ครั้งแรกในสนาม มุมมองต่อการชุมนุมของกลุ่มพิทักษ์สยาม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ผมไม่เคยไปม็อบมาก่อนเลย จึงรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แถมยังเป็นม็อบที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างจากตัวเองอีกด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง เพราะไปถึงตอน 10 โมงกว่า ยังสว่างอยู่

ทีแรกคิดว่าจะเป็นการชุมนุมที่มีคนแออัดและคงต้องร้อนมากๆ แต่เมื่อไปถึงก็พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีไม่มากนัก แม้แต่บริเวณหน้าเวทีปราศรัยที่มีคนมากที่สุดก็รู้สึกว่าไม่ได้แออัดอะไรมาก สามารถเดินเข้าออกได้สบายพอสมควร ไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้เท่าไร

ประเด็นที่ใช้เคลื่อนไหวเป็นประเด็นเก่าคือโจมตีว่าเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดและมีการทุจริต รวมถึงข้อหาปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลในการตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมของผู้ชุมนุมหลายๆ คน ส่วนที่น่าจะฝังใจผู้เข้าร่วมชุมนุมมากที่สุดก็คือ รัฐบาลมีการทุจริต เป็นรัฐบาลโกงบ้านโกงเมือง และบางคนกล่าวต่ออีกว่า “ต้องหาคนดีมาเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เอาพวกเผาบ้านเผาเมืองมาเป็นรัฐบาล”

นอกจากนี้แกนนำบางคนหยิบประเด็น “ยิ่งลักษณ์ส่งตาหวานให้โอบามา” มาโจมตีเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และเมื่อในกรอบคิดของสังคมไทยไม่ยอมให้ผู้หญิงมีกริยาเจ้าชู้อย่างชายได้ การนำประเด็นเรื่องบนเตียงมาใช้โจมตีผู้หญิงจึงเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง แสดงถึงความถดถอยทางศีลธรรมของนักการเมืองและความคิดอุบาทว์ของผู้พูด

บรรยากาศภายในม็อบก่อนการใช้แก๊สน้ำตาในเวลาประมาณ 14.00 น. นั้น ไม่มีความตึงเครียด หลายๆ คนยังมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อได้ฟังคำพูดที่ถูกใจจากบรรดาแกนนำ ตรงนี้ทำให้ผมก็ไม่รู้สึกเครียดไปด้วย และถือโอกาสเดินถ่ายรูป และเข้าไปพูดคุยกับผู้เข้าร่วมชุมนุม พูดคุยไปประมาณ 3-4 คน แต่เพราะความไม่เจนจัดในการพูดการจา จึงได้พูดคุยแค่ประเด็นว่าทำไมต้องออกมาร่วมชุมนุม สอบถามถึงสาเหตุความไม่พอใจรัฐบาลเพียงเท่านั้น

ในแง่ของบทบาทของตัวละครต่างๆ ในด้านแกนนำ คิดว่ายังอ่อนอยู่ คือไม่สามารถพูดปลุกเร้าอารมณ์คนเพิ่มความเกลียดชัง เพิ่มแรงโมโหอะไรได้มากนัก จึงต้องถือว่าไม่ประสบความสำเร็จนัก ในเรื่องการพูดต่อมวลชน ดูเหมือนว่าแกนนำอื่นๆ กับเสธ.อ้าย ไม่ได้ตระเตรียมว่าจะถามอะไร จะพูดอะไร ทำให้ เสธ.อ้าย ดูเหมือนติดๆ ขัดๆ ถามคำตอบคำ

ส่วนตำรวจนั้นจะถูกกล่าวถึงหรือถูกด่ามากที่สุดก็ช่วงที่ยิงแก๊สน้ำตามาทางผู้ชุมนุม ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติเพื่อปรามผู้ชุมนุม ไม่ว่าการชุมนุมไหนๆ และเมื่อคิดเทียบกับการชุมนุมทางการเมือง ก็ดูจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับกลุ่มคนเสื้อแดง

ขณะที่บทบาทของสื่อคราวนี้ สื่อให้ความสำคัญกับม็อบเสธ.อ้ายอย่างมาก (คงคิดว่าเป็นม็อบที่แปลกกระมัง) แต่เอาเข้าจริงก็ต้องถือว่าไม่ยิ่งใหญ่สมความเกรียวกราวในหน้าสื่อ โดยเฉพาะตัวเสธ.อ้ายเอง ทั้งๆ ที่กระแสแช่แข็งมันโลดแล่นในหน้าสื่ออยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเรียกคนให้ออกมาร่วมชุมนุมได้มากเท่าที่คาด อาจเป็นเพราะไม่ได้มีการวางแผนที่ดี ไม่มีการปรึกษากับกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างจริงจัง หรือไม่ก็เป็นไปได้ว่าพันธมิตรฯ ไม่เอาด้วย เพราะเห็นแล้วว่าท่าจะไปไม่รอด

การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น คงต้องรอดูอีกสักระยะว่าจะมีตัวละครอะไรใหม่หรือตัวละครเก่าๆ แต่มาเล่นบทบาทใหม่อะไรบ้างไหม กล่าวเฉพาะหน้าม็อบครั้งนี้น่าจะไม่มีผลอะไรโดยตรงแก่รัฐบาลเลย หนำซ้ำอาจจะมีผลดีบ้างที่เป็นการหยั่งกระแสผู้ไม่เอารัฐบาลและอาจเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ไม่เอารัฐบาล รวมทั้งปลุกเร้าให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ นำเสนอวาระทางการเมืองตรงไปตรงมาอย่างไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนอีกต่อไป

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์