ภาคประชาสังคม แจง กมธ.ต่างประเทศ วุฒิฯ ชี้ปัญหา FTA ไทย-สหภาพยุโรป

เผยกรอบเจรจามีปัญหาทั้งเรื่องขั้นตอนสุ่มเสี่ยงต่อการผิดรัฐธรรมนูญ ทั้งเนื้อหาบิดเบือนข้อมูลผลกระทบ ผูกขาดตลาดยา เสนอ 5 ข้อ แก้ปัญหา นำผลการรับฟังความเห็นพิจารณา ครม.ก่อนการยกร่างกรอบการเจรจา – ยันไม่รับทริปส์พลัส

 
 
วันนี้ (7 พ.ย.55) นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนเครือข่ายประชาชน 14 องค์กรเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา จากกรณีเมื่อวันที่ 8 ต.ค.55 ได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการจัดทำการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยเฉพาะความพยายามเร่งรัดนำร่างกรอบเจรจาเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการประชุมรัฐสภา
 
นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายไม่ได้ค้านการเจรจา แต่ต้องการเห็นการเจรจาการค้าที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสังคม โดยมีข้อเรียกร้องใน 2 ประเด็นคือ 1.เรื่องขั้นตอน โดยก่อนที่จะมีการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ครม.จะต้องให้ข้อมูลและจัดรับฟังความเห็นของประชาชนก่อน จากนั้นจึงเสนอรายละเอียดกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ตามที่มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แต่การดำเนินการของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามนี้ และสุ่มเสี่ยงต่อการผิดรัฐธรรมนูญ
 
2.เรื่องเนื้อหา ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ส.ค.55 ในการประชุมเพื่อพิจารณาเตรียมเปิดการเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป กรมเจรจาฯ ได้ทำเอกสารเสนอต่อรัฐบาลว่า ‘ควรกำหนดให้ไทยมีท่าทีการเจรจาที่ยืดหยุ่นและเสนอให้พิจารณารับเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าความตกลงในองค์การการค้าโลก (TRIPs Plus)’ โดยอ้างว่าจะไม่มีผลกระทบต่อราคายาในปัจจุบัน อีกทั้งยังระบุว่าการคุ้มครองข้อมูลทดสอบยาที่จะส่งผลขยายอายุสิทธิบัตรของยาต้นแบบเกินกว่า 20 ปี ตามพ.ร.บ.สิทธิบัตรและข้อตกลงทริปส์ อาจมีผลให้ยาสามัญวางตลาดได้ช้าลงเพียง 5 ปี
 
ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวบิดเบือน เนื่องจากข้อเสนอจากสถาบันวิชาการหลายแห่งให้ข้อมูลตรงกันว่า ข้อผูกพันดังกล่าวเป็นการผูกขาดตลาด และส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ โดยค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศจะเพิ่มขึ้นทุกปี และในปีที่ 5 จะมีผลกระทบมากกว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้ประเทศต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายด้านยาเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณะสุขของประเทศ หากรัฐบาลไม่มีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุน นอกจากนั้นทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข และกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้ออกมาระบุตรงกันถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
 
นายอภิวัฒน์ กล่าวต่อมาถึงข้อเสนอซึ่งมีอยู่ 5 ข้อ ดังนี้ 1.ให้กรมเจรจาฯ ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อปี 2553 โดยนำผลการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนรายงานกลับไปยัง ครม.ก่อนการยกร่างกรอบการเจรจา และไม่ควรลัดขั้นตอนโดยให้ ครม.พิจารณาร่างกรอบฯ ทั้งที่ยังไม่มีการรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 2.นำร่างกรอบการเจรจาไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เช่นที่เคยทำเมื่อครั้งเริ่มเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-สหภาพยุโรป ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
 
3.เปิดเผยเนื้อหาการทำขอบเขตการเจรจา (Scoping Exercise) ที่กรมเจรจาฯ ไปทำกับสหภาพยุโรปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ไม่สุ่มเสี่ยงกับการผิดรัฐธรรมนูญ หรืออย่างน้อยต้องเสนอให้กรรมาธิการฯ พิจารณา 4.รอผลการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่ อย.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กำลังดำเนินการ ก่อนการเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป 5.เครือข่ายภาคประชาชนผู้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันจุดยืนเดียวกับคณะนักวิชาการ 84 คน ที่ให้กำหนดกรอบเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรปว่า ไม่รับข้อเรียกร้องที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์
 
ทั้งนี้ เครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมทำหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการฯ อีกทั้งยังยื่นเรื่องร้องเรียนคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ 2.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ 3.มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ 4.เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก 5.ชมรมเพื่อนโรคไต 6.เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง 7.มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 8.มูลนิธิเภสัชชนบท 9.กลุ่มศึกษาปัญหายา 10.มูลนิธิชีววิถี 11.มูลนิธิบูรณะนิเวศ 12.มูลนิธิสุขภาพไทย 13.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และ14.กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์