มติ กสทช.เห็นชอบช่อง 3 ยุติ ‘เหนือเมฆ’ สั่งชี้แจงเหตุสังคม

กสทช. มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของอนุกรรมการฯ ช่อง 3 ยุติออกอากาศละครเรื่อง ‘เหนือเมฆ’ เป็นไปตามการดำเนินการของสถานี โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคเป็นสำคัญ  สั่งชี้แจงเหตุผลให้สังคมรับทราบและให้แจ้งให้บอร์ดรับทราบใน 15 วัน

22 เม.ย.56 ไทยพีบีเอส รายงาน ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  พิจารณากรณีที่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยุติออกอากาศ ละครเรื่อง”เหนือเมฆ 2” โดยบอร์ดมีมติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง แต่งตั้งผู้อำนวยการสถานี เพื่อพิจารณากำหนดหลักการเนื้อหารายการที่ออกอากาศ เพื่อไม่ให้ขัดต่อตามาตรา 29, 37 พระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี  2551 โดยให้เจ้าของสถานี หรือ ผู้ได้รับใบอนุญาต แต่งตั้งผู้อำนวยการประจำสถานี เพื่อดูแลการออกอากาศ และจัดรายการ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้รับใบอนุญาต จะต้องรับผิดหากมีการออกอากาศขัดตามมาตรเกี่ยวข้อง  ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่าไม่รู้เห็น และได้ดำเนินการตามสมควรไปแล้ว

เห็นชอบผลการพิจารณาของอนุกรรมการพิจารณาเนื้อหารายการ  กรณี ยุติออกอากาศเหนือเมฆ 2 เนื่องจากาการพิจารนายุติออกอากาศ เป็นไปตามการดำเนินการของสถานี โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ดังนั้นการสั่งระงับ ช่อง 3 ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง และผลการดำเนินการต่อสังคมอย่างสมเหตุผล โดยต้องคำนึงถึงหลักความโปร่งใสในการเสนอข่าวสาร โดยให้ กสทช.แจ้งให้ช่อง 3 ทราบผล และดำเนินการ พร้อมรายงานให้กรรมการ กสท. ทราบ ภายใน 15 วัน

“ทางช่อง 3 หากเห็นว่าชี้แจงสังคมเหมาะสมแล้ว ก็ต้องแจ้งมายังกสทช.ว่า ได้ชี้แจงสังคมอย่างไรไปบ้างแล้ว ซี่งมติบอร์ดเรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับอำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานี  ในการจะบอกว่าเนื้อหาไหนเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมอย่างไร หากพบไม่เหมาะสม  ซึ่งมติที่เกิดขึ้น จะทำให้จากนี้ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ต้องใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเพื่อไม่ให้มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย และกสทช.เอง ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของแต่ละช่อง หากตัดสินใจยุติออกอากาศ”

เดลินิวส์ รายงานด้วยว่า พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ได้มีการพิจาณากรณีที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยุติออกอากาศ ละครเรื่อง”เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์” ตามที่อนุกรรมการพิจารณาเนื้อหารายการและให้สำนักงานกสทช.แจ้งให้ช่อง 3 รับทราบผลการพิจารณา ว่าเป็นไปตามการดำเนินงานของสถานี ที่ได้คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ขอให้ช่อง 3 ดำเนินการชี้แจงต่อสังคมอย่างสมเหตุสมผลในการสั่งระงับดังกล่าวอย่างกระทันหัน โดยคำนึงบนพื้นฐานความโปร่งใส ธรรมภิบาล และสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร   และให้ช่อง3 รายงานกลับมายัง กสท ภายใน 15 วัน

นอกจากนี้ให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ดำเนินการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานีเพื่อกำหนดหลักการ เนื้อหา รายการ เพื่อไม่ให้ขัดต่อ ม.37 และ ม.30 พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551และให้เจ้าของสถานี หรือผู้ได้รับใบอนุญาต ดูแลการออกอากาศไม่ให้ผิดกฎหมาย

พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า  กสท.ยังอนุญาตให้วิทยุกระจายเสียงเพิ่มเติมจำนวน 74 ราย รวมอนุญาตไปแล้วจำนวน 1,473 ราย และอนุมัติใบอนุญาตช่องรายการในกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่เพิ่มเติมอีกจำนวน 67 ช่องรายการ และให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามกฎหมายการโฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์ยาอีกด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์