เสวนา: ทิศทางจีนหลังผลัดผู้นำพรรค

ทัศนะจากรองอธิการบดี สถาบันการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ สถาบันการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุผลการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ 18 แนวทางจีนไม่เปลี่ยนแปลง

วันที่ 1 ธ.ค. 2555 ที่ห้องรัตนโกสินทร์ โรงแรมเดอะสุโกศล สำนักงานวิเทศสัมพันธ์ พรรคคอมมิวนิสต์จีนแห่งประเทศจีน, มูลนิธิสถาบันสราญรมย์, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติร่วมกับสถาบันศึกษาความมั่นคงนานาชาติ ร่วมจัดการเสวนา “มังกรพลิกกาย...ท่วงท่าใหม่ที่ไทยควรรู้”

ฯพณฯ ก่วนมู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

ไม่นานมานี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ 18 จบลงอย่างประสบความสำเร็จ เป็นการประชุมครั้งนี้ได้ทบทวนและสรุปผลสำเร็จในการสร้างสรรค์ประเทศจีนโดยเฉพาะ 5 ปีที่ผานมา ได้กำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การเมืองสังคม วัฒนธรรม นิเวศ และกำหนดเป้าระยะยาวว่าในปี 2020 สังคมจีนจะเป็นสังคมที่อยู่ดีกินดี

ที่ผ่านมาจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ ทำให้ขนาดเศรษฐกิจดีดตัวขึ้นจากอันดับที่ 6 ของโลกมาเป็นอันดับที่ 2 ทว่าก็ยังเผชิญปัญหาและอุปสรรคต่างๆ อยู่ไม่น้อย

การประชุมสมัชชาครั้งที่ 18 ได้มีการเลือกผู้นำรุ่นใหม่จะพาจีนไปสู่ทิศทางใดนั้นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ

ไทย-จีนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์ที่มีความผันผวน เปลี่ยนแปลง พวกเราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยและจีนมีการประสานงานทำความเข้าใจซึ่งกันและกันในสถานการณ์ทีเปลี่ยนแปลง

สมัชชาครั้ง 18 มุ่งแนวทางเดิม 5 สิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

เฉิน เป่าเซิง รองอธิการบดี สถาบันการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์ กล่าวถึงผลการประชุมสมัชชาครั้งที่ 18 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าการประชุมประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ทางประธานาธิบดีหู จิ่น เทา ได้รายงานเนื้อหาที่มีความสำคัญในที่ประชุมให้กับสมาชิกพรรค การรายงานนี้เป็นสิ่งที่ชี้แนวทางว่าประเทศจีนจะมีแนวทางพัฒนาอย่างไร ซึ่งมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคคอมมิวนิสต์จีนบางส่วน ทั้งนี้มี 5 สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงดำเนินตามแนวทางเดิมได้แก่ แนวทางการพัฒนา แนวทางความสัมพันธ์กับอาเซียนที่เน้นสันติภาพ แนวทางพัฒนา 11 มณฑลตะวันตก

ประการแรก สีจิ้นผิงได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค และทุกท่านก็อาจกำลังคิดว่าจีนจะพัฒนาไปทิศทางใด ซึ่งข้าพเจ้าขอพูดว่าประเทศจีนจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่นโยบายและเป้าหมายนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก สิ่งแรกที่ผมจะพูดก็คือ หนทางที่เราจะพัฒนาไปสู่สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์นี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเราได้มีการวิจัยวิเคราะห์มายาวนานผ่านอุปสรรคยากลำบากและพบว่านี่เป็นหนทางที่ทำให้จีนพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จะเดินไปในแนวทางนี้ต่อไปอย่างเข้มแข็ง

ประการที่ 2 คือ สิ่งที่กำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวของจีนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จ และเราควรจะสร้างยุทธศาสตร์พัฒนาระยะยาวที่สามารถเป็นศูนย์รวมเอาประชาชนเข้าไว้ โดยมีเป้าหมายว่าปี 2020 จะทำให้ประชาชนของจีนส่วนใหญ่มีชีวิตที่พูนสุข มุ่งสร้างมูลค่าจีดีพี และแต่นี้เป็นต้นไป จนปี 2020 จะเป็นช่วงที่สร้างสิ่งนี้ให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

