ไต่สวนการตาย จนท.เขาดิน: 'อดีตพลทหาร'ให้การเห็นชายเสื้อขาวยิงขึ้นฟ้า

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 808 ศาลอาญา รัชดา ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำที่ อช.8/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ชันสูตรการเสียชีวิตของนายมานะ อาจราญ ลูกจ้างของสวนสัตว์ดุสิตแผนก บำรุงรักษา ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกของวันที่ 10 เม.ย. 53 บริเวณสวนสัตว์ดุสิต แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม. ภายหลังการสลายการชุมนุมในช่วงค่ำบริเวณแยกคอกวัวและถนนดินสอสงบลง ทั้งนี้ ลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตเป็นจุดพักของเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหลายกองร้อย

พยานวันนี้มี 6 ปาก ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความเห็นเรื่องอาวุธ นายทหารที่นำกองกำลังมาควบคุมการชุมนุมและพลทหารอีก 2 นาย เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และพนักงานสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

พยานปากแรก พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และที่ปรึกษาดีเอสไอ ซึ่งเป็นผู้ให้ความเห็นแก่ดีเอสไอ โดยดูจากรายงานชันสูตรพลิกศพ เบิกความว่า จากบาดแผลของผู้ตายน่าจะเกิดจากอาวุธร้ายแรง โดยน่าจะเป็นกระสุนขนาด .223 (5.56 มม.) ซึ่งเป็นกระสุนที่ใช้ได้กับอาวุธปืน M16 ปืนทราโว่ HK33 หรือ AK ซึ่งผลิตเพื่อใช้กับกระสุนขนาด .223

ทั้งนี้ การที่กระสุนขนาด 5.56 x 45 มม. แต่บาดแผลทางเข้ามีขนาด 4 มิลลิเมตร เพราะตัวกระสุนมีปลายแหลมเรียว ส่วนที่โตที่สุดเท่านั้นที่มีขนาด 5.56 มม. โดยเมื่อยิงออก หัวกระสุนจะหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูง ดันจนหนังตึง แล้วไชเข้า เมื่อเข้าไปแล้ว หนังจะหดตัว ทำให้ดูเหมือนทางเข้าเล็กกว่าขนาดกระสุน ขณะที่เศษกระสุนที่พบในศีรษะนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามาจากปืนกระบอกใด เพราะมีขนาดเล็กมาก ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

รท.จักรพันธ์ ตัณฑสมบูรณ์ เบิกความว่า เมื่อปี 53 รับราชการเป็นผู้บังคับหมวดกองร้อยทหารปืนใหญ่ อยู่ที่กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่สอง ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยได้รับคำสั่งให้นำกำลัง 150 นาย มาควบคุมการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ โดยมีอาวุธที่นำมาด้วยคือโล่และกระบอง ต่อมา 9 เม.ย.53 วันก่อนเกิดเหตุ ได้นำกำลังไปควบคุมการชุมนุมที่สถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว โดยผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้เบิกอาวุธปืน M16A1 จำนวน 29 กระบอกไปด้วย โดยทหารชั้นประทวน ประเภทนายสิบจะเป็นผู้ใช้ ตัวพยานนั้นมีปืนพก 11 มม.
 
จากนั้นเย็นวันที่ 10 เม.ย.53 เวลา 19-22.00น. ได้รับคำสั่งให้เข้าเวรเพื่อไม่ให้รถของประชาชนและผู้ชุมนุมเข้ามาที่ถนนอู่ทองใน แต่ให้รถออกได้ ต่อมา นำกำลังพลได้พักบริเวณอาคารจอดรถของสวนสัตว์ดุสิต หลังพักได้ 15 นาที ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดจากฝั่งสภา กำลังพลที่อยู่ด้านหน้าประตูวิ่งเข้ามาด้านในที่จอดรถบอกว่า "มันมาแล้ว" ทำให้กำลังพลที่พักอยู่วิ่งไปหลบทางด้านหลัง ระหว่างนั้น ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ ไม่ทราบทิศทาง แต่แยกได้ว่าเป็นเสียงปืนเล็ก ไม่ใช่ปืนกล

รท.จักรพันธ์ กล่าวว่า จากนั้นตนได้วิ่งไปด้านหลังของลานจอดรถเพื่อเรียกให้คนในสังกัดมารวมตัวที่ชั้นสองของลานจอดรถ ระหว่างนั้นมืดมาก ต้องประชิดตัวเพื่อบอก ทั้งหมดอยู่ในท่าหมอบอยู่ด้านซ้ายของซุ้มขายของ ทั้งนี้ ไม่มีการยิงตอบโต้เพราะเจ้าหน้าที่ที่มีปืนจะยิงเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยนอกจากกองร้อยของตนแล้วก็มีกองอื่นที่เข้ามาพักพร้อมกัน แต่จะมีกองอื่นในสวนสัตว์ก่อนหน้านั้นไหมไม่ทราบ

