สงครามกลางเมืองในภาคใต้ ถึงเวลาที่จะปลดปล่อยความคิดจากลัทธิอำมาตย์

สำหรับผู้รักความเป็นธรรมและสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย เวลาเราพิจารณาความขัดแย้งที่เป็นสงครามกลางเมืองในภาคใต้ เราต้องเอากะลาความรักชาติออกจากหัว และต้องปลดปล่อยความคิดตนเองออกจากการครอบงำของลัทธิอำมาตย์ เพื่อมาดูว่าความสงบที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
 
ความสงบที่แท้จริงต้องมาจากความยุติธรรม เพราะตั้งแต่การสร้างรัฐชาติไทย โดยการเขียนพรมแดนขึ้นมาระหว่างรัฐบาลล่าอาณานิคมของรัชกาลที่ห้าที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลล่าอาณานิคมของอังกฤษที่ลอนดอน ชาวมาเลย์มุสลิมไม่เคยได้รับความเคารพ ไม่เคยมีโอกาสที่จะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เคยมีเสรีภาพที่จะปกครองตนเองตามหลักพื้นฐานของประชาธิปไตย ดังนั้นไม่ต้องมาคิดปกป้องพรมแดนรัฐชาติไทยที่ฝ่ายอำมาตย์กล่อมเกลาให้เราเชื่อว่า “ศักดิ์สิทธิ์” ควรหันมาปกป้องเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ปกป้องความสงบสุขของประชาชน ปกป้องสิทธิของเชื้อชาติที่หลากหลายแทน
 
การ “แก้” ปัญหาภาคใต้ต้องมาจากการประชุมคุยกันของพลเมืองในพื้นที่โดยไม่มีกรอบอะไรมาจำกัดการแสดงความเห็น
 
ทหารแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะพวกนายพลคือฆาตกรที่เข่นฆ่าคนมาเลย์มุสลิมมาตลอด ตั้งแต่ยุครัชกาลที่ห้า หก ยุคเผด็จการทหาร และยุคการเมืองปัจจุบัน ทหารและตำรวจคือฝ่ายที่ใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง แต่พวกนายพลมักจะไม่ตาย คนที่ตายเป็นทหารระดับล่าง ลูกหลานประชาชนคนจน ทหารระดับสูงสร้างความสงบสุขในสังคมไทยไม่ได้ เพราะมีประวัติอันยาวนานในการฆ่าประชาชน ล่าสุดคือคนเสื้อแดง ก่อนหน้านั้นก็นักศึกษาในยุค 14 และ 6 ตุลา
 
นักการเมืองกระแสหลักแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะพวกนี้คลั่งชาติและป่าเถื่อนพอๆ กับทหาร ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์จากพรรคประชาธิปัตย์ หรือทักษิณที่คุมพรรคเพื่อไทย ล้วนแต่มือเปื้อนเลือดทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าคนที่กรุงเทพฯ คนที่ตากใบ หรือคนบริสุทธิ์ในสงครามยาเสพติด
 
คนที่ด่ากบฎต่อรัฐไทยว่าเป็น “โจรใต้” ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเขาไม่เข้าใจว่ากบฏกับโจรไม่เหมือนกัน โจรเป็นคนปล้นคนอื่น เช่นทหารที่ปล้นประชาธิปไตย หรือนักการเมืองที่ปล้นทรัพยากรจากพลเมืองด้วยระบบกลไกตลาด “มือใครยาวสาวได้สาวเอา”
 
เอ็นจีโอ คนเสื้อแดง หรือนักวิชาการ แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าเขาไม่เริ่มต้นที่การกดขี่ที่รัฐไทยกระทำต่อคนในพื้นที่ ไม่ต้องมาขอร้องนามธรรมให้ “ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง” เพราะนั้นเหมือนกับการบอกคนที่ถูกข่มขืนไม่ให้ใช้ความรุนแรงป้องกันตัวเองจากผู้ใช้ความรุนแรงจริง และอย่ามาดูถูกชาวบ้านว่า “ไม่รู้เรื่อง” หรือดูถูกชาวบ้านว่า “งงไม่เข้าใจทั้งทหารและกบฎ” เขาเข้าใจกันทุกคน แต่เขาอาจมีความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่างหาก
 
ปัญหาภาคใต้แก้ไม่ได้ในกรอบรัฐชาติปัจจุบัน ดังนั้นถ้าอยากสร้างสันติภาพและความอยู่ดีเป็นสุข ต้องก้าวข้ามความคิดล้าสมัยของ “ความเป็นไทย” หรือ “รัฐชาติไทยที่แบ่งแยกไม่ได้” มันแบ่งได้ มันจัดระบบใหม่ได้ เพราะมันไม่ได้เป็นอย่างนี้มาตลอดกาล ก่อนสมัยรัฐชาติเมื่อสองร้อยปีก่อน คนอยู่กันเป็นชุมชน ไม่ใช่ในรัฐชาติ
 
ดังนั้นสำหรับคนก้าวหน้า ที่อยากเห็นความสงบ อยากเห็นความเป็นธรรมสำหรับพี่น้องชาวใต้ และอยากเห็นสิทธิเสรีภาพที่แท้จริงในสังคมของเรา ที่ประกอบไปด้วยหลากหลายเชื้อชาติ แต่ไม่เคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราต้องเรียกร้องให้มีการถอนทหารตำรวจออกไปจากภาคใต้ ยกเลิกกฏหมายฉุกเฉินทุกชนิดเพราะล้วนแต่เป็นกฏหมาย “ปราบปราม” ทั้งนั้น เราต้องยืนขึ้นท้าทายความคลั่งชาติ การเคารพธงชาติที่ใช้กดขี่ “คนต่าง” เราต้องเรียกร้องให้มีการลงโทษฆาตกรรัฐทั้งหลาย ทั้งทหารและนักการเมือง ทั้งที่ทำในภาคใต้และที่กรุงเทพฯ
 
แต่การเรียกร้องเฉยๆ ที่ไปหวังให้พวกข้างบนทำอะไรให้เราคงไม่มีประโยชน์ เราต้องรวมตัวกันเป็นองค์กรทางการเมือง เชื่อมกับขบวนการแรงงาน เชื่อมกับชุมชนต่างๆ เพื่อเป็นปากเสียงให้คนที่ถูกกดขี่ ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์มุสลิม คนจนในภาคอีสาน คนงานที่ไม่มีสหภาพแรงงาน สตรี นักโทษการเมือง หรือคนโรฮิงญา 
 
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์