หลังจากสมัชชาครั้งที่ 18 เราก็มีเป้าหมายว่าจะทำให้รายได้ของประชาชนขยายเป็นเท่าตัวในปี 2020 ซึ่งถ้าหากว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจพัฒนาต่อเนื่องปีละ 7 เปอร์เซ็นต์จะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ซึ่งดัชนีเหล่านี้ไม่เปลี่ยนแปลง สิบปีที่ผ่านมามีการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างรวดเร็ว และนโยบายในการบริหารของประเทศจีนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก

ประการที่ 3 ย้อนหลังไปสามสิบปีก่อน เมื่อเริ่มเปิดประเทศและใช้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ สามารถทำให้จีนพัฒนาได้สอดคล้องกับโลกาภิวัตน์ มุ่ง 2 แนวทาง ด้านหนึ่งมาจากเศรษฐกิจการตลาดที่ค่อนข้างพัฒนามาสมบูรณ์แบบ แต่ในด้านกฎหมายอาจจะมีข้อบกพร่องเล็กน้อย ในสิบปีข้างหน้าก็จะมุ่งพัฒนาส่วนนี้ให้สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ

ประการที่ 4 จีนเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก ฐานะตรงนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง สิบปีที่ผ่านมาจีดีพีโต 10.7 โดยเฉลี่ย และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนปัจจุบันก็ถือว่าดีขึ้น แต่ว่าเศรษฐกิจในภาคตะวันตก 11 มณฑลก็ยังมีปัญหาความยากจน ดังนั้นจีนก็ยังถือว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ประการที่ 5 ความร่วมมือระหว่างประเทศนั้น จีนเน้นเรื่องสันติภาพ สำหรับอาเซียนแล้ว นโยบายต่างๆ ของจีน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ในการประชุมครั้งที่ 18 ที่ผ่านมา มุ่งเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีสันติภาพ ตรงนี้เป็นนโยบายหลักของเรา ต้องเสมภาคกัน เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ห้าสิ่งที่ไม่เปลี่ยนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการเปลี่ยนเลย แต่ต้องเปลี่ยนให้ดียิ่งขึ้น

ถ้าพูดถึงมังกรพลิกกาย คงต้องกล่าวว่าจีนพลิกกายเมื่อหกสิบปีก่อน เป็นการพลิกกายจากความไม่ยุติธรรมเมื่อร้อยปีที่ผ่านมาที่ตกอยู่ในความยากลำบาก

ประชาธิปไตยแบบจีน เลือกคนจากการทำงานไม่ใช่การแสดง

ในส่วนของข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้นำนั้น ก็ได้มาตามวิถีประชาธิปไตยแบบจีน ซึ่งแตกต่างจากประชาธิปไตยในตะวันตก เราเรียกว่าประชาธิปไตยประชาชน ผู้นำของจีนส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในหน่วยย่อยแล้วค่อยๆ เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา รวมถึงกรรมการ 25 คนของกรมการเมืองและกรรมการถาวร 7 คน ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติทางการเมือง ความสามารถและผลงานที่ผ่านมา กระบวนการนี้คัดเลือกคนดีเด่นจากคนดีไม่เหมือนอเมริกาที่เหมือนมีการแสดงโชว์และ แสดงวิสัยทัศน์ ส่วนผู้นำจีนอาศัยการปฏิบัติลงมือทำ

ปัญหาทะเลจีนใต้ –ไม่เคยรุกรานใครก่อน

สำหรับปัญหาทะเลจีนใต้และเพื่อนบ้าน ในประวัติศาสตร์จีนที่ผ่านมาเรามีนโยบายที่ชัดเจน เราใช้น่านทะเลเป็นประโยชน์แสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็นเหมือนการเต้นรำคู่เมื่อเขามาเหยียบเท้าคุณ คุณก็ต้องถอย กรณีเตี้ยวหวี เป็นปัญหาเป็นปัญหาเชิงประวัติศาสตร์ แต่ญี่ปุ่นไปจัดการฝ่ายเดียว

