อธิบดีศาลอาญาแจงพิพากษา ‘สมยศ’ ตามกฎหมายไทย หลังต่างชาติรุมอัดแรง

อธิบดีศาลอาญายันศาลตัดสิน 10 ปี คดีสมยศ พฤกษาเกษมสุข ตามหลักกฎหมาย หลังต่างชาติออกแถลงการณ์วิจารณ์ขรม กระทบสิทธิมนุษยชน ระบุเรื่องโทษหนัก ไม่ใช่หน้าที่ศาล เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมเตือน วิจารณ์ศาลได้ แต่ถ้าไม่มีหลักวิชาการ มีอคติ เสี่ยงโดนละเมิดอำนาจศาล กำลังตรวจสอบความเห็นตามเว็บไซต์

 

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่แถลงการณ์ของสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย และคณะเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เกี่ยวกับคดีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลย อดีต บก.นิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ คดีหมิ่นเบื้องสูงในเว็บไซต์และกลุ่มโซเชียล ว่า “ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ มีความเป็นห่วงต่อคำพิพากษาของศาลในการตัดสินจำคุกนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นเวลา 10 ปี โดยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวมีผลอย่างมากต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ ต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน ในขณะเดียวกันคำตัดสินดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ ที่เป็นสังคมแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตย ทางสหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้ทางการไทยกำหนดข้อจำกัดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้น ฐานของประชาชนด้วยมาตรการที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาไว้ซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนสากล ” ว่า การพิจารณาคดีของศาลอาญา มีหลักการพิจารณาเป็นสากลเหมือนกับศาลยุติธรรมอื่นทั่วโลก ที่พิจารณาตามบทบัญญัติกฎหมายที่มีอยู่ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายนั้นหรือไม่ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศไทย โดยการที่นายสมยศ จำเลยนำบทความที่มีลักษณะดูหมิ่นสถาบันที่แม้จะเป็นบทความของคนอื่นก็ตามแต่ ก็ถือเป็นความผิด

นายทวี กล่าวอีกว่า ขณะที่ระหว่างการสู้คดีก็แสดงให้เห็นบทความที่นายสมยศนำมาเผยแพร่ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นทางวิชาการเหมือนอย่างกลุ่มนิติราษฎร์ แต่เนื้อหาของบทความมีลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามทำให้พระมหากษัตริย์ไทยได้รับความเสียหาย ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการตัดสินนายสมยศ ได้ร้องขอให้ศาลอาญาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มาตรา 112 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัด ศาลอาญาจึงจะมีคำพิพากษาออกมาได้ อย่างไรก็ดีกระบวนการทางคดีของนายสมยศยังถือว่าไม่สิ้นสุด เพราะจำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีโดยการพิจารณาของศาลสูง อาจมองต่างกับศาลชั้นต้นก็ได้

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า อัตราโทษมาตรา 112 หนักเกินไปนั้น ศาลยุติธรรมไม่มีหน้าที่ไปมองว่ากฎหมายหนักหรือเบา เป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติ ส่วนที่ต่างชาติจะมองว่าในประเทศอื่นไม่มีกฎหมายลักษณะนี้เลย ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาเพราะสภาพขนบธรรมเนียมแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นการที่มองว่ากฎหมายหรือศาลไทยป่าเถื่อน เป็นองค์กรพิทักษ์กษัตริย์ จึงเป็นมุมมองแค่ฝ่ายเดียว

"การจะวิจารณ์องค์กรตุลาการของไทยสามารถกระทำได้ แต่ต้องเป็นไปอย่างสุจริต อย่ามีอคติ และเป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการ ศาลก็จะไม่ถือความ แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมีอคติโจมตีสถาบันตุลาการอย่างไม่เป็น ธรรมศาลก็จะออกหมายเรียกมาไต่สวนเพราะเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่ปรากฏทางเว็บไซต์ ซึ่งการที่ศาลตัดสินลงโทษนายสมยศ กระทงละ 5 ปี ถือว่าเหมาะสมแล้วอยู่ระหว่างอัตราโทษต่ำสุดที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ปี และสูงสุดคือ 15 ปี"นายทวี ระบุ

ส่วนที่มีการนำคดีนายสมยศ ไปเทียบกับคดีของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ"เจ๋ง ดอกจิก" แกนนำ นปช. ที่ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และลดโทษ เหลือ 2 ปี รวมทั้งสิทธิการให้ประกันตัวนั้น นายทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า พฤติการณ์แต่ละคดีไม่เหมือนกัน เพราะการปราศรัยของนายยศวริศนั้น มีความกระทบกระเทือนน้อยกว่าของนายสมยศ ซึ่งรายละเอียดในสำนวนนำมาพูดไม่ได้ มาตรา 112 ถือว่าเป็นมาตราที่สำคัญมีผลกระทบความมั่นคง เป็นมาตราที่ประชาชนละเมิดไม่ได้ ซึ่งศาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งความหนัก-เบาของพฤติการณ์ เเละการประกันว่าหากปล่อยตัวไปเเล้วจะหลบหนีหรือไม่ ซึ่งกรณีนายยศวริศ มีคดีก่อการร้ายที่อัตราโทษร้ายเเรงกว่าก็ได้รับการประกันตัวเพราะไม่มี พฤติการณ์หลบหนี เเต่กรณีของนายสมยศ คดีนี้ก่อนจะยื่นฟ้องจับกุมตัวได้บริเวณชายเเดนไทย-กัมพูชาขณะกำลังจะออกนอก ประเทศ และระหว่างคุมขังพนักงานสอบสวนก็ได้คัดค้านการประกันตัวนายสมยศมาตลอด ดังนั้นทั้ง 2 กรณีจึงเเตกต่างกัน อย่างไรก็ดีนายสมยศยังมีสิทธิยื่นประกันต่อศาลอุทธรณ์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสมยศ จำเลยนั้น ขณะนี้ยังถูกคุมขังในเรือนจำภายหลังที่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกไปเมื่อ วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยภรรยาของนายสมยศ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน จ.สุพรรณบุรี มูลค่า 1.6 ล้านบาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราวไปตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาที่ศาลมีคำตัดสิน แล้ว แต่เมื่อศาลอาญา พิจารณาคำร้องแล้ว สั่งส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ต่อไป ซึ่งขณะนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งออกมาแต่อย่างใด

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์