั่นใจในการเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงทุกคน ผลจากการวิจัยบ่งชี้ว่าเด็กผู้หญิงที่มีการศึกษามากขึ้นเท่าไร โอกาสที่เขาจะแต่งงานในวัยเด็กก็ยิ่งน้อยลง การศึกษาภาคบังคับอาจเป็นตัวยับยั้งการแต่งงานในวัยเด็กและเป็นวิธีการในการชะลอเวลาที่เด็กผู้หญิงจะแต่งงาน ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กทั้งชายและหญิงที่เลื่อนการแต่งงานออกไปอีกทั้งสนับสนุนการฝึกอบรมทักษะชีวิตที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและผลกระทบที่จะมีต่อเยาวชนสตรี
  • การสร้างโอกาสเพิ่มขึ้นในการแก้ตัวทางการศึกษาผ่านระบบการเรียนทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนสำหรับเด็กผู้หญิงที่ต้องออกจากโรงเรียนเพราะการแต่งงานในวัยเด็กและการเป็นมารดาเพื่อเขาสามารถจบการศึกษาภาคบังคับอย่างครบกระบวนการ ให้ความมั่นใจในการศึกษาของเด็กผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เพื่อเขาสามารถอยู่ในโรงเรียนต่อโดยได้รับการสนับสนุนทางจิตใจและสังคม
     
  • หาวิธีรองรับเรื่องการแต่งงานในวัยเด็กทั้งชายหญิงผ่านหลายๆ ด้าน รวมถึงการศึกษา สุขภาพ แรงงาน และด้านที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้มีการกระตุ้นทางชุมชน สร้างความตระหนัก ให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและสมาชิกของชุมชนเกี่ยวกับความสำคัญของการศึษาและผลกระทบด้านลบของการแต่งงานเร็ว 
     
  • หาวิธีที่จะวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพดีกว่าเกี่ยวกับการแต่งงานในเด็ก เก็บและเผยแพร่ข้อมูลที่แม่นยำ แยกเพศ ข้อมูลย่อยของประเทศเกี่ยวกับการแต่งงานในวัยเด็ก โดยเฉพาะในกรณีความไม่เท่าเทียมระหว่างในชนบทกับในเมือง และความเหลื่อมล้ำระหว่างสัดส่วนของความมั่งมีเพื่อนำไปสู่การวางแผนที่มีประสิทธิผลและทำให้เป็นผล

จากที่ได้ทำนี้ UNGEI ยอมรับว่าสิทธิของเด็กทุกคนไม่สามารถแยกจากกันและมีความเกี่ยวพันกัน อีกทั้งความพยายามทุกวิถีทางเพื่อยุติการแต่งงานในเด็กควรมีส่วนส่งเสริมสิทธิของเด็กที่จะอยู่รอด รับการพัฒนา รับการปกป้อง และมีส่วนร่วม องค์การสหประชาชาติผู้ริเริ่มให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิง เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเชียใต้ The East Asia and Pacific Regional and South Asia Regional United Nations Girls’ Education Initiative (EAP/SA UNGEI) ขอถือโอกาสในการเปิด “วันเด็กผู้หญิงสากล” เป็นทางการ ในการเน้นค่ามั่นสัญญาที่มีอย่างต่อเนื่องที่จะผดุงไว้ให้การศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชนที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้

อยากขอร้องให้ประเทศต่างๆ ให้ความมั่นใจว่าจะให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็กทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเพศ ชนกลุ่มน้อย วรรณะ ระดับรายได้ ความพิการหรือปัจจัยอื่นที่อาจหน่วงเหนี่ยวเขาจากการได้รับสิทธิ์ในการศึกษาที่มีคุณภาพ แถลงการณ์นี้เป็นการเรียกร้องไปยังทุกประเทศที่จะให้ความมั่นใจเคารพในสิทธิมนุษยชนของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายทุกคนในการได้รับการศึกษา ได้รับการปกป้องและเติมเต็ม รวมถึงการป้องกัน ต่อต้าน และยุติการแต่งงานในเด็ก
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์