ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เรื่องจริงไม่อิงนิยายของราชสำนักกัมพูชา (1): เรื่องเล่าของเจ้าชายน้อย กับชีวิตที่พลัดพราก

- 1 -
เจ้าชายน้อย กับชีวิตที่พลัดพราก

 

ราชนิกูลน้อยแห่งราชสกุลนโรดม นาม “รณฤทธิ์” ต้องเผชิญกับความพลัดพรากเพียงหลังลืมตาขึ้นดูโลกได้ไม่นาน ด้วยมีมารดาเป็นสามัญชน เจ้ารณฤทธิ์ผู้เป็นโอรสองค์โตของพระบาทสมเด็จนโรดม สีหนุ จึงถูกส่งไปอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้าย่า  ชีวิตที่ถูกพรากจากอกแม่ที่เป็นนางรำเอกในราชสำนัก ทำให้เจ้าชายน้อยโหยหาความเอื้อเอ็นดูจากผู้เป็นบิดามาทดแทน  หากสิ่งที่ได้มาคือความผิดหวัง

เจ้าชายรณฤทธิ์ประสูติในปี พ.ศ.2487  สามปีหลังที่พระบาทสมเด็จนโรดม สีหนุขึ้นครองราชย์  หากพระราชยศแห่งองค์กษัตริย์นั้นได้สร้างระยะห่างกางกั้นโอรสออกไปจากความสัมพันธ์ฉันท์บิดาและบุตร เจ้ารณฤทธิ์จึงเติบโตมากับความรู้สึกอ่อนไหว เปราะบางทางอารมณ์ของวัยเยาว์ที่ซ่อนเร้นไว้เบื้องลึก

เจ้ารณฤทธิ์ประสูติในอาณาบริเวณของบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนถนนสุธารถในกรุงพนมเปญ  ถนนเลียบแม่น้ำสายนี้ถูกตั้งชื่อตามพระนามของเจ้าสุธารถ พระอัยกาของกษัตริย์สีหนุ  เจ้าสุธารถถูกสกัดกั้นไม่ให้ขึ้นสู่ราชบังลังก์กัมพูชา ด้วยอิทธิพลของฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมที่เข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งกษัตริย์และร่วมเล่นการเมืองในราชสำนักกัมพูชาที่เป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสในช่วงเวลานั้น  เจ้าชายรณฤทธิ์ประสูติที่บ้านตามธรรมเนียมโบราณ ความทรงจำทั้งหมดในวัยเด็กของเจ้ารณฤทธิ์อยู่ที่บ้านหลังนี้ บ้านที่ถูกครอบครองโดยสถานทูตรัสเซียภายหลังโศกนาฏกรรมของชาวกัมพูชาในช่วงทศวรรษ 1980 (1980s)ของสงครามประชาชน และเจ้ารณฤทธิ์ไม่เคยได้สมบัติชิ้นนี้กลับคืนมาอีกเลย

เจ้าชายน้อยเติบโตมากับความปวดร้าวในวัยเด็กกับชีวิตที่ถูกพรากจากมารดาที่เป็นสามัญชน ราชนิกูลน้อยถูกส่งให้มาอยู่ในพระอุปถัมภ์ของเจ้าหญิงรัศมีโสภา (Princess Rasmi Sobhana) พระกนิษฐาภคินีของเจ้าสุรมฤต (Norodom Suramarit) พระบิดาของกษัตริย์สีหนุ  เมื่อพระบาทสมเด็จนโรดม สีหนุประกาศสละราชบังลังก์ในปี พ.ศ.2498  เจ้านโรดม สุรมฤตได้รับการสถาปนาให้ขึ้นครองราชบังลังก์กัมพูชาสืบต่อจากพระโอรส

 “ตอนที่ข้าพเจ้าเกิด พ่อมีภรรยาอยู่ 3 คน แม่ข้าพเจ้าเป็นนางรำเอกในราชสำนัก พ่อมองเห็นนางรำมีเสน่ห์ทุกคน”

