สาระ+ภาพ: สถิติอาวุธที่ใช้ฆาตกรรมในอเมริกา

สหรัฐอเมริกามีจำนวนผู้ถือครอง “ปืน” มากที่สุดในโลก ใน 100 คนจะมีปืน 89 กระบอก และเหตุสังหารหมู่นักเรียนอนุบาลครั้งล่าสุด ก็ส่งผลให้บารัค โอบามา แถลงถึงความตั้งใจที่จะให้การควบคุมปืนเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของเขา

ชมภาพขนาดใหญ่ขึ้น

การสังหารหมู่ที่โรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุก เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนคติคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กประถม 20 คน นำมาซึ่งการถกเถียงประเด็นเรื่องการควบคุมการใช้ปืนในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ล่าสุด ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แถลงถึงความตั้งใจที่จะให้การควบคุมปืนเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของเขา และย้ำว่า จะผลักดันให้มีกฎหมายการควบคุมอาวุธปืนผ่านสภาภายในเดือนมกราคม

การกราดยิงที่เกิดขึ้น และการถกเถียงเรื่องการควบคุมปืนในสหรัฐที่ตามมาหลังจากนั้น ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสหรัฐอเมริกา เฉพาะในปีนี้ (2555) มีเหตุกราดยิงในสหรัฐแล้วอย่างน้อย 16 ครั้ง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการกราดยิงในปีนี้มีอย่างน้อย 88 คน ซึ่งปฏิกิริยาที่ตามมาจากฝ่ายสนับสนุนการควบคุมปืน ก็ชี้ว่า สหรัฐอเมริกาจำป็นต้องมีกฎหมายที่เข้มงวด จำกัดการเข้าถึงปืน และแบนอาวุธและกระสุนที่มีความอันตรายสูง ส่วนสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (National Rifles Association) หนึ่งในกลุ่มล็อบบี้ที่สนับสนุนการถืออาวุธปืน ก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายปัจจุบัน และย้ำว่า "วิธีเดียวที่จะหยุดคนเลวที่มีปืน ก็คือคนดีที่มีปืน" และระบุว่า ต้องแก้ปัญหาเรื่องระบบความปลอดภัยในโรงเรียนหรือสถานที่ทำงานแทน

เหตุที่สหรัฐอเมริกา มีเหตุการณ์การยิงกราดและฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนบ่อยครั้งซ้ำแล้วซ้ำอีกขนาดนี้ อาจกล่าวได้ว่า มีที่มาจากวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกาในการติดอาวุธปืน โดยในรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตราที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา (Second Amendment) ได้ระบุถึงสิทธิของพลเมืองในการถืออาวุธ ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ไม่มีความผิดปกติทางจิตใจ ไม่มีประวัติอาชญากรรม อายุเกิน 18 หรือ 21 ก็สามารถจะซื้อปืนมาเป็นของตนเองได้ แล้วแต่ประเภทของปืนที่รัฐกำหนด โดยต้องผ่านการเช็คประวัติ และลงทะเบียนปืนให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ตามกฎหมาย เช่นการซื้อจากร้านขายปืนมือสอง หรือการซื้อปืนและกระสุนจากอินเทอร์เน็ตและจัดส่งทางไปรษณีย์ ก็ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการเช็คประวัติ หรือทำให้ครอบครองอาวุธปืนจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น

สถิติจากการรวบรวมของเว็บไซต์ Motherjones.com ชี้ว่า การกราดยิงที่เกิดขึ้นครั้งใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2525-2555 มีถึง 49 ครั้ง ที่ฆาตกรซื้ออาวุธมาอย่างถูกกฎหมาย มีเพียง 11 ครั้ง ที่อาวุธดังกล่าวผิดกฎหมาย และ 1 ครั้ง ที่ไม่ทราบที่มาของอาวุธ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีอาวุธปืนต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลก คือประชากรจำนวน 270 ล้านคนมีอาวุธในครอบครอง หรือโดยเฉลี่ย คิดเป็นชาวอเมริกันทุกๆ 10 คน มีปืน 9 กระบอก ส่วนประเทศที่มีอาวุธปืนรองลงมา คือเยเมน ฟินแลนด์ ไซปรัส และอิรัก ตามลำดับ

ส่วนในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือในกลุ่มประเทศ OECD สหรัฐอเมริกายังนับว่าเป็นประเทศที่มีการถือครองอาวุธปืนอยู่สูงมาก โดยต่อ 100 คน มีประชากรสหรัฐถึง 89 คน มีอาวุธปืน รองลงมา คือสวิสเซอร์แลนด์ ฟินแลนด์ สวีเดน และนอร์เวย์ตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีประชากรครอบครองอาวุธปืนน้อยที่สุด คือ ญี่ปุ่น ซึ่งต่อ 100 คน มีเพียง 1 คนเท่านั้นถือมีอาวุธปืน

เมื่อดูเรื่องความรุนแรงจากการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ในยุโรป แคนาดา อินเดีย และออสเตรเลีย ข้อมูลก็ชี้ว่า สหรัฐมีอัตราความรุนแรงที่เกิดจากปืนล้ำหน้ามากกว่าประเทศอื่น โดยสถิติของชนิดอาวุธที่ใช้ฆาตกรรม คิดเป็นปืนร้อยละ 68 จากประเภทอาวุธทั้งหมด แต่ถ้าหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก ประเทศที่ถือว่ามีความรุนแรงจากปืนมากที่สุด คือฮอนดูรัส และบางประเทศในอเมริกาใต้และแอฟริกาใต้

ถึงแม้ว่าความเกี่ยวข้องระหว่างจำนวนการถืออาวุธปืน และความรุนแรงที่เกิดจากปืน ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าสัมพันธ์กันมากน้อยแค่ไหน ในฝ่ายที่มาจากจุดยืนที่แตกต่าง รวมถึงการงานวิจัยที่ยังอาจไม่มีข้อสรุปตายตัว แต่เราก็คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า อาวุธปืนมีส่วนในการเกิดความรุนแรงและการสังหารหมู่

ในวันที่ 14 ธ.ค. 55 วันเดียวกันกับการสังหารหมู่ที่โรงเรียนแซนดี้ ครุก อีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก มีคนร้ายถืออาวุธมีดเข้าดักทำร้ายเด็กนักเรียนและครูที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจีนตอนกลาง ส่งผลให้มีเด็กๆ บาดเจ็บ 22 คน และผู้ใหญ่บาดเจ็บหนึ่งคน ไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต ลองจินตนาการดูว่า หากคนร้ายใช้อาวุธปืนกึ่งออโตเมติกหรือปืนไรเฟิลกับโรงเรียนประถมแห่งนี้ในจีน ดั่งที่อดัม ลันซา คนร้ายที่ก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนแซนดี้ ฮุก เราก็คงจะได้ยินข่าวการสังหารหมู่อีกแห่งหนึ่งในจีนเป็นแน่แท้

ข้อมูลเรียบเรียงจาก:

http://www.washingtonpost.com/blogs/worldviews/wp/2012/12/14/schoo-shooting-how-do-u-s-gun-homicides-compare-with-the-rest-of-the-world/

http://www.theatlantic.com/national/archive/2012/12/american-exceptionalism-the-shootings-will-go-on/266293/

http://www.washingtonpost.com/blogs/worldviews/wp/2012/12/15/what-makes-americas-gun-culture-totally-unique-in-the-world-as-demonstrated-in-four-charts/

http://www.motherjones.com/politics/2012/07/mass-shootings-map

http://www.thenation.com/blog/171774/fifteen-us-mass-shootings-happened-2012-84-dead#

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์