'นิติราษฎร์' ข้องใจ ใช้เน็ตทรูเจอข้อความไอซีทีบล็อค ประกาศคณะราษฎรฉบับ 1

นิติราษฎร์ ถามกลับกระทรวงไอซีที คำประกาศซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองแบบประชาธิปไตย "ขัดต่อความมั่นคง หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" อย่างไร และหากไอซีทีไม่ได้บล็อค เท่ากับทรูอ้างคำสั่งไอซีทีโดยพลการ

วันที่ 13 ธ.ค. 2555 สาวตรี สุขศรี สมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มนิติราษฎร์พบว่าไม่สามารถเข้าถึงข้อความ ประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการประกาศก่อตั้งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทย ซึ่งนำเสนอไว้ในเว็บไซต์นิติราษฎร์

โดยพบว่า เมื่อใช้อินเทอร์เน็ตผ่านผู้ให้บริการ True จะแสดงข้อความว่า

ขออภัยในความไม่สะดวก

เว็บไซต์ที่ท่านต้องการเข้าชมได้ถูกระงับการเผยแพร่ตามคำสั่งจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 6 อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210

โทร. 02-141-6950     

Sorry for any inconvenience.

The page you are trying to visit has been blocked by the Ministry of Information and Communication Technology.

For more information, please contact Ministry of Information and Communication Technology

120 Moo 3, floor 6, Government Complex Commemorating His Majesty the Kings 80th Birthday

Changwattana Road, Laksi, Bangkok 10210 Tel. 02-141-6950

 

สาวตรี ระบุว่า การเข้าถึงเว็บไซต์ในหน้าดังกล่าวไม่ได้ครั้งนี้ ไม่มีการบอกแจ้งใด ๆ ต่อเจ้าของเว็บ และผู้ดูแล ทั้งจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และผู้ให้บริการเน็ตเลย  โดยตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า “เอาเข้าจริง ไอซีทีและผู้ให้บริการเน็ต ก็สามารถ "เลือก" ปิดเฉพาะบางหน้าได้ (แต่ทำไม หลายกรณีที่ผ่านมาเวลาปิดจะปิดทั้งเว็บไซต์)”

สาวตรีคาดว่ากระทรวงไอซีทีใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (พ.รบ.คอมพิวเตอร์) มาตรา 20 ซึ่งกระทรวงไอซีทีจะต้องตอบให้ได้ว่า ประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 ขัดต่อความมั่นคงของไทยอย่างไร

“สุดท้ายสำคัญสุด คือ ไอซีที ต้องตอบให้ได้ว่า ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศไทย ขัดต่อความมั่นคง หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (ตามมาตรา 20) ยังไง ที่สำคัญ เอกสารนี้เป็นเอกสาร "สาธารณะ" ที่ มธ. ก็นำมาจัดแสดง ณ อนุสรณ์ปรีดี พนมยงค์”

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่าน บ. ทรู คอร์ปอเรชั่น อาจมีปัญหาในการเข้าไม่ถึงเนื้อหาบางหน้า ของบางเว็บไซต์ในบางช่วงเวลา เช่นที่เกิดกับเว็บไซต์ประชาไทเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ประชาไทก็มีการตรวจสอบและทวงถามไปยังบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ได้คำตอบว่าไม่มีการบล็อคหน้าเว็บ แต่มีปัญหาที่การเชื่อมต่อสัญญาณในบางพื้นที่ ทำให้หน้าเว็บไซต์ถูกดึงไปปรากฏเป็นหน้าคำสั่งดังกล่าว สาวตรีระบุว่า หากเป็นกรณีเช่นนั้น แปลว่าทรูอ้างคำสั่งของกระทรวงไอซีทีโดยพลการ

“แม้ทรูจะทำเองโดยพลการ แต่ประเด็นก็คือ ในหน้าที่บล็อคนั้นขึ้นแสดงว่า "ถูกระงับการเผยแพร่โดยคำสั่งของกระทรวงไอซีทีฯ" คำถามก็คือ หากเป็นเช่นนั้นจริง ไอซีทีก็ต้อง "จัดการทรู" และต้องรับผิดชอบด้วย หาก "ทรู" นำชื่อของกระทรวงไปอ้าง เพื่อปิดเว็บไซต์ของคนนั้นคนนี้ สรุปคือ ต้องรับผิดชอบทั้งทรูและไอซีที ค่ะ”

ความคืบหน้า ขณะนี้ สาวตรีระบุว่า กำลังทำการรวบรวมข้อมูลหลักฐานและจะตรวจสอบจากทั้งทางกระทรวงไอซีทีและ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น ต่อไป

สำหรับประกาศคณะราฎรฉบับที่ 1 นั้น ผู้สื่อข่าวประชาไทตรวจสอบการเข้าถึงในหน้าเพจของเว็บไซต์นิติราษฎร์ โดยผ่านผู้ให้บริการทรู พบว่าบางพื้นที่ปรากฎข้อความข้างต้นจริง ขณะที่ในเว็บไซต์อื่น เช่น เว็บไซต์สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งรวบรวมผลงานและประวัติของนายปรีดี พนมยงค์ ในผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พบว่ายังสามารถเข้าถึงได้

ล่าสุด 23.36 น. ผู้สื่อข่าวประชาไททดสอบเข้าหน้าเว็บนิติราษฎร์ที่เผยแพร่คำประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 พบข้อความ

การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ ถูกระงับโดยคำสั่งศาล

Access to such information has been ceased because of court order.

โปรดติดต่อ Team Protect กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร Email: protect@mict.mail.go.th 

 

หมายเหตุ 

อ่านประกาศคณะราษฎร์ ฉบับที่ 1 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

มาตรา 20 ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ในภาคสองลักษณะ 1 หรือลักษณะ 1/1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้

 

 

หมายเหตุ: แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อเวลา 14.30น. วันที่ 14 ธ.ค.55

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์