ปิยบุตร แสงกนกกุล: การกลับมาของพรรคสังคมนิยมในฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ในงานรำลึก 37 ปี การจากไปของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เหลียวหลังแลหน้า ทางออกระบบพรรคการเมือง ที่ ร.ร.รามาการ์เดนส์ ถ.วิภาวดีรังสิต ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อภิปรายหัวข้อ การกลับมาของพรรคสังคมนิยมในฝรั่งเศส (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ช่วงหนึ่งปิยบุตร อภิปรายว่าวัฒนธรรมทางการเมืองของฝ่ายซ้ายฝรั่งเศสคือ เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านตลอดเวลา ในช่วงหลังจึงคิดกันได้ว่าหากไม่มีโอกาสนำสิ่งที่ค้านไปทำย่อมไม่เกิดประโยชน์ จึงคิดปรับพรรคใหม่หาทางให้ได้รับเสียงข้างมาก หมุดหมายสำคัญคือ ปี 1971 มีการจัดประชุมสภาใหญ่ ครั้งนั้นมีคนขอลงสมัครเป็นผู้นำพรรคหลายคน   เมื่อได้หัวหน้าก็เริ่มจัดรณรงค์หลายปีโดยเริ่มการรวมกลุ่มสารพัดซ้าย หลากหลายเฉดเข้าด้วยกัน  จนกระทั่งปี 1981 พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในสภาและได้เป็นประธานาธิบดี การรวมเสียงที่สำคัญคือการสร้างพันธมิตรกับพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส มีการหารือกันเพื่อเตรียมวางแผนนโยบายใหม่ โดยจูนคลื่นกันไว้ก่อนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับพรรคสังคมนิยม

ครั้งนี้เป็นการชนะแบบสง่าผ่าเผย  เมื่อได้บริหารประเทศ พรรคฝ่ายซ้ายจัดการทุกอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี ผลงานสำคัญ เช่น ยกเลิกโทษประหารชีวิต, กำหนดเกษียณอายุที่ 60 ปี , สิทธิในการลาคลอดทั้งชายหญิง คนละ 5 สัปดาห์ต่อบุตร 1 คน, การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ, การเก็บภาษีผู้มีรายได้สูง, อนุญาตให้สตรียุติการตั้งครรภ์ได้โดยสมัครใจ ซึ่งฝ่ายขวาทำมาก่อน แต่ฝ่ายซ้ายเพิ่มในส่วนว่าเบิกประกันสังคมได้, การทำวิทยุโทรทัศน์ช่องความรู้, การแก้ไขเรื่องบทบาททางการเมืองหญิงชายให้เท่ากัน, การกำหนดการทำงานขั้นสูงไม่เกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่สำคัญคือ ทำรถไฟความเร็วสูง,การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นซึ่งมีการเลือกตั้งโดยตรง, สร้างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ฯ ฝ่ายซ้ายเติบโตมาเรื่อยแล้วจึงค่อยๆ ถดถอยลง ประกอบกับยุโรปเริ่มลดบทบาทรัฐด้วย ฝ่ายขวจึงกลับมาได้ในที่สุด

