เกาหลีเหนือประกาศว่าประสบความสำเร็จในการส่งจรวดปล่อยดาวเทียม

สื่อทางการเกาหลีเหนือระบุการปล่อยจรวดอึนฮา-3 ประสบความสำเร็จ และสามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่กวางเมียงซง-3 ขึ้นสู่อวกาศ โดยยืนยันว่าเป็นดาวเทียมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ทั้งเกาหลีใต้-สหรัฐอเมริกามองว่าเป็นความพยายามทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกล โดย รมว.ต่างประเทศเกาหลีใต้แนะให้ไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แทนการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์

แฟ้มภาพศูนย์ควบคุม และฐานปล่อยจรวดโซแฮ เมืองโชซาน จังหวัดปยองอันเหนือ ของเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนเคยให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเข้าไปเยี่ยมชม อย่างไรก็ตามการปล่อยจรวดในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะมีการปล่อยจรวดอีกครั้งในวันนี้ (ที่มา: KCNA)

แฟ้มภาพฐานปล่อยจรวดโซแฮ เมืองโชซาน จังหวัดปยองอันเหนือ ในเกาหลีเหนือ ในภาพเป็นการติดตั้งจรวดอึนฮา-3 (กาแลกซี่-3) สำหรับปล่อยดาวเทียมกวางเมียงซง-3 (ดาวจรัสแสง-3) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการปล่อยจรวดในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ (ที่มา: KCNA)

 

วันนี้ (12 ธ.ค.) เมื่อเวลา 9.51 น. ตามเวลาเกาหลี (7.49 น. ตามเวลาในประเทศไทย) สำนักข่าวยอนฮัป ของเกาหลีใต้รายงานว่ามีการยิงจรวดจากฐานปล่อยจรวดในเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการเกาหลีเหนือระบุว่า จรวดดังกล่าวเป็นจรวดสำหรับส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ แต่หลายชาติระบุว่าการปล่อยจรวดดังกล่าวเป็นการพัฒนาจรวดมิสไซล์พิสัยไกล

ต่อมาช่วงสายวันนี้ สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ ประกาศว่าวันนี้ ดาวเทียมกวางเมียงซง-3 (ดาวจรัสแสง-3) รุ่นที่ 2 ประสบความสำเร็จในการปล่อยจากศูนย์อวกาศโซแฮ เมืองโชซาน จังหวัดปยองอันเหนือ โดยใช้จรวดอึนฮา-3 (กาแลกซี่-3) ขนส่งดาวเทียมดังกล่าว สำนักข่าวกลางเกาหลี รายงานด้วยว่า ดาวเทียมได้เข้าสู่วงโคจรแล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. โฆษกของคณะกรรมการเทคโนโลยีอวกาศเกาหลี ของเกาหลีเหนือ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรกำลังเร่งตรวจสอบถึงการเตรียมปล่อยจรวดกวางเมียงซง-3 รุ่นที่ 2 และดาวเทียมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ในขั้นเตรียมการขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตามมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในโมดูลเครื่องยนต์ของจรวด ทำให้มีการตัดสินใจเลื่อนการปล่อยจรวดออกไปจนถึงวันที่ 29 ธ.ค. แต่ในวันนี้ก็มีการตัดสินใจปล่อยจรวดดังกล่าว

ทั้งนี้ทางการเกาหลีใต้ได้ประณามการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง โดยสำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า ภายหลังการประชุมฉุกเฉินของสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายคิม ซุง ฮวาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้อ่านแถลงการณ์ของรัฐบาลตอนหนึ่งกล่าวว่า "การปล่อยจรวดครั้งนี้ เป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นการคุกคามต่อสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีและโลก" พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือรับผิดชอบ

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ขู่ด้วยว่าเกาหลีเหนือ "จะถูกโดดเดี่ยว" ในอนาคตจากประชาคมนานาชาติ และเรียกร้องให้ประเทศที่แร้นแค้นใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แทนที่จะเอามาใช้กับโครงการพัฒนาจรวดมิสไซล์และนิวเคลียร์

ทั้งนี้เกาหลีเหนือยืนยันว่ามีสิทธิในการใช้พื้นที่อวกาศอย่างสันติ และการปล่อยจรวดเป็นไปเพื่อส่งดาวเทียมทางด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นสู่วงโคจร โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน เกาหลีเหนือพยายามปล่อยจรวดอึนฮา-3 เพื่อส่งดาวเทียมกวางเมียงซง-3 รุ่น 1 ขึ้นสู่วงโคจรเช่นกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง)

การปล่อยจรวดดังกล่าวถูกเฝ้าจับตามองจากทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยยอนฮัป รายงานว่า รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ คิม กวาน จิน ใช้คำว่า "การยิงจรวดพิสัยไกล" ของเกาหลีเหนือ ประสบความสำเร็จในการปลดชิ้นส่วนจรวดท่อนที่หนึ่งและท่อนที่สอง โดยทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกากำลังตรวจสอบว่าจรวดของเกาหลีเหนือเข้าสู่วงโคจรหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ศูนย์บัญชาการป้องกันอวกาศภาคพื้นอเมริกาเหนือ ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ระบุว่ามีหลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่าจรวดมิสไซล์ดังกล่าวได้ส่งวัตถุซึ่งปราฏอยู่ในวงโคจรแล้ว นอกจากนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาก็เตือนว่าเกาหลีเหนือจะต้องเผชิญ "ผลลัพธ์" ของการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จหรือไม่

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์