โรเบิร์ต ฟิสก์: ไม่ว่าโอบาม่าหรือรอมนีย์ชนะ ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อาหรับ จะเปลี่ยนไป

โรเบิร์ต ฟิสก์ นักข่าวผู้เชี่ยวชาญเรื่องตะวันออกกลางเขียนบทความลงเว็บไซต์ The Independent เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมาเกี่ยวกับมุมมองเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐฯ กับผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับโลกอาหรับ โดยจั่วหัวไว้ว่า "ไม่ว่าโอบาม่าหรือรอมนีย์เป็นฝ่ายชนะ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับโลกอาหรับต้องเปลี่ยนไปแน่นอน"

"ผู้อ่านบทความนี้คงแก่หรือตายไปก่อนที่ 'การปฏิวัติ' อาหรับจะเสร็จสิ้นจริงๆ และปาเลสไตน์ก็เป็นฝ่ายเดียวที่ไม่ได้ประโยชน์จากมันเลย" ฟิสก์กล่าว
 
บทความของฟิสก์ขึ้นต้นว่า ทั้งโอบาม่า และรอมนีย์ ดูจะเข้าข้างอิสราเอลกันทั้งคู่ และชาวอาหรับก็ต้องตักสินใจนานมากกว่าจะบอกว่าใครจะเป็นคนที่ดีกว่าสำหรับชาวตะวันออกกลาง ดูเหมือนโอบาม่าจะเป็นคนที่เหมาะสมในกรณีนี้ แต่ก็มีเรื่องน่าเศร้าบางอย่างที่ทำให้สองคนนี้ไม่ต่างกัน
 
ฟิสก์เล่าว่า จอร์จ บุช ได้สั่งกองทัพบุกอิรักหลังจากให้อนุญาตอาเรีย ชารอน อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยึดเขตเวสท์ แบงค์ ไว้เป็นอาณานิคมต่อไป โอบาม่าถอนทัพจากอิรักเพิ่งการโจมตีด้วยโดรนมากขึ้นในเขตพรมแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน และยอมจำนนต่อเบนจามิน เนทันยาฮู เมื่อเขาบอกว่าจะไม่มีการหารือกันเรื่องให้อิสราเอลถอนกำลังไปยังพรมแดนปี 1967
 
"แทนที่จะบอกว่า 'มันควรจะมีการหารือ' อย่างที่ประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและเป็นตัวของตัวเองควรทำ โอบาม่านั่งขลาดๆ อยู่บนเก้าอี้ทำเนียบขาว ขณะที่นายกฯ อิสราเอลบอกเขาว่าข้อมติ 242 ของยูเอ็น ที่พูดถึง 'กระบวนการสันติ' อันไม่เคยมีอยู่จริง ไม่มีโอกาสสำเร็จตั้งแต่ต้น" ฟิสก์กล่าวในบทความ
 
ขณะเดียวกันฟิสก์ก็กล่าววิจารณ์มิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครอีกคนของสหรัฐฯ ว่าเขาเป็นคนที่มีความเข้าใจในเรื่องตะวันออกกลางพอๆ กับนักเทศน์ในเท็กซัสที่เผาคัมภีร์อัลกุรอาน รอมนีย์บอกว่าชาวปาเลสไตน์ "ไม่สนใจเรื่องการวางรากฐานสันติภาพใดๆ เลย" และรอมนีย์ยังไม่สามารถอธิบายให้เป็นที่พอใจได้ว่าทำไมในปี 2005 สมัยที่เขายังเป็นผู้ว่าการรัฐฯ แมสซาชูเซตส์ เขาถึงกระตือรือร้นในการแอบดักฟังมัสยิดนัก
 
"ความจริงคือว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่จะได้เป้นประธานาธิบดีคนใหม่ พวกเขาจะไม่มีอิสระในการตัดสินนโยบายเรื่องตะวันออกกลาง" ฟิสก์กล่าว "เว้นแต่อิสราเอลโจมตีอิหร่านและลากอเมริกาเข้าร่วมสงครามตะวันออกกลางอีกครั้ง แต่นี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกันที่ผู้เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องจัดการโลกอาหรับแบบใหม่ หรือจริงๆ คือโลกมุสลิมใหม่"
 