ที่ผ่านมาเรามีหลักการไม่เปลี่ยนแปลงคือเอาข้อโต้แย้งวางไว้ก่อน แต่ร่วมกันพัฒนา ก็ใช้วิธีเจรจา สร้างสมดุล ไม่มีเจตนาไปใช้กำลังแก้ปัญหา แต่เราก็มีความตั้งใจเหนียวแน่นที่จะรักษาอธิปไตยของจีน

กรณีที่อเมริกาสนใจเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตนั้น จริงๆ แล้วอเมริกาไม่เคยห่างเหินจากเอเชียแปซิฟิก เรายินดีที่อเมริกามีบทบาทมากขึ้นและย้อนกลับมาเอเชียแปซิฟิก และเห็นว่าเขากลับมาสู่เอเชียแปซิฟิกอย่างสันติ ถ้ามิฉะนั้นประเทศจีนต้องคอยติดตามเฝ้าระวัง

ผู้นำของเราในที่ประชุมจะไม่มีการพูดถึงอเมริกา แต่การเลือกตั้งประธานาธิดีของอเมริกา ไม่ว่าพรรคไหนก็วาดภาพให้จีนไม่สวยงาม

ทะเลจีนใต้ จริงๆ มีปัญหาตั้งแต่มีนาคม 2011 และมีประเทศบางประเทศยึดผลประโยชน์ในทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว จีนไม่อยากให้ปัญหาทะเลจีนใต้เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ก็อยากแก้ไขปัญหาเฉพาะระหว่างคู่กรณี และเป็นปัญหาภายในประเทศทวิภาคี ไม่อยากนำปัญหาสู่เวทีภูมิภาคหรืออาเซียน

ในห้าพันปีที่ผ่านมา จีนไม่เคยครองความเป็นเจ้าอย่างที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าจีนตั้งขั้วอำนาจใหม่ แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาห้าพันปี จีนไม่เคยไปคุกคามประเทศอื่น แม้งบประมาณทางทหารเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ถ้าเทียบกีบจีดีพีแล้วก็ถือว่าน้อยมากทีเดียว

แม้จีนจะมีการพัฒนาและมีปัญหามากมายในการแก้ไข แต่ว่าประเทศที่ไม่มีปัญหาภายในเลยคงกล่าวได้ว่าประเทศนั้นไม่มีชีวิตชีวา

จะเห็นว่าทุกประเทศคงมีปัญหาภายในอยู่แล้ว ดังนิยายความลับในหอแดงที่กล่าวว่า ครอบครัวใหญ่ก็มีปัญหาของครอบครัวใหญ่ ครอบครัวเล็กก็มีปัญหาของครอบครัวเล็ก ครอบครัวที่มีความสุขก็มีปัญหา ครอบครัวที่มีทุก์ข์ปัญหา จีนไม่เห็นด้วยกับการโอนปัญหาเหล่านี้ไปให้ประเทศอื่น จีนจะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง

สำหรับการแก้ปัญหาภายในของเรา เราทำของเราให้ดีที่สุด ทำเรื่องภายในประเทศให้ดีที่สุดก็ถือว่าเป็นคุณูปการต่อโลก

ปัญหาคอร์รัปชั่น-ระบบอุปถัมภ์

สำหรับปัญหาคอร์รัปชั่นในจีนก็มีสาเหตุมากมาย หลากหลายรูปแบบ ต่างกันในแต่ละประเทศ ในประเทศจีน มีความทันสมัย แต่ก็มีปัญหาคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็ไม่ปรารถนาจะให้เกิดปัญหาเหล่านี้แต่ก็มีความตั้งใจในการแก้ปัญหายังเหนียวแน่นแน่วแน่

ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 18 ได้วางยุทธศาสตร์ คือ หนึ่ง วางระบบปราบปรามคอร์รัปชั่น สองคือเสริมสร้างความเข้มแข็งในมาตรกร และสาม ส่งเสริมการตรวจสอบ มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาเช่น ปปช. ของจีน ซึ่งจีนก็มีองค์กรตรวจสอบหลายหน่วนงาน ปปช. อัยการ องค์กรอีกหลายองค์กร และมีความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ด้วย

