‘สว.รสนา’ นำทีม ‘ผู้บริโภค’ เปิดครัวกลางสีลม ค้านขึ้นราคา ‘ก๊าซหุงต้ม’

สว.รสนา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมประชาชนในนามเครือข่ายธรรมาภิบาลด้านพลังงาน รวมตัวเคาะกระทะที่บริเวณหน้าตึกซีพี ถ.สีลม เพื่อแสดงสัญลักษณ์คัดค้านกระทรวงพลังงานที่พยายามจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (LPG)

 
17 ธ.ค.55 เวลา 10.00 – 13.00 น. นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและประชาชนกว่า 100 คน ในนามเครือข่ายธรรมาภิบาลด้านพลังงาน จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนกรณีการประกาศปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีในปี 2556 เดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป ต่อประชาชนที่สัญจรไปมาหน้าตึกซีพี ถนนสีลม
 
นางสาวรสนา อธิบายถึงการปรับราคาก๊าซหุงต้มดังกล่าวว่า ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งค่าแรง 300 บาท ที่รัฐบาลประกาศขึ้นในต้นปี 2556 ก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป
 
“ก๊าซ LPG ในประเทศจากโรงแยกก๊าซจะถูกเก็บไว้ให้ปิโตรเคมีใช้ ในราคาถูกกว่าตลาดโลก 40-50% คนกลุ่มน้อยจะรวยขึ้นจากทรัพยากรราคาถูกที่รัฐใช้อำนาจจัดสรรให้ ส่วนประชาชนถูกรัฐกำหนดให้ใช้ก๊าซ LPG นำเข้าจากต่างประเทศทั้ง 100% นำเข้าแค่ 22% แต่ให้ประชาชนใช้ในราคานำเข้าทั้ง 100% แล้วที่มีเองในบ้าน 55% จะเก็บไว้ให้ใครใช้ ถ้าไม่ใช่ปิโตรเคมี
 
"ราคาก๊าซหุงต้มที่รัฐบาลจะขึ้นราคาเดือนละ 50 สตางค์ ตั้งแต่เดือนมกราคม '56 เป็นต้นไป ฟังเผินๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ฟังดีๆ คือขึ้นราคากิโลกรัมละ 50 สตางค์ ก๊าซถังละ 15 กิโล เท่ากับขึ้นมาถังละ 7.50 บาทต่อเดือน พอครบปี ราคาจะเพิ่มขึ้นถังละ 100 บาท พอครบ 2 ปี ก็เพิ่มขึ้น 200 บาทต่อถัง กลายเป็นก๊าซหุงต้มถัง 15 กิโล จะ มีราคาถังละ 500 บาท
 
"ข้าวแกงจะราคาเท่าไหร่ เมื่อถึงตอนนั้น คนรวยไม่เดือดร้อนหรอก แต่คนจน จะอยู่กันยังไง นี่หรือคือการกระชากค่าครองชีพให้ประชาชน นี่หรือคือการปรับราคาพลังงานให้เป็นธรรมต่อประชาชน
 
"ค่าแรง 300 บาทเพิ่งจะได้ในปี 2556 แต่ก็ล้วงกระเป๋าคืนแล้วจากก๊าซหุงต้ม ถังละ 100 บาทในปี '56 พอปี '57 ก็ล้วงเพิ่ม 200 บาทต่อถัง ยังไม่รวมค่ารถ ค่าไฟ ค่าครองชีพที่ต้องพาเหรดขึ้นจนค่าแรง 300 บาทหมดความหมาย” สว.กทม.กล่าว
 
 
นางสาวรสนากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่รัฐบาลประกาศช่วยคนจนได้ใช้ก๊าซหุงต้มฟรีเดือนละ 6 กิโลกรัม แม่ค้าได้เดือนละ 105 กิโลกรัม ก็เป็นการบริหารที่ยุ่งยากมากเว้นแต่จะเอาไว้ให้แต่หัวคะแนนของตัวเอง และการช่วยคือเอาเงินหลวง เงินงบประมาณมาจ่าย แต่ธุรกิจพลังงานได้ไปเต็มๆ
 
“ลองประมาณรายได้ที่บริษัทธุรกิจพลังงานจะได้จากการเพิ่มราคาดู ครัวเรือนใช้ก๊าซหุงต้ม 2.6 ล้านตันหรือ 2,600 ล้านกิโลกรัม ขึ้น 6 บาทต่อกิโลกรัม ปี '56 จะได้เงินเพิ่ม 15,600 ล้านบาท ยานยนตร์ใช้ 9 แสนตัน หรือ 900 ล้านกิโลกรัมขึ้นมา 6 บาท จะได้เงินเพิ่ม 5,400 ล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรม SME ขึ้นมา 12 บาทใช้ปีละ  7 แสนตันหรือ 700 ล้านกิโลกรัม ก็จะได้เงินเพิ่ม 8,400 ล้านบาท ปี'56 จะได้รายได้เพิ่ม 15,600+5,400+8,400=29,400 บาท ภายใน1ปีได้รายได้เพิ่มเกือบ 30,000 ล้านบาท
 
ถ้าประชาชนต้องใช้ทั้งก๊าซ และน้ำมันใน ราคาตลาดโลกทั้ง 100% ทั้งที่นำเข้าก๊าซ LPG แค่ 22% ก็ขอเสนอให้ยกเลิกสัมปทานปิโตรเลียมทั้งหมด แล้วนำเข้าทั้ง 100% จะดีไหม เราจะได้เก็บทรัพยากรเหล่านี้ให้ลูกหลานในอนาคตที่ฉลาดและไม่โกงไว้ใช้ต่อไป ดิฉันยินดีใช้ก๊าซราคาตลาดโลก เมื่อมีการนำเข้า 100% แต่ไม่ยอมใช้ก๊าซราคาตลาดโลภที่นำเข้าแค่ 22% แต่ให้จ่ายในราคา 100%” นางสาวรสนากล่าว
 
ก่อนปิดการรณรงค์นางสาวรสนาได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงเรื่องราคาก๊าซแอลพีจี  อยากให้กระทรวงพลังงานเปิดเผยข้อมูลและนำข้อมูลมาดีเบสกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับการใช้ก๊าซแอลพีจีของประชาชนด้วย
 
และในวันที่พฤหัสบดี 20 ธ.ค. 55 นี้จะมีการรณรงค์อีกครั้งบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า facebook มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดรณรงค์สวัสดีปีใหม่ ให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคา LPG ช่วยกันส่ง ส.ค.ส.นี้ถึงเพื่อนๆ รวมถึงเฟสบุ๊กนายกรัฐมนตรี รมต.พลังงาน และผู้บริหาร ปตท.ด้วย
 
 
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์