ปี 2485 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จนโรดม สีหนุ ทรงวุ่นวายอยู่กับชีวิตสมรส พระองค์สมรสกับสุภาพสตรี 2 คน คือ นักนางพัต กันฮอล (Neak Moneang Phat Kanhol) มารดาของเจ้ารณฤทธิ์ และเจ้าหญิงสีสุวัตถิ์ พงสานมุนี (Princess Sisowath Pongsanmoni)

ชีวิตวัยเด็กของเจ้ารณฤทธิ์ถูกแวดล้อมด้วยสตรีเพศในตำหนักของเจ้าหญิงรัศมีโสภาที่ครองตัวเป็นโสดตลอดชนม์ชีพ เจ้าหญิงรัศมีโสภาสิ้นพระชนม์ พ.ศ.2514

พี่สาวร่วมบิดรมารดาของเจ้ารณฤทธิ์ คือ เจ้าหญิงบุปผาเทวี (Buppha Devi) ถูกส่งไปอยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จย่า คือ พระนางสีสุวัตถิ์ กุสุมะ นารีรัตน์ (Sisowath Kossamak Nearireath) ราชธิดาของพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งกัมพูชาองค์ที่ 3

เจ้าหญิงบุปผาเทวีนั้นสืบสายเลือดศิลปินมาจากมารดา และกลายเป็นนางรำที่โดดเด่นเช่นเดียวกับมารดา

ราชนิกูลสองพี่น้องตระหนักดีว่า ราชประเพณีโบราณแห่งราชสำนักไม่มีที่เหลือให้กับการทำตามความพอใจส่วนตัว ชีวิตที่ต้องถูกพรากจากอกแม่ผู้เป็นสามัญชนนั้น เป็นไปตามราชประเพณีที่ทั้งสองไม่มีทางเลือก

“ตามประเพณีของเรานั้น เราไม่สามารถจะต่อต้านขัดขืนต่อความต้องการของพระราชินีและเจ้าป้าใหญ่ได้ ข้าพเจ้าไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อสมเด็จย่า (พระนางสีสุวัตถิ์ กุสุมะ)  ได้ปรึกษากับโหรหลวงเกี่ยวกับอนาคตของข้าพเจ้า และพวกเขาทำนายว่าข้าพเจ้าจะต้องเติบโตเป็นนายทหาร”

คำทำนายของโหรหลวงเป็นที่มาของนาม “รณฤทธิ์” แต่เมื่อเติบโตขึ้น เจ้ารณฤทธิ์กลับพบว่าความเป็นทหารนั้นมิใช่สิ่งที่ตัวเองปรารถนา แต่กลับเป็นสิ่งที่ท่านไม่ชอบเลย แม้แต่การเป็นนายทหารฝ่ายวิชาการ

คำทำนายเริ่มเป็นความจริงในปี พ.ศ.2526 เมื่อพระราชบิดาขอให้เจ้าชายเข้ามาบริหารพรรคฟุนซินเปก (Funcinpec Party) และฝ่ายกองกำลังทหารของพรรค เจ้ารณฤทธิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการ Sihanoukist army และต่อมาในปี พ.ศ.2533 (1990s) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับบัญชาการร่วมของกองทัพหลวงแห่งกัมพูชา (Royal Cambodian Armed Forces)

บรรยากาศอบอุ่น เอื้ออาทร ณ ที่พำนักบนถนนสุธารถนั้นขัดแย้งแตกต่างกับความอ้างว้างที่แผ่คลุมวังหลวง กษัตริย์สีหนุประทับอยู่ในพระราชวัง แต่โปรดให้บรรดาสนมของพระองค์พำนักแยกในบ้านพักในตัวเมือง ยามใดที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้สนมคนใดถวายงาน จึงจะทรงโปรดเรียกให้เข้าเฝ้าที่วังหลวง

 ความสำราญของกษัตริย์สีหนุกับนางกำนัลในราชสำนักนั้น เป็นความคุ้นเคยที่เจ้ารณฤทธิ์เห็นมาตั้งแต่เยาว์วัย

