จากหน้ามือถึงฝ่าเท้า..ทิศทางป่าไม้ไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

บอกตรงๆ ว่ากำลังงงกับนโยบายด้านป่าไม้ของรัฐบาลนี้อย่างแรง ที่นอกจากจะหาอธิบดีกรมอุทยานฯ คนใหม่ไม่ได้แล้ว ยังชะลอการจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติออกไป ทั้งที่บางคดีมีคำสั่งศาลแล้วด้วยซ้ำ

แต่ต้องงง..มึน..ตึ๊บ..หนักไปกว่าเดิมก็กรณีที่ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้เตรียมแจกใบรับรองสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ทำกิน  เบื้องต้นจำนวน 1.5 หมื่นแปลง เนื้อที่ประมาณ 3 แสนไร่ ในพื้นที่ 9 จังหวัด จากนั้นจะนำป่าสงวน (เสื่อมโทรม) แจกฟรีปีละ 1 ล้านไร่ ให้ครบ 2.5 ล้านไร่ ใน 3 ปี  ทั้งนี้ สทก.ห้ามมีการเปลี่ยนมือ แต่เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานได้ ส่วนการทำประโยชน์ในที่ดิน สทก.นั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ถ้าหากเป็นการสร้างรีสอร์ทที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมก็สามารถทำได้

หลายคนกล่าวกันถึงการเมืองไปแล้ว ในที่นี้จะกล่าวถึงเรื่องเก่าที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้อย่างกรณีวังน้ำเขียว และอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ จริงๆ แล้วการแจกป่าให้กับคนจนได้มีที่ทำกินเป็นความปรารถนาดีอย่างยิ่งยวดในการป้องกันการบุกรุก เพราะดึงให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แล้วเข้ามามีส่วนร่วม การแจกที่ดินแถบวังน้ำเขียวนั้นมี ภบท.5  และส.ป.ก.4-01 ซึ่งที่ดินทั้งสองประเภทนี้ไม่สามารถซื้อขายได้ แต่ทว่าปัจจุบันพื้นที่ที่นั่นอุดมไปด้วยรีสอร์ท บ้านพักของเศรษฐี คำถามสำคัญก็คือรัฐมีปัญญายึดคืนหรือไม่

 เพราะบ้านเรานี้แปลก ที่ดินห้ามซื้อห้ามขายก็ซื้อขายกันได้หน้าตาเฉย พื้นที่ป่าสงวนอย่างเขายายเที่ยงก็ขึ้นไปสร้างบ้านกันได้หน้าตาเฉย ต้องเข้าใจประเด็นสำคัญคือ ป่าไม้ที่ถูกทำลายแล้วอาจจะสร้างขึ้นใหม่ได้นั้นไม่ง่าย จริงอยู่ว่าต้นไม้อาจจะขึ้นเป็นต้นยืนเรียงแถวกันสวยงาม แต่ต้องไม่ลืมว่าเราได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ บ้านของสัตว์ป่า และสรรพประโยชน์อีกนานัปการซึ่งไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวหรือไม่  

ยอมรับว่า นโยบายใหม่ของกรมป่าไม้เป็นนโยบายที่มองเรื่องการบริหารจัดการป่าไม้ซึ่งเป็นนโยบายเชิงรุก เช่น การยุบหน่วยป้องกันรักษาป่าทั้งประเทศ 491 หน่วย เพื่อจัดตั้งเป็นหน่วยบริหารป่าสงวนแห่งชาติแทนเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ “ไม่เน้นการป้องกัน” แต่เน้นบริหารจัดการพื้นที่ป่าโดยให้ประชาชนช่วยดูแล ในกรณีนี้ ผมรับได้ เพราะคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้คล่องตัวสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที

แต่กับนโยบายแจกป่าสงวนที่บอกว่าเสื่อมโทรมเป็นล้านๆ ไร่ในไม่กี่ปี อยากให้กรมป่าไม้ย้อนกลับไปดูอดีตที่ผ่านมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ป่าไม้จากนโยบายต่างๆ ว่า ทำไมพื้นที่ต่างๆ ที่แจกไปจึงไปอยู่ในมือคนรวย หรือป่าสงวนที่ถูกบุกรุกนั้นได้จัดการยึดคืนมาหรือยัง พื้นที่อุทยานฯ ที่ถูกบุกรุกเอาคืนมาหมดหรือยัง ถ้ายังไปจัดการกับปัญหาเก่าให้เสร็จก่อนที่จะมีนโยบายใหม่ๆ เผื่อว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ และต้องไม่ลืมว่า บทเรียนมีไว้ให้ทบทวนและแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด

 จริงๆ แล้วผมไม่ได้ชื่นชอบลัทธิคลั่งฮีโร่ของสังคม เพราะเชื่อว่าคนเรามีดีและเลวปนๆ กันอยู่ แต่พอเห็นสิ่งที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำอยู่นั้น มันทำให้ความมึนงงเกิดขึ้นจนอดนึกถึงดำรงค์ พิเดช ไม่ได้จริงๆ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์