เลาะเลียบริมโขง: ลาวเริ่มก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางเสียงคัดค้าน

โครงการเขื่อนไซยะบุลีบนแนวลำน้ำโขงในลาว เริ่มลงมือก่อสร้างเขื่อนอย่างเป็นทางการ ในขณะที่เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังคงคัดค้านโครงการอย่างต่อเนื่อง

ท่านเรวัด สุวันนะกิดติ รองผู้อำนวยการบริษัทไฟฟ้าไซยะบุลี จำกัด ก็ยืนยันว่ากลุ่มลงทุนในการพัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุลีบนแนวลำน้ำโขงในลาว ได้ออกแบบก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีครั้งใหม่สำเร็จแล้วในขณะนี้ ซึ่งด้วยผลสำเร็จดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้พัฒนาโครงการสามารถจะเริ่มการก่อสร้างเขื่อนต่อไปได้ โดยมีการวางศิลาฤกษ์เพื่อเป็นการเริ่มลงมือก่อสร้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ณ เขตที่ตั้งของโครงการในแขวงไซยะบุลี

ท่านเรวัด ได้ให้การยืนยันว่า การออกแบบก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีครั้งให้ได้ดำเนินการอย่างโปรงใส และไม่สร้างผลกระทบด้านลบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติให้แก่พื้นที่ทางตอนล่างของตัวเขื่อน โดยกลุ่มพัฒนาโครงการได้เพิ่มเงินทุนเข้าในการป้องกันผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติและสัตว์น้ำอย่างได้มาตรฐานสากล

“เราได้ออกแบบเพื่ออนาคตสำหรับเรือที่จะขึ้น-ล่อง ระวางกว่า 500 ตันต่อปี และยังมีทางปลาผ่านอยู่ทางฝั่งเมืองน่าน ซึ่งแม้จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกแต่ก็ไม่เป็นไร เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตอนล่างของแม่น้ำโขง มีความสบายใจว่าเขื่อนของเราไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรายังรับประกันว่าเขื่อนจะไม่เก็บกักตะกอนไว้ด้วย”

การออกแบบก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีดังกล่าวนี้ เป็นการปฏิบัติตามแบบการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา 2 แห่ง ที่รัฐบาลลาวว่าจ้างให้ศึกษาเพื่อป้องกันผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลี ได้แก่บริษัท POYRY จากสวิตเซอร์แลนด์ และบริษัท CNR จากฝรั่งเศส และก็ได้ดำเนินการดังกล่าวสำเร็จแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งผลยืนยันว่าสามารถจะป้องกันผลกระทบได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ด้วยการสร้างทางปลาผ่านที่ใช้วิทยาการสมัยใหม่ พร้อมด้วยการสร้างแหล่งพักอาศัยปลา การสร้างประตูทางขึ้น-ลง ของปลาอยู่ในระบบประตูเดินเรือ การสร้างสถานีปลาที่ติดตั้งระบบกังหันน้ำที่เป็นมิตรกับสัตว์น้ำทุกชนิด และการสร้างประตูระบายดินตกตะกอนที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำและปุ๋ยของพืชพันธุ์ต่างๆ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม โครงการเขื่อนไซยะบุลีก็ยังต้องเผชิญกับการคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนไทยเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำโขง ที่ได้ยืนยันจะยังคงเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการเขื่อนอย่างต่อเนื่อง

การเคลื่อนไหวที่ผ่านมามีทั้งการร่วมกันยื่นคำร้องถึงคณะตุลาการศาลปกครองของไทย เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกสัญญาที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ได้ตกลงรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไซยะบุลี และจะฟ้องร้องบริษัท ช.การช่าง และธนาคารไทยที่อนุมัติเงินกู้ให้ ช.การช่าง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาปรากฏว่าธนาคารไทยพาณิชย์ได้ถอนตัวจากการสนับสนุนเงินกู้ให้กับโครงการแล้ว

 บรรดานักอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ต่างเกรงกลัวว่า ผลกระทบระยะยาวจากเขื่อนดังกล่าว ก็คือจะปิดกันทางขึ้นลงไปมาของปลา และความเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนมากกว่า 60 ล้านคนที่พึ่งพาแม่น้ำโขงเป็นหลักในการดำรงชีวิตแต่ดั้งเดิมมานั้นได้

นางเพียนพอน ดิถี นักเคลื่อนไหวผู้หนึ่งในกลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแม่น้ำสากล กล่าวว่า

“สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสงสัยต่อโครงการเขื่อนไซยะบุลีคือ การขาดความโปร่งใสนั่นเอง พวกเราไม่เคยรู้ว่าสิ่งใดเกิดขึ้น พวกเราไม่เคยรู้ข้อมูลข่าวสารหรือรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อน นอกจากที่ได้จากพวกที่ก่อสร้าง ซึ่งก็คือบริษัทเอกชนของไทย และบรรดาเจ้าหน้าที่ของลาวไม่กี่คนที่เป็นผู้ตัดสินใจและมีข้อมูลข่าวสารนั้น”

ในสัญญาร่วมระหว่าง กฟผ. และรัฐบาลลาว 95% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนไซยะบุลี จะขายให้ไทย ในต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนให้เดินหน้าการก่อสร้างดังกล่าวต่อไป

ในขณะที่กัมพูชาและเวียดนาม ก็สงวนท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเวียดนามเคยเรียกร้องให้เลื่อนโครงการทั้งหมดที่จะก่อสร้างบนแม่น้ำโขงออกไปอีก 10 ปี แต่ก็ได้หยุดการคัดค้านโครงการหลังจากเห็นว่าได้มีการแก้ไขผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดีแล้ว

เป็นที่คาดหมายว่า ประเทศลาวจะมีรายรับจากโครงการเขื่อนไซยะบุลี ถึง 3,900 ล้านดอลลาร์ ในตลอดระยะสัมปทาน 29 ปี

 

ที่มา:  http://lao.voanews.com/content/south-east-asia-dam-/1541980.html
           http://lao.voanews.com/content/south-east-asia-dam-/1541980.html    
           http://lao.voanews.com/content/laos-govt-to-get-3-9-billions-dollars-from-sayabouly-dam-while-vn-dropped-objection/1543920.html
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์