24 มิถุนา แถลงกรณีพิพากษาสมยศ ส่งผลต่างประเทศมองไทยแง่ลบ

 

กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ “กรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุก สมยศ พฤกษาเกษมสุข 11 ปี” ระบุประเทศไทยจะถูกมองจากองค์กรระหว่างประเทศในทางลบว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไร้เสรีภาพ กดขี่ ไร้ความยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน

26 ม.ค. 56 - กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ “กรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุก สมยศ พฤกษาเกษมสุข 11 ปี” ระบุประเทศไทยจะถูกมองจากองค์กรระหว่างประเทศในทางลบว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไร้เสรีภาพ กดขี่ ไร้ความยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน 

 

แถลงการณ์กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย

กรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุก สมยศ พฤกษาเกษมสุข 11 ปี

ตามที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก พิพากษาจำคุกนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการนิตยสารเรด พาวเวอร์ และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย ในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเวลา 10 ปี และโทษจำคุกในคดีอาญาเดิม หมายเลขแดงที่ อ.1078/2552 อีก 1  ปี รวมจำคุกทั้งหมด 11 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแล้วนั้น กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเป็นกลุ่มที่นายสมยศเคยเป็นแกนนำ มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้

1.ด้านความยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรม

- กฎหมายอาญามาตรา 112 ขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักความยุติธรรม มีอัตราโทษสูงไม่ได้สัดส่วนกับความผิด การไม่ให้ประกันตัวซึ่งมีผลเป็นการไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ สร้างภาระให้กับผู้ต้องหา/จำเลย เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทำลายสถาบันครอบครัว เป็นกฎหมายล้าหลังไม่สอดคล้องกับยุคสมัย การลงโทษจำคุก 11 ปี ไม่ต่างอะไรกับการลงโทษประหารชีวิต เหตุเพราะจำเลยมีอายุค่อนข้างมากและสุขภาพไม่ดี อีกทั้งสภาพความเป็นอยู่ในคุกต่ำกว่ามาตรฐานของคนทั่วไป จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิตก่อนพ้นโทษ ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับคดีอาญาร้ายแรง เช่น คดีค้ายาเสพติด คดีอุกฉกรรจ์มากมายหลายคดีก็มิได้ลงโทษรุนแรงขนาดนี้

- ผลของการบังคับใช้กฎหมายที่ขัดหลักนิติธรรมและหลักความยุติธรรม ตลอดจนการบังคับใช้อย่างสองมาตรฐาน ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือทำให้องค์กรในกระบวนการยุติธรรมเสื่อมในท้ายที่สุด เพราะองค์กรเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของความขัดแย้งทางการเมืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกปราบปราบที่ทรงประสิทธิภาพของรัฐที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

2.-ผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยไทย

- กฎหมายอาญามาตรา 112 มีสาระสำคัญขัดกับหลักการประชาธิปไตย ตราขึ้นในสมัยเผด็จการปกครองประเทศ รวมทั้งการบังคับใช้ก็ขัดกับหลักประชาธิปไตย การดำรงอยู่และบังคับใช้กฎหมายนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศนี้ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

- การดำรงอยู่และบังคับใช้กฎหมายนี้เป็นศัตรูกับเสรีภาพของประชาชน เป็นสิ่งยืนยันว่าสถาบันทางการเมืองโดยเฉพาะองค์กรในกระบวนการยุติธรรมไทยโดยรวมไม่ยินดีและไม่ยินยอมที่จะให้ประชาชนมีเสรีภาพอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่พร้อมและไม่ยินยอมโดยเด็ดขาดที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย

3.-ผลกระทบต่อความขัดแย้งทางการเมืองโดยรวม

- การบังคับใช้กฎหมายอย่างไร้ความยุติธรรมจะยิ่งซ้ำเติมความขัดแย้งทางการเมืองที่เดิมยากจะปรองดองสมานฉันท์อยู่แล้วให้เลวร้ายลง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้รักประชาธิปไตยถูกกระบวนการยุติธรรมกระทำย่ำยีราวกับไม่ใช่คน มีการบังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน โดยที่ฝ่ายตรงข้ามได้รับการผ่อนปรนต่างๆนานา แต่กับฝ่ายประชาธิปไตยกลับถูกกระทำย่ำยีเกินกว่าจะยอมรับได้

- การปิดกั้นเสรีภาพ เป็นการบีบบังคับผลักไสให้ประชาชนทั่วไปแสดงออกทางการเมืองแบบไม่เปิดเผย สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความรุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งการเมืองไทยในขณะนี้มีความเปราะบางมากอยู่แล้ว กรณีนี้จึงอาจเป็นการเติมเชื้อไฟโดยไม่จำเป็น

4.-ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก

- ประเทศไทยจะถูกมองจากองค์กรระหว่างประเทศในทางลบว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไร้เสรีภาพ กดขี่ ไร้ความยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน จากเดิมที่เมื่อหลายปีก่อนเคยมีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดีในด้านสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย เสรีภาพสื่อ ฯลฯ กระทบต่อศักดิ์ศรีของไทยในเวทีนานาชาติ ขณะที่โลกมีแนวโน้มจะก้าวหน้าและเปิดกว้างมากขึ้นทุกด้าน ทั้งทางพรมแดน ประชาธิปไตย การค้า การลงทุน ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ แต่ประเทศไทยกลับสวนกระแสโลก ถอยหลังเข้าคลอง คอยฉุด คอยถ่วงรั้งประเทศชาติและประชาชนให้อยู่กับที่ไม่ยอมให้เจริญก้าวหน้า

5.-ผลกระทบต่อสถาบันกษัตริย์

- คดีนี้เป็นที่สนในของผู้คนและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เป็นเป้าของการตรวจสอบ ขุดคุ้ย  วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งคำถาม ต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย รวมทั้งต่อสถาบันกษัตริย์ อาจก่อให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบของสถาบันกษัตริย์ในสายตาต่างชาติ

กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษอย่างไร้ความยุติธรรม แม้ไม่อาจกระทำการแข็งขืนอำนาจรัฐอันโหดร้ายในการลงโทษได้ แต่จะไม่ยอมจำนนให้กับความอยุติธรรมใดๆ จะขอยืนอยู่เคียงข้างนักโทษการเมืองและผู้ที่ต้องคดีทุกคน และจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยให้จงได้ เพื่อให้ความยุติธรรมและสันติสุขบังเกิดแก่ประชาชนทั้งประเทศในท้ายที่สุด

 

ประชาชนจงเจริญ

แถลงเมื่อ 24 มกราคม พ.ศ 2556

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์