เมื่อกลับมาตรวจเช็คกำลังพลและอุปกรณ์ มีเพียงสิบเอกรังสรรค์ โฮชิน ที่มาช้า ส่วนอาวุธ พบว่าโล่และกระบองหายไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเช้าวันที่ 11 เม.ย.ได้กลับมาบางส่วน ขณะที่อาวุธปืนและกระสุนอยู่ครบและไม่มีการใช้ ต่อมาตอนเช้าได้ตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าจากจุดเกิดเหตุจะมองไม่เห็นซุ้มที่ทหารหมอบอยู่ เพราะมีต้นไม้บัง

อดีตพลทหารนพพล ป้ายนอก เบิกความว่า เคยรับราชการทหารประจำกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ค่ายสุรนารี เมื่อปี 52-54 ช่วงเกิดเหตุ ได้รับคำสั่งให้มาควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ โดยมีผู้บังคับบัญชาคือ รท.จักรพันธ์  ในคืนเกิดเหตุ ขณะที่พักที่ใต้ลานจอดรถ เวลาประมาณ 23.00น. ได้ยินเสียงปืน 1 นัด และมีทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ วิ่งเข้ามา ตนเองได้หยิบเสื้อฝึกและชุดเกราะวิ่งไปทางด้านหลัง ต่อมา เสื้อฝึก (ซึ่งเป็นของพลทหารบารมี ชีพไธสง ที่ตนหยิบผิดมา) ไปเกี่ยวกับเก้าอี้จึงทิ้งไว้ และเมื่อไปถึงริมสระน้ำก็ใส่ชุดเกราะ จากนั้น หันไปดูที่ลานบริเวณที่ขายตั๋ว ซึ่งมีไฟส่องสว่าง เห็นชายคนหนึ่งเดินมาจากรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งขี่มาจากด้านขวามือที่ตนหมอบอยู่ ชายคนดังกล่าวสวมเสื้อสีขาว กางเกงยีนส์สีฟ้า ตรงมาทางที่ขายตั๋ว พร้อมพูดว่ามึงจะออกมา ไม่ออกมา ไม่ออกมากูจะยิง ซึ่งไม่ทราบว่าพูดกับใคร พอพูดจบชายคนดังกล่าวก็ยิงปืนพกสั้นสีเงินเฉียงขึ้นฟ้า 3 นัด ตนเห็นท่าไม่ดี จึงถอยลงสระ จากนั้นก็ไม่เห็นชายคนนั้นอีก เพราะปูนที่ขอบสระบังไว้ แช่น้ำอยู่เกือบชั่วโมงจึงมีทหารจากกองพันอื่นมาเรียกให้ขึ้นไป ทั้งนี้ เช้าวันต่อมา กลับมาดูก็ไม่พบเสื้อฝึกตัวดังกล่าว และได้ทราบว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากจุดที่ซ่อนตัวอยู่มองไม่เห็นจุดที่มีผู้เสียชีวิต เพราะมีต้นไม้ และกำแพงกรงเก้งหม้อบังอยู่

อดีตพลทหารบารมี ชีพไธสง เบิกความว่า เคยรับราชการทหารประจำกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ค่ายสุรนารี เมื่อปี 52-54 ช่วงเกิดเหตุ ได้รับคำสั่งให้มาควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ โดยมีผู้บังคับบัญชาคือ รท.จักรพันธ์ ในวันเกิดเหตุ หลังมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนได้วิ่งไปหลบที่ลานจอดรถชั้นสอง พร้อมโล่และกระบอง โดยขณะนั้นมีตำรวจสองนายและทหารจากหน่วยอื่นและหน่วยของตนหลบอยู่ด้วย ต่อมาเมื่อมีการรวมตัวเพื่อเช็คยอดคนและอาวุธ ปรากฏว่ากระบองของตนหายไปตอนไหนไม่รู้ โดยก่อนหน้านั้นพกไว้ที่เอว ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ดีเอสไอเคยมาสอบที่กองพัน เนื่องจากพบเสื้อลายพรางชุดฝึกมีชื่อของตนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ให้การว่าเป็นเสื้อที่นายนพพลหยิบผิดไป

