ผังเมืองรวมนครราชสีมาและเขาใหญ่

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมา และเพิ่งปรากฎเป็นข่าวแตกตื่นกันทั่วว่าจะห้ามสร้างอาคารชุด โครงการจัดสรรตากอากาศในพื้นที่เขาใหญ่ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผังเมือง จึงได้จัดทำแถลงฉบับนี้เพื่อวิพากษ์เกี่ยวกับผังเมืองรวมนครราชสีมา
 
ความเป็นมาของผังเมืองในจังหวัดนครราชสีมา
นครราชสีมาเป็นเมืองที่มีอายุนับพันปี แต่เริ่มมีผังเมืองฉบับแรกในวันที่ 16 มีนาคม 2529 หรือ 34 หลังจากมี พ.ร.บ. การผังเมืองและผังชนบท พ.ศ. 2495 ผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาฉบับที่เพิ่งหมดอายุไปเมื่อ 25 กรกฎาคม 2554 นั้น ครอบคลุมพื้นที่เพียง 314.3 ตารางกิโลเมตร จังหวัดนี้ยังมีผังเมืองรวมในพื้นที่อื่น ๆ อีกได้แก่ ผังเมืองโนนสูง ที่เพิ่งหมดอายุไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2555 และผังเมืองรวมบัวใหญ่ พื้นที่ 37 ตารางกิโลเมตร ที่หมดอายุไปเมื่อ 7 ธันวาคม 2553

จะสังเกตได้ว่าผังเมืองรวมทั้ง 3 ฉบับล้วนหมดอายุแล้ว และได้ต่ออายุครั้งละ 1 ปี ครบ 2 ครั้ง จนขาดอายุผังเมืองหมดไปแล้ว ขณะนี้ถือว่าเกิดสุญญากาศผังเมือง คือใครจะสร้างอะไรก็ได้เนื่องจากไม่มีผังเมืองรวม อาจกล่าวได้ว่าทั่วประเทศ มีผังเมือง 176 ผัง หมดอายุไปแล้วถึง 80 ผัง ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

ขณะนี้ตามร่างผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมาฉบับใหม่ 20,494 ตารางกิโลเมตร หรือครอบคลุมพื้นที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 65 เท่า หรือมีขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครถึง 13 เท่า ผังเมืองใหม่นี้ครอบคลุม 32 อำเภอ 289 ตำบล 3,743 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง  77 เทศบาลตำบล และ 261 อบต. การวางผังเมืองขนาดยิ่งใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครนี้ จะแล้วเสร็จโดยเร็วคงเป็นไปได้ยาก ยิ่งเมื่อทางสำนักโยธาธิการและผังบเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้แจ้งว่าได้รับความเห็นชอบจากการประชุมประชาชน ยิ่งเป็นไปได้ยาก และที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือ ขณะที่กรมกำลังทำร่างผังเมืองรวมจังหวัด ก็ยังมีการทำผังเมืองรวมชุมชนพิมาย ผังเมืองรวมชุมชนสีคิ้ว และผังเมืองรวมชุมชนเมืองปัก ควบคู่ในลักษณะที่ซับซ้อนไปอีก
 
ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ตามร่างผังเมืองฉบับใหม่กำหนดให้พื้นที่เขาใหญ่และอีกหลายอำเภอเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การปศุสัตว์หรือเกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ การอยู่อาศัย สถาบันราชการ สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา การสาธารณูปโภค และการสาธารณูปการ และการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น จะต้องไม่เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เป็นอาคารขนาดใหญ่ (2,000 ตารางเมตรขึ้นไป) หรืออาคารสูง (เกิน 23 เมตร) และยังกำหนดให้การใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (เช่นจะสร้างบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 200 ตารางเมตร ต้องมีที่ดินไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร หรือ 250 ตารางวา) นอกจากนี้ยังห้ามสร้าง โรงงานทุกจำพวก โรงแรม การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม สนามกอล์ฟ สวนสนุก

ข้อนี้ทำให้เกิดการร้องเรียนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ว่าเป็นการจำกัดสิทธิในการพัฒนา เป็นการทำลายบรรยากาศการลงทุน
 
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เขาใหญ่
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทจัดสรรที่ดินเพื่อการตากอากาศ สนามกอล์ฟ โรงแรม และอื่น ๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากในบริเวณเขาใหญ่ อย่างไรก็ตามก็ไม่เคยมีการพัฒนาใดๆ ไปสร้างมลพิษอย่างชัดเจน ไม่ได้ไปก่อสร้างในป่าต้นน้ำ ยกเว้นในพื้นที่เขตป่า ซึ่งมีการถือครองที่ดินที่ผิดกฎหมาย และไม่สมควรให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัย

มีข้อวิตกจริตว่าการที่ผังเมืองประกาศร่างผังเมืองเช่นนี้ ทำให้นายทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่รู้ข่าวก่อน จะออกแบบ ทำโครงการก่อน ทำให้นายทุนรายเล็กเสียเปรียบ ข้อนี้คงไม่เป็นความจริง เพราะการคิดจะจัดสรรที่ดินแม้แต่ที่เพิ่งจะคิดก็ยังทำได้ทัน เนื่องจากร่างผังเมืองนี้ คงไม่แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2556 นี้ การที่นายทุนท้องถิ่นรายเล็กกว่าพยายามกีดกันรายใหญ่กว่า เป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่นายทุนใหญ่หรือเล็ก แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถให้บริการสินค้าอสังหาริมทรัพย์ที่คุ้มค่ากว่าผู้บริโภคมากกว่า  ต้องยึดประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

