คลังเผยครึ่งแรกปีงบฯ ‘รถคันแรก’ ส่งรบ.เก็บรายได้สูงกว่าเป้า ฐานะการคลังแข็งมาก

สมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สนง.เศรษฐกิจการคลัง (ที่มาภาพ : สนง.เศรษฐกิจการคลัง)

23 เม.ย.56 ข่าวกระทรวงการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง รายงาน นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม  2555  –  มีนาคม 2556) ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 957,192  ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 145,045 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.9 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องและผลจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 1,371,578 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 102,260 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 414,386 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 115,556 ล้านบาท (สาเหตุหลักจากการไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง 102,135 ล้านบาท) ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 529,942 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 163,758 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 366,184 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 194,153 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 160.5

 นายสมชัยฯ สรุปว่า “ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้สูงกว่าเป้าหมายและสูงกว่าปีก่อน ภายใต้การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณ ในขณะที่ฐานะการคลังยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็งมาก โดยระดับเงินคงคลังสูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วกว่าแสนล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าฐานะการคลังตลอดปีงบประมาณจะสามารถรองรับการดำเนินการของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2556 ได้อย่างต่อเนื่อง”

ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดประจำเดือนมีนาคม 2556และในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555 – มีนาคม 2556)

ในเดือนมีนาคม 2556 รัฐบาลขาดดุลเงินสดจำนวน 76,673 ล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลเงินงบประมาณ 74,069 ล้านบาท ในขณะที่ดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 2,604 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลขาดดุลเงินสดจำนวน 529,942 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 163,758 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 มีจำนวนเท่ากับ 194,153 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่มีความมั่นคงต่อฐานะการคลังของรัฐบาลโดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ฐานะการคลังเดือนมีนาคม 2556

1.1 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 151,408 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 9,893 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 7.0)

1.2 รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 225,477 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 144,501 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 39.1) เนื่องจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ทำให้หน่วยงานต่างๆ เร่งการเบิกจ่ายในเดือนมีนาคม 2555 ทั้งนี้ การเบิกจ่ายเดือนมีนาคม ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ 125,923 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55.5 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และรายจ่ายลงทุน 75,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ส่วนการเบิกจ่ายเงินจากงบประมาณปีก่อนจำนวน 24,199 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 33.7 (ตารางที่ 1)

การเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่สำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ รายจ่ายเงินอุดหนุนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 67,818 ล้านบาท รายจ่ายเงินอุดหนุนของกระทรวงศึกษาธิการ 21,935 ล้านบาท รายจ่ายชำระหนี้ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 10,108 ล้านบาท และรายจ่ายของกระทรวงกลาโหม 5,309 ล้านบาท

1.3 จากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้น ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในเดือนมีนาคม 2556 ขาดดุล 74,069 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 2,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดจำนวน 76,673 ล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 8,266 ล้านบาทส่งผลให้ดุลเงินสด (หลังกู้ชดเชยการขาดดุล) ขาดดุลเท่ากับ 68,407 ล้านบาท (ตารางที่ 2)

2. ฐานะการคลังในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555 – มีนาคม 2556)

2.1 รายได้นำส่งคลัง รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 957,192 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปี

ที่แล้ว 145,045 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 17.9) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ได้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

2.2 รายจ่ายรัฐบาล การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลมีจำนวนทั้งสิ้น 1,371,578 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 102,260 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 8.1) ประกอบด้วยรายจ่ายปีปัจจุบัน 1,212,687 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 50.5 ของวงเงินงบประมาณ (2,400,000 ล้านบาท) สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.6 และรายจ่ายปีก่อน 158,891 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 61.5 (ตารางที่ 3)

รายจ่ายปีปัจจุบันจำนวน 1,212,687 ล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ 1,063,598 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.2 และรายจ่ายลงทุน 149,089 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24.4

2.3 ดุลการคลังรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด ขาดดุล 529,942 ล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลเงินงบประมาณ 414,386 ล้านบาท และการขาดดุลเงินนอกงบประมาณจำนวน 115,556 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง 102,135 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลได้บริหารเงินสดให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงิน โดยชดเชยการขาดดุลด้วยการกู้จำนวน 163,758 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินสด (หลังการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล) ขาดดุลเท่ากับ 366,184 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 194,153 ล้านบาท (ตารางที่ 4)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์