พ.ต.ท.ธำรงศักดิ์ บุญมาก จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบิกความว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.53 ดีเอสไอได้ส่งของกลางมาที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เป็นปลอกกระสุนปืนเล็กกล .223 (5.56 มม.) 2 ปลอก โดยผลพบว่า เป็นปลอกกระสุนที่ใช้แล้ว โดยเป็นเครื่องกระสุนปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เป็นปลอกชนิด .223 ยิงจากปืนเล็กกล .223 และเป็นแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ต่อมา 31 ม.ค.54 กองบังคับกลางตำรวจนครบาล 1 นำส่งปืนเล็กกล M16 ขนาด .223 จำนวน 10 กระบอก เพื่อพิสูจน์ว่าปลอกกระสุน 2 ปลอกนั้นยิงมาจากปืนเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่ได้มาจากปืนเหล่านั้น

พ.ต.ท.สราวุธ บุญศิริโยธิน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เบิกความว่า ตนเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีที่นายมานะ อาจราญ ถึงแก่ความตาย โดยจากการสอบสวนเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่ จึงได้ทำสำนวนส่งให้ตำรวจนครบาลดุสิต ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150

พ.ต.ท.สราวุธ กล่าวว่า จากการสอบสวนได้ความว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 23.00-23.30น. ขณะทหารหลายร้อยนาย ซึ่งบางส่วนพักใต้อาคารจอดรถสวนสัตว์ บางส่วนกั้นรถอยู่ที่ถนนอู่ทองใน มีรถกระบะสีเข้ม วิ่งจากแยกอู่ทองในผ่านสวนสัตว์ ไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ครู่หนึ่งแล่นกลับมาชะลอตรงข้ามประตูทางเข้าสวนสัตว์ หน้ารัฐสภา จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ทหารแตกตื่นวิ่งเข้าสวนสัตว์ โดยบางรายมีปืน M16 บ้างมีโล่ มีกระบอง จากนั้นเสียงปืนยังดังขึ้นเป็นระยะๆ จากหน้าประตูทางเข้าสวนสัตว์ เป็นเวลาเดียวกับที่นายมานะซึ่งเข้าเวรดูแลเต่ายักษ์ถึงเวลาออกเวร โดยนายบุญมี แก้วไทรท้วม บอกให้นายมานะไปตอกบัตรออกเวรที่ตู้รักษาการถนนพระราม 5 โดยนายบุญมีให้การว่าออกไปได้ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด เมื่อออกไปดูพบนายมานะนอนคว่ำหน้าเลือดนองพื้น จึงวิ่งมาทางบ่อน้ำเพื่อตามคนมาช่วย โดยตะโกนว่า ช่วยด้วยๆ หลานถูกยิง จากนั้น มีทหารบอกว่า หยุดๆ อยากตายหรือไง ต่อมา ได้ย้อนกลับไปโทรแจ้งผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ตอนที่วิ่งออกมานั้นเจอทหารหมอบอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนไปที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุน M16 จำนวน 2 ปลอก บริเวณทางเดินบ่อเต่า โล่ปราบจลาจล 2 อัน กระบอง 3 อัน และเสื้อสีเขียว ระบุชื่อ บารมี ชีพไธสง 1 ตัว

โดยจากการร่วมกับนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบวิถีกระสุน พบรอยกระสุนปืนที่ต้นหมากเขียวและใบวาสนา ซึ่งมีความสูงในระดับเดียวกับความสูงของศีรษะผู้ตาย เมื่อลองลากดูพบว่าเป็นแนวเดียวกันไปถึงบริเวณที่พบปลอกกระสุนและบริเวณที่ทหารหมอบอยู่ จากวิถีกระสุนคาดว่าเป็นการยิงในท่ายืน ทั้งนี้ จะยิงจากระยะไกลไม่ได้ เพราะมีซุ้มใหญ่และต้นไม้บัง ทั้งนี้ วันดังกล่าว ไม่มีรายงานว่ามีบุคคลตกค้างในสวนสัตว์  นอกจากนี้ นิติวิทยาศาสตร์ทำหนังสือแจ้งว่า จากเศษกระสุนที่พบในศีรษะผู้ตายไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นกระสุนขนาดใดและมาจากอาวุธปืนใดเพราะเศษกระสุนเสื่อมสภาพมาก

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ไม่มีการแต่งตั้งทนายความ และไม่มีญาติผู้ตายร่วมสังเกตการณ์คดี โดยนายมาโนช อาจราญ บิดาของนายมานะ เคยขึ้นเบิกความเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ระบุว่า ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มและไม่ติดใจดำเนินคดีต่อ และที่ผ่านมาได้รับเงินเยียวยาแล้ว (อ่านรายละเอียดที่นี่)

สำหรับกรณีนายมานะ อาจราญ จะมีการไต่สวนนัดสุดท้าย ในวันที่ 24 ธ.ค. 55 โดยยังเหลือพยานอีก 5 ปาก

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์