นักปรัชญาชายขอบ: ออกทางประชาธิปไตย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ไหนๆ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ประกาศแล้วว่า พร้อมจะต่อสู้คดีสลายการชุมนุมที่มีประชาชนตายจากเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย แม้ศาลจะตัดสินประหารชีวิตก็พร้อมยอมรับ และท้าทายว่าคุณทักษิณก็ต้องไม่หนีกฎหมายด้วย

แต่ถ้าสมมติว่า ฝ่ายตรงข้ามทำรัฐประหารรัฐบาลอภิสิทธิ์ แล้วตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งดำเนินการเอาผิดคดีสั่งฆ่าประชาชนกับคุณอภิสิทธิ์ เป็นไปได้ที่คุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ และบรรดาประชาชนที่สนับสนุนจะไม่ยอมรับการดำเนินคดีเช่นนั้น เพราะเห็นว่ารัฐประหารคือการล้มระบอบประชาธิปไตย ทำลายระบบนิติรัฐ การดำเนินการเอาผิดจากรัฐประหารย่อมไม่มีความชอบธรรม

ฉะนั้น คุณทักษิณ พรรคเพื่อไทย และบรรดาผู้สนับสนุนก็อาจจะคิดแบบเดียวกับคุณอภิสิทธิ์ในเรื่องสมมติดังกล่าว เขาจึงหนีกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ปัญหาในเวลานี้คือ ถ้าจะดำเนินคดีกับคุณอภิสิทธิ์ เขาก็จะอ้างได้ว่าทำไมถึงทำกับเขาเท่านั้น แต่ปล่อยคุณทักษิณลอยนวล ในขณะเดียวกันถ้าอีกฝ่ายจะเรียกร้องให้เอาคุณทักษิณมาลงโทษตามที่ศาลตัดสินไปแล้ว ฝ่ายคุณทักษิณก็จะอ้างได้อยู่นั่นแหละว่า ยอมรับไม่ได้เพราะเขาถูกทำรัฐประหาร และถูกดำเนินการเอาผิดโดยไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม ในที่สุดก็จะอ้างกันไปกันมาแบบนี้ไม่สิ้นสุด ไม่พบทางออกที่ยุติด้วยหลักการได้

ทางออกที่ยุติด้วยหลักการ จึงต้อง “ออกทางประชาธิปไตย” ต้องยึดประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง นั่นคือทำให้คุณทักษิณได้รับสิทธิต่อสู้ทางกฎหมายใน “มาตรฐานเดียว” กับคุณอภิสิทธิ์ คือสิทธิในการพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ให้เอาคดีต่างๆ ของคุณทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเลย ไม่ว่าเรื่องใดๆ รวมทั้งเรื่องกรือเซะ ตากใบ ฆ่าตัดตอนยาเสพติดตามที่กล่าวหากัน

วิธีออกทางประชาธิปไตยในกรณีนี้ ตรงไปตรงมาเลยควรกลับไปหาข้อเสนอของนิติราษฎร์เรื่องให้ “ลบล้างผลพวงรัฐประหาร” โดยให้ถือว่ารัฐประหาร 19 กันยาเป็นโมฆะ การดำเนินการเอาผิดคุณทักษิณด้วยกระบวนการสืบเนื่องจากรัฐประหารก็เป็นโมฆะด้วย แล้วให้ยกคดีความเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในมาตรฐานเดียวกับคุณอภิสิทธิ์ คุณทักษิณและคุณอภิสิทธิ์จึงจะมีความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย

ในขณะเดียวกันก็ให้ดำเนินคดี (ที่มีการแจ้งความไปแล้ว) กับแกนนำเหลือง-แดงในมาตรฐานเดียวกัน ส่วนชาวบ้านธรรมดาที่ทำผิดกฎหมายด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองก็ให้นิรโทษกรรมพวกเขาเสีย

แต่การออกทางประชาธิปไตยด้วยการทำให้ทุกฝ่ายเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบสังคมการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ด้วย นั่นคือต้องปฏิรูปรัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับสถานะ อำนาจ บทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยสากลด้วย

วิธีดำเนินการอาจทำได้ด้วยการปรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศขึ้นมาใหม่ ให้มีคุณหมอประเวศ วะสี คุณอานันท์ ปันยารชุน อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดง ฝ่ายเป็นกลาง เป็นคณะกรรมการทำ “พิมพ์เขียวปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยสากล” โดยเฉพาะ จากนั้นก็ให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติ ผลออกมาอย่างไรทุกฝ่ายต้องยอมรับ

ทุกวันนี้สังคมถูกตรึงอยู่กับความขัดแย้งแตกแยก แต่ละฝ่ายต่างเล่มเกมยื้อกันไปยื้อกันมาทำให้ปัญหาสลับซับซ้อน จนมองไม่เป็นทางออก ทั้งที่ทางออกตามหลักการนั้นมีอยู่ คือต้องออกทางประชาธิปไตย ด้วยการทำทุกอย่างให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย

สรุป ที่เสนอมานี่ก็ไม่คิดว่าใครเขาจะเอาด้วยในตอนนี้หรอกครับ แต่ผมก็จนด้วยเกล้าจริงๆ ว่าเราจะออกจากปัญหาความขัดแย้งทางไหน หากไม่ออกทางประชาธิปไตย!

 

 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์