ประเด็นระบบอุปถัมภ์ของจีน สังคมเอเชียก็ส่วนใหญ่มีปัญหานี้ แต่หลายๆ ปีที่ผ่านมาเราได้ใช้มาตรการต่างๆ ในการสร้างระบบขึ้นมา ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการสร้างระบบการเมืองประชาธิปไตย

เงินหยวนแข็งค่า

ปัญหาเรื่องค่าเงินหยวน การแข็งค่าขึ้นเป็นขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป คงไม่เป็นอย่างที่บางประเทศคาดว่าจะมีการแข็งค่าขึ้นอย่างฉับพลัน ทิศทางที่เราจะพัฒนาตามนโยบายของการประชุมพรรคครั้งที่ 18 คือการช่วยสร้างเสถียรภาพของค่าเงินหยวน สอดคล้องกับการพัฒนาในประเทศ ส่วนจะใช้เงินหยวนเป็นเงินตราระหว่างประเทศก็คงต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่ง ยังไม่มีแนวคิดที่จะใช้เงินหยวนแทนเงินดอลล่าร์

มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และแก้ปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุล

นายหัน เป่าเจียง สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ สถาบันการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน  กล่าวว่า การพัฒนาของประเทศคอมมิวนิสต์ใหญ่ของจีนไม่เพียงแต่สอดคล้องกับกฎของการพัฒนาของมนุษยชาติ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ผ่านมาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 9 เปอร์เซ็นต์ แต่ทรัพยากรมีจำกัด และโอกาสในการพัฒนาต่อก็มีจำกัด การพัฒนาของประเทศใหญ่ก็เป็นที่จับตาดูของโลก และแน่นอนก็ส่งผลต่ออนาคตของสังคมโลก

ในการประชุมของสมัชาใหญ่ฯ หูจิ่นเทา ได้สรุปประสบการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการกล่าวรายงานนั้น ก็ถือเป็นโอกาสและความท้าทาย ดังที่มีคำกล่าวว่าเมื่อต้นไม้เติบโตใหญ่เมื่อเจอลมพายุจะหักโค่นได้ง่าย การพัฒนาของจีนก็นำมาซึ่งความเป็นห่วงหรือทฤษฎีการคุกคามจากการเติบโตของจีน ซึ่งทุกคนถามในใจว่าการพัฒนาของจีนจะนำมาซึ่งอะไรต่อโลก ความขัดแย้งหรืออุปสรรคต่างๆ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็เกิดขึ้นมากมายในประเทศจีน แต่จีนก็มีความคิดอย่างหนึ่งว่าจะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในประเทศ ไม่มีความตั้งใจจะไปแทรกแซงคนอื่น

การพัฒนาของจีนยังไม่สมบูรณ์และยั่งยืน หนึ่ง คือการพัฒนาเศรษฐกิจไม่สมบูรณ์ ขาของเศรษฐกิจยาว แต่ขาของสังคมไม่แข็งแรง เป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุลประการแรก และประการที่สอง คือความไม่สมดุลระหว่างเมืองกับชนบท

การพัฒนาของจีนทำให้ชายฝั่งตะวันออกของจีนมีความทันสมัยก้าวหน้า เหมือนสวมสูทสวยหรู แต่ภาคกลางและตะวันตกเหมือนใส่เสื้อชั้นในที่มีรอยปะเต็มตัว จีนต้องสนใจแก้ไขปัญหาในประเทศมากกว่าที่จะไปสร้างอิทธิพลเหนือประเทศอื่น

ประเด็นต่อมาคือการพัฒนาเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อม การประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ครั้งที่ 18 กำหนดเป้าหมายระยะยาวเน้นการพัฒนาภายในประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง มีความรับผิดชอบต่อสังคมโลกในฐานะประเทศใหญ่ ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญ ซึ่งจีนตระหนักอย่างดี แต่จีนต้องพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และเน้นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ต้องมีการพัฒนาเพิ่มความต้องการภายในประเทศ มีการริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม และด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เน้นคนเป็นศูนย์กลาง เน้นคุณค่าของมนุษยชน ให้ประชาชนสามารถได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์