“เมื่อข้าพเจ้าโตเป็นหนุ่ม พ่อมักจะกล่าวหาว่าข้าพเจ้าเป็นเพล์บอย แต่จริงๆแล้วพระองค์เป็นเพล์บอยมากกว่าข้าพเจ้า”

คำกล่าวหาตอบโต้ของเจ้ารณฤทธิ์ต่อพระบิดานั้น ดูเหมือนจะยืนยันได้จากพระโอษฐ์ของกษัตริย์สีหนุเอง ซึ่งตรัสเล่าอย่างสนุกสนานถึงเรื่องราวส่วนพระองค์และความสำราญในราชสำนัก ให้บรรดาข้าราชบริพารที่ติดตามพระองค์ฟัง เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2528

“ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าเคยเป็นเพล์บอย ข้าพเจ้ามีลูก 14 คน และไม่รู้ว่ามีหลานอีกกี่คน แต่ข้าพเจ้ามีผู้หญิงในชีวิตนับได้ไม่เกิน 20 คน พ่อของข้าพเจ้าก็เป็นเพล์บอยเหมือนกัน และมีผู้หญิงเกือบ 200 คน และปู่ของข้าพเจ้ามีสนม 360 คน ซึ่งเหลือเวลาว่างให้ตัวเองเพียงห้าวันในหนึ่งปี แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นเพล์บอยอีกต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าแก่แล้ว และข้าพเจ้าก็มีภรรยาสวย”

ชาวเขมรนั้นยอมรับกับธรรมเนียมปฏิบัติของราชสำนักที่กษัตริย์จะมีสนมหลายคน เพื่อแสดงถึงความเป็นชายและบารมีของพระองค์  มารดาของเจ้ารณฤทธิ์เป็นสนมคนแรกที่กษัตริย์สีหนุลงพระนามในเอกสารแสดงการสมรส

“ไม่มีพิธีแต่งงานระหว่างพระบิดาและมารดาของข้าพเจ้า แต่ทั้งสองท่านได้ลงนามในเอกสารแสดงการสมรส แม่ของข้าพเจ้าเป็นภรรยาคนแรก เราไม่มีคำเฉพาะที่ใช้เรียกภรรยาคนแรก หรือคนที่สอง เราเรียกว่าเป็นสนมคนโปรด พ่อไม่เคยแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน นอกจากพระราชินีโมนิก (Queen Monique) การมีคู่สมรสหลายคน เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในเวลานั้น”

เจ้าชายน้อยไม่มีโอกาสบ่อยนักที่จะได้ไปเยี่ยมมารดาของท่าน เพราะเจ้าย่าไม่โปรด จริงๆแล้วเจ้าหญิงรัศมีโสภาไม่ต้องการให้เจ้ารณฤทธิ์ทราบด้วยซ้ำว่าใครคือมารดาที่แท้จริงของท่าน

“ตอนแรก ทุกคนต้องการให้ข้าพเจ้าเชื่อว่ามารดาที่แท้จริงของข้าพเจ้าคือเจ้าหญิงรัศมีโสภา ตอนที่ข้าพเจ้ายังเล็ก ข้าพเจ้ามีแม่นมประจำตัว เมื่อโตขึ้นมาหน่อย ข้าพเจ้าถึงได้รับอนุญาตให้ไปหาแม่ได้บ้าง”

 ในสายตาของเจ้ารณฤทธิ์ ราชนิกูลของกัมพูชามีความเป็นเสรีนิยมมาก เป็นเรื่องปกติที่กษัตริย์จะมีสนมคนโปรดหลายคน แต่ผลที่ตามมาคือ คือบรรดาพระสนม และลูกๆ ที่มีจำนวนมากนั้นต่างเข้าถึงกษัตริย์ได้ยากนัก

