“นศ.ไม่ผิด ไม่ได้จับอาวุธสู้” เสียงจากเวทีสะท้อนบทบาทไทยพีบีเอส

ม.อ.ปัตตานี ร่วมกับไทยพีบีเอส  จัดเสวนาบทเรียนการสื่อสาร เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นกรณีไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวพาดพิงนักศึกษาเกี่ยวข้องขบวนการแบ่งแยกดินแดน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 คณะรัฐศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดเวทีสาธารณะ "บทเรียนการสื่อสารและการเปิดพื้นที่ทางการเมือง: กรณีไทยพีบีเอสกับกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ชายแดนใต้" ที่ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ ชั้น 3 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำเสนอข่าวที่กล่าวถึงขบวนการนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางส่วนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือ BRN-Coordinate ซึ่งข่าวนี้ถูกนำเสนอเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา

นายธาม เปิดเผยอีกว่า หลังการนำเสนอข่าวและสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อชี้แจงการนำเสนอข่าว ขณะที่ผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ดำเนินตามแผนปฏิบัติ (Action Plan) ในการที่แก้ปัญหาเรื่องในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

1.ทางสถานีโทรศัพท์ไทยพีบีเอส ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาในการจะรับข้อร้องทุกข์ต่างๆ โดยอนุกรรมการจะประชุมกันวันที่ 7 มีนาคมนี้ โดยจะเตรียมหลักฐานที่เป็นคลิปข่าวการนำเสนอ เอกสารข้อเรียกร้องต่างๆ และจดหมายเปิดผนึก สนน.จชต.มาพิจารณาด้วย และจะเชิญตัวแทน จาก สนน.จชต.มาฟังด้วย

2.ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ดำเนินการชี้แจ้งไปยัง สนน.จชต. ไปแล้วว่า ทาง สนน.จชต. สามารถที่จะเข้ามาตรวจสอบกระบวนการทำงานของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้ตลอดเวลา

3.ประเด็นที่ทาง สนน.จชต. ต้องการให้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึงแหล่งข่าวโดยเฉพาะประเด็นของแผนผังโครงสร้างการจัดการมวลชนในสถาบันอุดมศึกษาของ BRN-Coordinate นั้น ทางอนุกรรมการของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสกำลังพิจารณาเรื่องอยู่ และคิดว่าในวันที่ 7 มีนาคมนี้ จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้

4.หากอนุกรรมการพิจารณาไปแล้วพบว่า ข่าวที่นำเสนอไปทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หรือนำเสนอออกไปโดยที่ไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ และอนุกรรมของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส พิจารณาว่าเกิดความเสียหายต่อ สนน.จชต. จริง ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะแสดงความเสียใจต่อ สนน.จชต. ต่อไป สิ่งที่สำคัญต้องรอผลของการประชุมของอนุกรรมการไทยพีบีเอสที่จะประชุมวันที่ 7 มีนาคมนี้

นายอาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธานที่ปรึกษา สนน.จชต. กล่าวว่า สิ่งที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะต้องเร่งดำเนินการคือ ต้องสร้างความชัดเจนต่อสาธารณะชนในสิ่งที่ได้นำเสนอไป เพราะขณะนี้นักศึกษาต้องกลายเป็นจำเลย แต่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาด และคงไม่ใช่เป้าหมายของสถานีโทรทัศน์ที่จะให้เกิดความเข้าใจผิด 

1.ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ข้อมูลที่ทางโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอได้ข้อมูลมาจากไหน สมมติว่าข้อมูลมาจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รนม. ภาค 4 สน.) หรือมาจากอาจารย์คนใดคนหนึ่ง ทางนักศึกษาก็จะไปหาหน่วยงานหรือบุคคลเหล่านี้ว่า มีหลักฐานอะไรที่บอกว่านักศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN-Coordinate

2.สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะต้องระบุให้ชัดเจนว่า บุคคลใดใน สนน.จชต.มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN แล้วผมฐานะประธานที่ปรึกษาจะนำบุคคลเหล่านั้นไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“ถ้าหากมีนักศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN-Coordinate จริง ผมคิดว่าพวกเขาจะไม่มีความผิดใดทั้งสิ้น ตราบใดที่พวกเขาไม่ไปจับอาวุธต่อสู่กับรัฐ” นายอาเต๊ฟ กล่าว

อาจารย์สมัชชา นิลปัทม์ รองคณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี กล่าวถึงการนำเสนอข่าวดังกล่าวที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และมีการต่อต้านอย่างกว้างขวางจากขบวนการนักศึกษา ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อ พล.ท.ภราดร ในนามตัวแทนของรัฐได้มีการลงนามในข้อตกลงในเรื่องของการพูดคุยเรื่องสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับนายฮัสซัน เจ๊ะหลง ตัวแทนจากฝ่ายขบวนการ BRN ได้ทำให้องค์กรผู้ที่เห็นต่างจากรัฐปรากฏตัวชัดเจนขึ้น จะทำให้บรรยากาศการพูดคุยเพื่อสันติภาพสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกัน ขบวนการนักศึกษาเองจะคลายความกดดันเมื่อองค์กรนอกกฎหมายที่ถูกพาดพิงกลายเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับ

“ซึ่งหากพิจารณาถึงขบวนการนักศึกษาก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะพบว่า นักศึกษาอาจจะถูกผลักไปอยู่กับองค์กรหรือขบวนการผิดกฎหมายที่รัฐไทยไม่ยอมรับ แต่หลังจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กลุ่มขบวนการที่เห็นต่างจากรัฐมีตัวตนที่ได้รับการยอมรับ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีต่อนักศึกษาก็ได้” อ.สมัชชากล่าว

ในระหว่างที่มีเสวนาอยู่นั้นได้มีนักศึกษาจำนวน 5 คน ชูป้ายที่มีข้อความต่อต้านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส อย่างเช่น “สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เป็นสถานีโทรทัศน์ ที่กอ.รมน.ไว้วางใจ” เป็นต้น

 

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์