ปิยบุตรกล่าวด้วยว่า ในปี 2008 มีจัดสัมมนาใหญ่ เพราะฝ่ายซ้ายแพ้ฝ่ายขวาอย่างหนัก จึงทบทวนกันอีกครั้งเพื่อปรับพรรคอีกรอบให้ได้เสียงข้างมากในสภา ซึ่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในปี 2012 วิธีการปรับพรรค คือ ย้อนกลับไปเอาสมาชิกพรรค แกนนำพรรคเคาะประตูหาชาวบ้านใหม่ โดยมีสโลแกน “ฝรั่งเศสที่เรารัก” ไถ่ถามทุกบ้าน ขอดีเบตกับทุกพื้นที่ทั่วประเทศถึงแนวนโยบายด้านต่างๆ หลังจากนั้นแบ่งทีมศึกษา เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา ความปลอดภัย เศรษฐกิจ แล้วจัดงานอภิปรายตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆ เชิญสมาชิกพรรคมาแลกเปลี่ยน สิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ คือ การนำระบบ primary vote มาใช้ โดยในตัดสินหาตัวแทนลงสมัครเพื่อเป็นประธานาธิบดีในปี 2012 ผู้สมัคร 6 คนต้องแข่งขันกันจนชนะโหวตในพรรคก่อน แสดงให้เห็นว่าตัวแทนที่ลงแข่งจะไม่มีทางที่จะหิ้วกระเป๋าเงินเข้ามากำหนดได้ วิธีการแข่งขันก็ให้เลือกตั้งอย่างจริงจัง ในครั้งนั้นมีสมาชิกพรรค 2.8 ล้านคนที่มาออกเสียงลงคะแนน ในการออกเสียงต้องนำเงินมาบริจาคให้พรรคด้วย 1 ยูโร มีการจัดดีเบตออกโทรทัศน์ 3 ครั้ง จนสุดท้ายได้ ฟร็องซัว ออล็องด์  เป็นผู้ชนะ ส่วนนโยบายก็มีการทำไว้แล้วเรียบร้อยจากการเดินสายหารือทั่วประเทศ เขาลงเลือกตั้งโดยม สโลแกนว่า “การเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวนี้ !” โดยในแผ่นพับโฆษณา มีแนวนโยบายทั้งหมด 60 ข้อ หลังจากได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี สื่อและทุกฝ่ายก็ตรวจสอบจาก 60 ข้อดังกล่าว

“หากเราดูการเดินทางของพรรคสังคมนิยมปัจจุบัน เราจะเห็นว่าปี 2012 พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศส ชนะทุกสนามเลือกตั้ง  แต่ก็ไม่มีทหาร ไม่มีใครออกมาพูดว่า นี่คือเผด็จการรัฐสภา เผด็จการกินรวบประเทศ ฝ่ายขวาเขาก็รอ อีก 5 ปีมาเลือกกันใหม่ ซึ่งไม่แน่อาจชนะเพราะฝ่ายซ้ายเก็บภาษีเยอะ” ปิยบุตรกล่าว

ในส่วนของปัจจัยที่ทำให้พรรคสังคมนิยมไม่มีนายทุนใหญ่ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ปิยบุตรกล่าวว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ 1.มีอุดมการณ์ชี้นำพรรคอยู่แล้ว โดยธรรมชาติจึงไม่มีใครเป็นเจ้าของ วัฒนธรรมภายในก็พยายามทำให้เป็นประชาธิปไตยตั้งแต่รากขึ้นมา

2.ฝรั่งเศสอาจประหลาดหน่อยตรงที่พรรคการเมืองเกิดจากเสรีภาพในการวมตัวกัน ในฝรั่งเศสสมาคมต่างๆ เต็มประเทศเพราะรวมตัวกันได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การจดทะเบียนกับรัฐจะได้ของแลกเปลี่ยน เช่น เงินอุดหนุน ลดหย่อนภาษี

3.พรรคสังคมนิยม มีแนวทางชัดเจนในการสร้างคนใหม่ๆ พรรคมีการสร้างมหาวิทยาลัยของเขาเอง 2 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยถาวรแห่งหนึ่ง คำซึ่งจะมีการจัดอบรมใหญ่ ปีละ 4 สัปดาห์ ที่จะจัด เวียนไปตามหัวเมืองใหญ่ พวกแกนนำ หัวคะแนนจะมาอบรม , อีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยฤดูร้อน ทุกฤดูร้อนจะมีการจัดการศึกษาที่เมืองตากอากาศ เน้นกลุ่มเยาวชน นักศึกษา ที่เริ่มมีแนวคิดสังคมนิยม นอกจากเรียนรู้วิธีคิดแล้ว ยังได้เจอเพื่อนๆ สร้างเครือข่าย

4.สร้าง think thank ขึ้นมาชื่อ “ห้องทดลองของความคิด” เอานักวิชาการมานั่งสกัดนโยบาย โดยเอาข้อมูลจากที่เดินสายทั่วประเทศมาประมวลผล

5.การสร้างเครือข่าย ผูกมิตรกับขบวนการสหภาพแรงงาน กับอีกด้านคือเครือข่ายสังคมนิยมทั่วโลก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์