 “ข้าพเจ้าไม่เคยมีผู้ปกครองที่แท้จริงเลย ไม่มีทั้งพ่อและแม่ที่แท้จริง พ่อในฐานะที่เป็นพระมหากษัตริย์นั้นอยู่ห่างไกลจากข้าพเจ้ามากเหลือเกิน”

 ความรู้สึกโหยหามารดานั้น ทำให้เจ้ารณฤทธิ์ต้องการความสนใจจากพระบิดาเป็นพิเศษ แต่ท่านก็ไม่มีโอกาสบ่อยนักที่จะได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว

“เป็นเรื่องยากมากที่ลูกๆจะได้เข้าเฝ้าพระบิดาในพระราชวังในบรรยากาศที่ไร้พิธีรีตอง พ่อเคยเรียกให้ลูกๆไปหาพร้อมๆกัน ตอนที่พระองค์ยังหนุ่มอยู่ พระองค์ทรงโปรดการเล่นเทนนิสและขี่ม้า พระองค์เคยเรียกข้าพเจ้าว่า ‘ทับ’ (Thab) ข้าพเจ้าไม่ทราบว่ามันมีความหมายอย่างไร แต่นั่นคือชื่อเล่นของข้าพเจ้า พวกเราจะมีโอกาสได้พบกับพระบิดาเดือนละครั้ง ในวาระพิเศษจริงๆ”

 บรรดาโอรสและธิดาถูกวาดกรอบให้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับพระบิดา กษัตริย์สีหนุจะร่วมเสวยพระกะยาหารกลางวันกับลูกๆทั้ง 14 คนและพระญาติพร้อมๆกัน ไม่เคยมีครั้งใดที่พระบิดากับบรรดาโอรสและธิดาจะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นเป็นส่วนตัว

แต่พฤติกรรมห่างเหินเย็นชาเช่นนี้ของบิดา กลายเป็นความคุ้นเคยที่มิอาจซ้ำเติมความรู้สึกโหยหาของเจ้ารณฤทธิ์ได้อีกต่อไป ท่านสรุปความรู้สึกนี้ว่า  “เป็นเพราะความเข้มแข็งในตัวข้าพเจ้า”

 เจ้ารณฤทธิ์ในวัยที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ พยายามกลบฝังความร้าวรานแห่งอดีตของชีวิตที่ถูกพรากจากมารดาไว้เบื้องหลัง

 “ข้าพเจ้าเป็นคนอิสระ ที่แทบจะไร้ความรู้สึก ข้าพเจ้าไม่คิดถึงแม่ และไม่ได้รู้สึกคิดถึงพ่อมากนักด้วย ข้าพเจ้าเติบโตมากับเจ้าย่า รักท่านเสมือนแม่ อีกท่านหนึ่งที่ข้าพเจ้าผูกพัน คือเจ้าป้า เจ้าหญิงเกศกันยา (Princess Ketkanya Mam) ซึ่งเลี้ยงดูข้าพเจ้ามาเหมือนกับเป็นมารดาแท้ๆของข้าพเจ้า”

หากเงาอดีตแห่งความขมขื่นยังฉายชัดอยู่ในแววตา ยามที่เจ้ารณฤทธิ์พูดถึงพ่อ ความรู้สึกของคนถูกหักหลังนั้นหลั่งไหลผ่านถ้อยคำ

“ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างพ่อและข้าพเจ้าคือสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดถึงความเหินห่างระหว่างเรานับตั้งแต่ข้าพเจ้าเป็นเด็ก เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมพ่อจึงไม่เคยเลือกที่ยืนอยู่ข้างข้าพเจ้าเลย”

สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ กับพระบาทสมเด็จนโรดม สีหมุนี พระอนุชาต่างมารดา

เจ้าหญิงบุปผาเทวี พี่สาวร่วมพระชนกและมารดาสามัญชน

หมายเหตุผู้เขียน: เรียบเรียงจาก WARRIOR PRINCE เขียนโดย HARISH C. METHA (First published in 2001 by Graham Brash (Pte) Ltd., Singapore

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai