กรรมการสิทธิฯ เชิญหน่วยงานสอบ ‘ค้ามนุษย์โรฮิงญา’ ชี้รอบนี้เริ่มมี หญิง-เด็ก

 


ภาพจากทีมอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

 

ภายหลังข่าวคราวชาวโรฮิงญาจำนวนมากอพยพหลบหนีเข้ามาเมืองไทยและได้รับการช่วยเหลือไว้ในหลายจุด สำนักข่าวบีบีซี ได้เปิดโปงว่าพวกเขามักถูกทางการไทยแก้ปัญหาด้วยวิธีการ ‘ปกติ’ นั่นคือ ขายให้กับขบวนการค้ามนุษย์เพื่อนำพวกเขาไปเป็นแรงงานในประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นการมาของ ‘เด็กและสตรี’

อนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมาสิทธิมนุษยชน เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อปี 2552 ที่มีข่าวใหญ่เรื่องผู้อพยพโรฮิงญา

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีเด็กกับผู้หญิงมาด้วยเยอะขนาดนี้” หนึ่งในทีมอนุกรรมการฯ กล่าว

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการฯ ระบุว่า เขาได้รับข้อมูลตั้งแต่ก่อนปีใหม่ด้วยซ้ำว่าชาวโรฮิงญาทะลักเข้ามาในไทยจำนวนมาก ถูกจับกุมเป็นพัน และยังตกค้าง 700-800 คน โดยเข้ามาทั้งทางเรือและทางบก จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกรรมการที่ลงพื้นที่พบว่ามีชาวโรฮิงญาที่ถูกกักตัวอยู่หลายจุดทั้งในสงขลา ระนอง พังงา รวมแล้วราว 800 คน เฉพาะที่สงขลามีเด็กและสตรีราว 80 คน

 “ลักษณะที่แปลกว่าคราวก่อนๆ คือ มีเด็กและสตรีเข้ามาด้วย จากข้อมูลที่ลงพื้นที่ค่อนข้างยืนยันได้ว่า เป็นครอบครัวของชาวโรฮิงญาชุดที่แล้ว ที่ทะลักเข้ามาช่วงปี 2551-2552 ช่วงนั้นผมเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ มีชาวโรฮิงญาอพยพเข้ามา มีเสียชีวิตที่ ตม.ระนอง 2 คน และตม.สวนพลูอีก 1 คน เพราะร่างกายทรุดโทรมมาก  เด็กและสตรีล็อตนี้เข้ามมาเพื่อจะไปอยู่กับครอบครัว” นิรันดร์กล่าว

 

 

เขากล่าวด้วยว่า ชาวโรฮิงญาที่เข้ามาก่อนหน้านี้ (ปี 52) ตกค้างอยู่ที่ ตม.สวนพลูถึง 2-3 ปี เพราะยากจน ไม่มีเงินประกันตัว ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ หากจะไปประเทศที่สามก็จะเป็นปัญหาในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ จากที่เราเชิญหน่วยงานรัฐมาสอบจึงพบว่า หน่วยงานรัฐใช้แนวทาง ‘ปล่อยตัวไปโดยธรรมชาติ’ ส่วนหนึ่งกลับไปพม่า อีกส่วนหนึ่งก็พยายามอพยพไปมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย มีบางส่วนที่อาจอยู่ในเมืองไทยหลบซ่อนตัวอยู่

ส่วนระลอกหลังที่ชาวโรฮิงญาเข้ามามากขึ้นอาจเป็นเพราะสถานการณ์ที่นั่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง พวกเขาจำเป็นต้องหลบหนีออกจาพื้นที่ที่ไม่มีความปลอดภัย

นพ.นิรันดร์ ยังยืนยันเช่นเดียวกับทีมข่าวบีบีซีว่า  มีกระบวนการหาผลประโยชน์จากชาวโรฮิงญา ในลักษณะกระบวนการค้ามนุษย์ มีคนไทยในพื้นที่รวมถึงข้าราชการบางส่วนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ชาวโรฮิงญาเหล่านี้เมื่อไปประเทศต่างๆ ก็ไปรับจ้าง เป็นแรงงานก็มีค่าตัว จึงมีบริษัทนายหน้าหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นนายหน้าได้ผลประโยชน์จากการเรียกร้องเอาค่าหัวจากการปล่อยตัวหรือการส่งไปประเทศที่สาม ซึ่งทางอนุกรรมการจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเรื่องขบวนการค้ามนุษย์ ตลอดจนเรื่องมาตรการการช่วยเหลือระยะสั้น ระยะยาว โดยเฉพาะกับเด็กและสตรี ในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

“มันจึงเป็นสภาพที่นอกจากจะไร้สัญชาติ ไร้ที่พักพิงแล้วยังกลายเป็นสินค้าซื้อขาย ถูกเอารัดเอาเปรียบมากขึ้น” นพ.นิรันดร์กล่าว

เขายังกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยว่า นโยบายการจัดการผู้อพยพในประเทศไทยยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของประเทศไทยอย่างเดียว เป็นเรื่องระดับภูมิภาคอาเซียนที่ต้องทำความเข้าใจกัน รวมทั้งประเทศพม่าด้วย ต้องเปลี่ยนนโยบายในเรื่องชาตินิยม และทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติก็ต้องเข้ามามีบทบาท อาเซียนก็ควรเข้ามาประสานการพูดคุย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 56 ตัวแทนจากสมาคมโรฮิงญาประเทศไทย (บีอาร์เอที) ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิฯ ช่วยเหลือชาวโรฮิงญาถูกจับกุมที่ จ.สงขลา เพื่อไม่ให้ส่งกลับประเทศพม่า ผ่าน นพ.นิรันดร์ และอนุกรรมการฯ เตรีมเสนอประเด็นและข้อมูลจากการลงพื้นที่เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 13.00 น. พร้อมเชิญหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังและหาทางออกในการแก้ปัญหา ร่วมกัน ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สภาความมั่นคง (สมช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์