ฟิสก์กล่าวในบทความว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือ "การตื่นของโลกอาหรับ" (ฟิสก์เลี่ยงใช้คำว่า 'Arab Spring' แต่หันไปใช้ 'Arab Awakening' แทน-ผู้แปล) ซึ่งเป็นภาพแทนการเรียกร้องศักดิ์ศรีของประชาชน โดยรวมถึงชาวมุสลิมที่ไม่ใช่ชาวอาหรับด้วย นี่หมายรวมถึงการประท้วงสีเขียวในช่วงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของอิหร่านด้วยเช่นกัน
 
"...และมันหมายความว่าคนจำนวนหลายล้านซึ่งอาศัยอยู่ในส่วนของโลกที่เรียกว่าตะวันออกกลางในตอนนี้ ต้องการตัดสินใจด้วยตนเอง มีความหวังของตนเอง ที่ไม่ต้องขึ้นกับอดีตประธานาธิบดีศักดินาพวกนั้น" ฟิสก์กล่าว
 
"แต่ดูเหมือนคุณ (ฮิลลารี่) คลินตัน จะยังไม่รู้เรื่องนี้ โอบาม่าดูเหมือนจะรู้ ส่วนรอมนีย์น่ะหรือ? ผมว่าให้เขาวาดพื้นที่อาณาเขตประเทศในแถบนั้นเขายังทำไม่ได้เลย" ฟิสก์กล่าว
 
ในบทความกล่าวว่า ตรงกันข้ามกับที่ชาวตะวันตกเชื่อ ชาวอาหรับทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อ 'ประชาธิปไตย' การต่อสู้และโศกนาฏกรรมทั้งหลายที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์จากการปฏิวัติ 'เบาๆ' ในตูนีเซีย หรือการฆ่าแกงกันในซีเรีย ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นคน เกี่ยวกับสิทธิของการเป็นมนุษย์ที่ต้องการบอกว่าคุณต้องการอะไร คุณต้องการใคร และการไม่ยอมให้เผด็จการมีอำนาจครอบครองทั้งประเทศ (ตราบเท่าที่พวกเขาได้รับอนุญาตจากสหรัฐฯ) และทำให้มันเป็นเหมือนสมบัติส่วนตัวของพวกเขา
 
"ใช่ว่าการปฏิวัติมันยุ่งเหยิงมาก การปฏิวัติอียิปต์ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคิด ลิเบียสามารถแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ง่ายๆ ส่วนซีเรียก็เข้าขั้นหายนะ" ฟิสก์กล่าว "แต่ในที่สุดประชาชนชาวอาหรับก็ได้ออกมาพูด และพวกเขาก็ทำให้แน่ใจว่าประธานาธิบดีของพวกเขาและนายกรัฐมนตรีของพวกเขาจะทำตามสิ่งที่พวกเขาปรารถนา ไม่ใช่ฟังคำจากสหรัฐฯ หรือรัสเซีย" 
 
คนที่คิดแบบรอมนีย์เชื่อว่าชาวอาหรับขาดความมีอารยะ ซึ่งฟิสก์บอกว่าเป็นเรื่องไม่จริง ประชาชนในตะวันออกกลางแสดงออกในทางตรงกันข้าม การเปลี่ยนแปลงในโลกอาหรับเป็นไปอย่างเชื่องช้าจนถึงขั้นว่าผู้อ่านอาจจะแก่หรือตายไปเสียก่อนที่ 'การปฏิวัติ' จะเสร็จสิ้น
 
"แต่ช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีคอยชี้สั่งให้ผู้นำประเทศตะวันออกกลางทำตามกำลังจะหมดลงแล้ว เหลือเวลาอีกนานมากก่อนที่ระบอบของซาอุฯ จะล่มสลาย ไปพร้อมๆ กับสถานีน้ำมันในเขตอ่าว และผมเชื่อว่าโศกนาฏกรรมของชาวปาเลสไตน์จะเป็นหัวใจสำคัญของ 'การตื่นของอาหรับ' " ฟิสก์กล่าว
 
"แต่ทว่า ชาวปาเลสไตน์เป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการปฏิวัติอาหรับ มันไม่มีพื้นแผ่นดินมากพอให้พวกเขาใช้เป็นรัฐ นี้เป็นข้อเท็จจริงที่เหนือความบังเอิญ ใครก็ตามที่สงสัยเรื่องนี้ควรซื้อตั๋วเครื่องบินไปอิสราเอลที่เขตเวสท์แบงค์ ไม่มีที่เหลือสำหรับชาวปาเลสไตน์แล้ว นี่คือโศกนาฏกรรมที่แท้จริงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้" ฟิสก์กล่าว
 
ที่มา:
 
Regardless of whether Obama or Romney wins, America's relations with the Arab World will change, The Independent, 28-10-2012

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์