แอมเนสตี้ฯหารือ ก.ต่างประเทศพักการใช้โทษประหารชีวิต

27 พฤศจิกายน 2555 ตัวแทนจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเรียกร้องให้มีการพักการใช้โทษประหารชีวิต โดยคุณพรประไพ กาญจนรินทร์ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเป็นตัวแทนเข้าร่วมปรึกษาและรับมอบหนังสือ

นายสมชาย หอมลออ ประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวถึงการรณรงค์ยกเลิกโทษประหารชีวิตว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีการตัดสินลงโทษประหารชีวิตอยู่ แต่ในแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2552-2556) ที่รัฐบาลได้ประกาศอย่างเป็นทางการและมีผลปฏิบัติตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมานั้น หนึ่งในตัวชี้วัดต่อความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนนี้ คือตัวชี้วัดกลยุทธ์ที่ 3.1 ว่ามีการยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยเปลี่ยนให้เป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นพันธสัญญาของรัฐบาลที่จะให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิตในที่สุด

และในการประชุมของคณะกรรมาธิการที่สามของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา รัฐภาคีสมาชิกได้ร่วมลงคะแนนต่อมติพักการใช้โทษประหารชีวิต โดยมีรัฐที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 110 เสียง  งดออกเสียง 36 เสียง และคัดค้าน 39 เสียง   องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอชื่นชมที่รัฐบาลไทยลงคะแนน “งดออกเสียง” และไม่คัดค้านต่อมติข้อตกลงการพักใช้โทษประหารชีวิตดังกล่าว

“เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยสนับสนุนและลงมติ “เห็นชอบ” ต่อมติการพักใช้โทษประหารชีวิตที่จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ในเดือนธันวาคม 2555  เพื่อแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยต่อการเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชนในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งยังนับเป็นการปฏิบัติตามแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 และปฏิบัติตามพันธกรณีของไทยที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทั้งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง” คุณสมชายกล่าว

นางสาวปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยควรพิจารณาสนับสนุนแนวโน้มที่เกิดขึ้นในเวทีระหว่างประเทศในทางที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยประกาศยุติการประหารชีวิตในทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการโดยทันที เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  โดยมีเจตจำนงที่จะออกกฎหมายให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในท้ายที่สุด และให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต และให้ใช้โทษจำคุกตลอดชีวิตแทนภายในปี 2556 นอกจากนี้ ประเทศไทยควรให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับฉบับที่สองของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (Second Optional Protocol to the International Covenant on Civil and Political Rights)

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลต่อต้านโทษประหารในทุกกรณี โดยถือเป็นการละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตรอด และถือเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และดูหมิ่นศักดิ์ศรีมากสุด

ด้านคุณพรประไพ กาญจนรินทร์ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยในปีนี้คิดว่าคงจะงดออกเสียงในประเด็นนี้ไปก่อน แต่ก็ยังมีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว ซึ่งขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นผู้รับผิดชอบ ในการว่าจ้างให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยและการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร หากมีการยกเลิกโทษประหารชีวิต ซึ่งผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนปี 2556

ทั้งนี้ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา 10.30 น. แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยจะเข้าพบอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทวงยุติธรรม ณ อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตึก A ชั้น 8 เพื่อปรึกษาหารือและยื่นหนังสือในประเด็นดังกล่าวข้างต้นอีกด้วย

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์