กองทุนหลักประกันสุขภาพ ควรได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ส่งท้ายปี 2555 รัฐบาลกำลังใช้จ่ายงบประมาณอย่างเมามัน จ่ายทุกอย่างทั้งลดภาษีคนซื้อรถคันแรกทะลุล้านคันแล้ว จ่ายให้จำนำข้าว จ่ายให้กองทุนสตรี อาจมีเซอร์ไพรส์จ่ายเบี้ยยังชีพให้คนสูงอายุ คนพิการเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการใช้จ่ายงบประมาณจากภาษีประชาชนแบบเป็นนโยบาย แต่ยังไม่มีหลักประกันว่าจะมีการใช้จ่ายอย่างนี้ในปีต่อไปหรือจะยั่งยืนเพียงใด

ขณะที่มีเรื่องหนึ่งที่มีกฎหมายรองรับคือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่รัฐบาลพยายามจะจำกัดการใช้จ่าย ผลักภาระให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรับไป นั่นคือ การไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวในการรักษาพยาบาลให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งที่เป็นสิ่งที่รัฐดำเนินการมาได้เป็นอย่างดีตลอด 10 ปีตั้งแต่เมื่อ 2545 อ้างว่าเงินเท่าเดิมยังรักษาได้ ซึ่งไม่จริงเลย ยังมีอีกหลายบริการสุขภาพที่ต้องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่น สุขภาพผู้หญิง สุขภาพเยาวชน และชุดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เพื่อความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจำเป็นต้องจัดให้ผู้หญิงและเยาวชนได้รับบริการด้านสุขภาพทางเพศที่เป็นมิตร ขยายบริการสุขภาพทางเพศให้ครอบคลุมเยาวชน บริการคุมกำเนิด การให้บริการปรึกษาสุขภาพจิต การได้รับการเยียวยาเมื่อได้รับความรุนแรงทางกายหรือการละเมิดทางเพศอย่างรวดเร็ว เป็นมิตร รักษาความลับ ไม่ประทับตรา  ตลอดจนการบริการสุขภาพเชิงรุกให้ผู้สูงอายุในครอบครัว ในชุมชน ซึ่งกองทุนหลักประกันสุขภาพจำเป็นต้องได้รับงบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารระบบแบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ของกลุ่มคนทุกอายุมาเฉลี่ยกัน

รัฐไม่ควรต้องแบกรับภาระเฉพาะกลุ่มเด็ก และสูงอายุ ควรให้วัยแรงงานเข้ามาร่วมเฉลี่ยด้วย ตามที่รัฐกำลังจะช่วยพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่จะให้กองทุนหลักประกันสุขภาพดูแลจัดหลักประกันสุขภาพให้ โดยงบประมาณเป็นภาษีที่ท้องถิ่นได้รับอยู่แล้ว หรืออีกแง่หนึ่งคือ รัฐรับผิดชอบจัดบริการหลักประกันสุขภาพให้กลุ่มพนักงานเหล่านี้โดยกันเงินภาษีเท่ากับค่าใช้จ่ายรายหัวของคนเหล่านี้ไว้ก่อนจ่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกัน รัฐควรรับผิดชอบจ่ายให้ผู้ประกันตนในประกันสังคมไปด้วยเลย เพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันกับประชาชนทุกคน และจัดบริการชุดสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลมีมาตรฐานเดียวกัน มีความเท่าเทียมกัน ครอบคลุม และเป็นธรรมกับทุกกลุ่มอายุ เพศ เพศสภาพ เพศวิถี ที่มีความต้องการดูแลสุขภาพที่แตกต่างและเฉพาะเจาะจง

นั่นคือ รัฐใช้งบประมาณปีละ 1 แสน 5 หมื่นล้าน ไปจนถึง 2 แสน 5 หมื่นล้านต่อปีในอนาคต เพื่อดูแลรักษา สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนทุกคนที่สามารถมีผลิตภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในฐานะแรงงานที่มีสุขภาพ มีคุณภาพ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าการลดภาษีรถคันแรก อย่างแน่นอน เพราะผลประโยชน์ตกกับประชาชนแต่ละคนอย่างแท้จริง เป็นผลระยะยาว ยั่งยืน การมีรถมากขึ้น รังแต่จะส่งผลกระทบเชิงลบในด้านพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวมากกว่า ซึ่งจะต้องใช้กว่า 1 แสนล้านในการคืนภาษี 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์