การสร้างห้องชุดตากอากาศ หรือโรงแรมที่มีหลายชั้น ในพื้นที่เขาใหญ่ก็ไม่มีอาคารสูงเกิน 10 ชั้น ที่สูงสุด ก็สูงเพียง 7-8 ชั้นเท่านั้น ส่วนมากโรงแรก็สร้างสูงเพียง 2-4 ชั้น เป็นสำคัญ  อย่างไรก็ตามการสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาจเป็นข้อดีในการพัฒนาแนวดิ่ง แทนที่จะทำลายสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง และที่สำคัญ ก็ยังไม่เคยมีปรากฏว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศทำลายสิ่งแวดล้อมใด ๆ ในเขาใหญ่

การห้ามจัดสรร ห้ามสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ ยิ่งผลักดันให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากกรุงเทพมหานครเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกพื้นที่จัดสรร ซื้อต่อจากชาวบ้านอย่างผิดกฎหมาย และชาวบ้านก็ไปบุกรุกต่อเนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคทุกสมัย มักจะผ่อนปรนอยู่เสมอ การจะจัดสรรที่ดินหรืออาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง ย่อมสมควรทำได้ หากเป็นการกระทำบนที่ดินที่ได้มาถูกต้องตามกฎหมาย และปัจจุบันก็มีกฎหมายอื่นควบคุมอยู่แล้ว การจะลิดรอนสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินย่อมไม่ถูกต้อง
 
ประเด็นที่ควรหยุดคือการทำลายป่
ทุกวันนี้ประชาชนผู้มีรายได้สูงจากกรุงเทพมหานคร เข้าซื้อบ้านและที่ดินที่ผิดกฎหมาย ที่ถือครองอยู่โดยใบ ภบท.5 และ ใบ สปก.4-01 ซึ่งไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ แต่เป็นสิทธิในการใช้สอย และไม่สามารถขายหรือจำนองได้ ที่ดินเหล่านี้รัฐบาลควรห้ามการซื้อขาย ท้องถิ่นไม่ควรอะลุ่มอล่วย ในการเปลี่ยนมือการถือครอง และที่สำคัญ ควรให้ประชาชนออกจากพื้นที่ป่า 

การที่รัฐบาลใช้มาตรการแข็งกร้าวในการให้ประชาชนที่บุกรุกออกจากป่า เคยดำเนินการสำเร็จมาแล้ว เช่น การไล่รื้อหมู่บ้านบนเขาใหญ่เมื่อ 50 ปีก่อน  หรือการที่แม้แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ยังยินยอมคืนที่ดินบนเขายายเที่ยงคืนแก่ทางราชการ เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน กลับมีการบุกรุกที่ดินกันเป็นอันมาก พื้นที่ผิดกฏหมายนี้ควรห้ามสร้างอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศ โรงแรม จัดสรรที่อยู่อาศัย เป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งกว่านั้นโดยที่เขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่เกินกว่าจังหวัดนครราชสีมา กรมโยธาธิการและผังเมือง ควรออกผังชนบทเฉพาะที่ครอบคลุมพื้นที่เขาใหญ่ทั้งหมด ซึ่งรวมพื้นที่ในจังหวัดอื่นด้วย จึงจะทำให้การอนุรักษ์เขาใหญ่และบริเวณใกล้เคียงได้ผล ผังเมืองรวมนครราชสีมา ที่ครอบคลุมเฉพาะขอบขตของจังหวัด จึงยังไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่เขาใหญ่
 
ข้อสังเกตทฤษฎีสมคบคิด
เชื่อว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง มีเจตนาดีที่จะออกแบบผังเมืองให้ดี ครอบคลุมทั้งจังหวัด แต่เป็นเรื่องยาก และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ก็ยังให้สัมภาษณ์ว่าร่างผังเมืองฉบับนี้ คงไม่แล้วเสร็จทันปี พ.ศ.2556 

แต่การออกข่าวอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการช่วยกระตุ้นการส่งเสริมการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ในขณะนี้ เพราะหากมีผังเมือง กฎหมายผังเมืองก็ไม่มีผลย้อนหลัง และยังเป็นการช่วยส่งเสริมการรีบขออนุญาตจัดสรรกันล่วงหน้าเสียแต่ตอนนี้ ก่อนที่ผังเมืองจะออก ดังนั้นถือเป็นการส่งเสริมการประสานงานราชการเพื่อการขออนุญาตต่าง ๆ กันอย่างคับคั่ง ทำให้การเงินต่าง ๆ คงสะพัดมากในขณะนี้

และในที่สุดแล้ว เชื่อว่าผังเมืองรวมฉบับที่ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครถึง 13 เท่านี้ อาจจะแท้งในที่สุด แต่การ “ตีฆ้อง” เช่นนี้ ก็ช่วย “ส่งเสริมการขาย” อสังหาริมทรัพย์สำเร็จอย่างคึกคักไปแล้วในปี 2556

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์