ครม.เห็นชอบกรอบเจรจา ‘FTA ไทย-อียู’ ด้าน ‘กสม.’ เตรียมประชุมค้าเสรีละเมิดสิทธิ!

ครม.ส่ง ‘โอฬาร’ นำทีมเจรจา ‘FTA ไทย-อียู’ ยันการเจรจาข้อตกลงไม่ทำไทยเสียเปรียบ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิบัตรยา-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ด้านภาคประชาสังคมชี้ร่างกรอบเจรจาฯ ไม่มีข้อความป้องกันปัญหาข้อห่วงใย เตรียมใช้สิทธิตรวจสอบรัฐทุกช่องทาง

 
 
วันนี้ (4 ธ.ค.55) นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้มีมติเห็นชอบร่างกรอบเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย -ยุโรป) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยในระหว่างนี้ที่ประชุมฯ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์หารือกับภาคเอกชนรวมทั้งเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีต่อการจัดทำ FTA ไทย-ยุโรป และมอบหมายให้นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยในการเจราจารายละเอียดต่างๆ กับสหภาพยุโรป จากนั้นให้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามมาตรา 190 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป
 
รวมทั้ง ให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ไปติดตามความคืบหน้าการเจรจา ซึ่งการเจรจาดังกล่าว ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยมีประเด็นที่เป็นห่วง 3 เรื่อง คือ การมีข้อผูกพันทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาดทางการเกษตรอย่างครบวงจร รวมถึงอุปสรรคต่อการใช้มาตรการสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา และการเข้าถึงยาที่จำเป็นของประชาชน, การเปิดเสรีสินค้าแอลกอฮอล์และบุหรี่ ที่อาจส่งเสริมให้เกิดการบริโภคมากขึ้น และการสูญเสียฐานทรัพยากรของประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 
ทั้งนี้ กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป จะใช้ในการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมความตกลงด้านการค้าสินค้า, การค้าบริการ, การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งการเจรจาอาจเจรจาแยกเป็นรายฉบับ รวมทั้งภาคผนวกและเอกสารแนบท้ายที่จะมีการเจรจาเพิ่มเติมในภายหน้า
 
สำหรับสาระสำคัญของกรอบการเจรจาจะครอบคลุม 17 ประเด็น ได้แก่ 1.การค้าสินค้า 2.พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 3.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 4.มาตรการเยียวยาทางการค้า 5.มาตรการปกป้องด้านดุลการซำระเงิน 6.มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 7.อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 8.การค้าบริการ 9.การลงทุน 10.การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ 11.ทรัพย์สินทางปัญญา 12.การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 13.ความโปร่งใส 14.การแข่งขัน 15.การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน 16.ความร่วมมือ และ 17.เรื่องอื่นๆ
 
 
ก.พาณิชย์ หวัง ‘FTA ไทย-ยุโรป’ แก้ปัญหาถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร
 
ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้ให้เหตุผลว่า การเสนอเรื่องนี้เข้ามาถือว่า มีความจำเป็น เพราะการจัดทำข้อตกลงนี้ มีความจำเป็นที่ช่วยสร้างโอกาสแก่ไทยในการเป็นศูนย์กลางของอียู ด้านการค้าและการลงทุนในอาเซียน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และภาคบริการ รวมทั้งยังจะช่วยแก้ปัญหาการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่ไทยจะถูกตัดสิทธิจีเอสพีของสหภาพยุโรปทั้งหมดในปี 58 ด้วย
 
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า การเจรจาข้อตกลง ยังเป็นไปตามแนวทางเดิม และไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิบัตรยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งฝ่ายไทยจะไม่ทำตามคำขอของฝ่ายอียู หากเห็นว่าข้อตกลงเรื่องดังกล่าวทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบ
 
 
ภาคประชาสังคมระบุ เตรียมใช้สิทธิตรวจสอบรัฐทุกช่องทาง
 
ขณะที่ กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ระบุว่า การที่ ครม.วันนี้อนุมัติร่างกรอบเจรจาฯ โดยไม่มีหลักการหรือข้อความใดๆ ที่จะป้องกันปัญหาข้อห่วงใยของภาคประชาสังคม ทั้งเรื่องการเข้าถึงยาที่จะได้รับผลกระทบจากเนื้อหาที่เป็นทริปส์พลัส การเปิดเสรีสินค้าและบริการ และการลงทุนที่เกี่ยวข้อกับสินค้าทำลายสุขภาพ อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ทำให้ภาคประชาสังคมต้องใช้สิทธิในการตรวจสอบการดำเนินนโยบายของรัฐทุกช่องทางเท่าที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญจะอำนวย 
 
อีกทั้งระบุด้วยว่า ในวันที่ 11 ธ.ค.55 เวลา 13.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะจัดประชุมกรณีที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเจรจา FTA ไทย-ยุโรปด้วย
 
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่  3 ธ.ค.55 ตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคม 15 องค์กร ชุมนุมที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผ่านทาง นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สธ. เรียกร้องให้รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาที่จะระบุในกรอบเจรจาฯ อย่างชัดเจน FTA ไทย-ยุโรป ต้องไม่กระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพและการกำหนดนโยบายสาธารณะ เนื่องจากกรอบดังกล่าว ยังไม่เคยเปิดเผยและยังไม่เคยถูกนำมารับฟังความคิดเห็นสาธารณะว่า
 
เนื้อความในจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ภาคประชาสังคมฯดังกล่าว มีข้อเสนอดังนี้ 1.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์) รักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 22 พ.ย.55 ว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปอย่างชัดเจนถึงการป้องกันผลกระทบจากการเจรจา FTA ต่อระบบสุขภาพและสาธารณสุขของไทย เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
 
2.ให้กำหนดไว้ในกรอบการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป อย่างชัดเจนว่า ไม่รับข้อเรียกร้องที่เกินไปกว่าความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือ ทริปส์พลัส ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายแห่งชาติด้านยา พ.ศ.2554 และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 โดยผลการเจรจาใดๆที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ที่ไทยปฏิบัติอยู่ถือเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ และควรระบุหลักการสำคัญลงไปในกรอบเจรจาว่า การเจรจาความตกลงนี้จะต้องไม่กระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพ และต้องไม่กระทบกับการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสาธารณสุข สังคมและการคุ้มครองผู้บริโภค
 
3.เนื่องด้วย FTA ไทย-ยุโรป เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ด้านสังคม และกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศอย่างกว้างขวาง จึงขอให้รัฐบาลดำเนินตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด และขอให้การเจรจา FTA ไทย-ยุโรป ที่จะมีขึ้นรอผลจากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 เพื่อประกอบการตัดสินใจ
 
ทั้งนี้ เครือข่ายและองค์กรที่ร่วมยื่นจดหมายถึงนายกฯ ดังกล่าว ประกอบไปด้วย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย, เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค, คณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์, มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์, เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก, ชมรมเพื่อนโรคไต, เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, มูลนิธิเภสัชชนบท, กลุ่มศึกษาปัญหายา, มูลนิธิชีววิถี, มูลนิธิบูรณะนิเวศ, มูลนิธิสุขภาพไทย, มูลนิธิชีวิตไท และ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
 
 
 
 

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์