‘พีมูฟ’ ปฏิบัติการยื่นปัญหารายคน - ผลเจรจา ‘เฉลิม’ รับ 4 ประเด็นเข้า ครม.

‘เฉลิม’ เปิดโต๊ะเจรจาตัวแทนพีมูฟ รับปากเอาประเด็น ‘โฉนดชุมชน-ธนาคารที่ดิน-บ้านมั่นคง-เขื่อนปากมูล’ เข้า ครม. 14 พ.ค.นี้ ด้านชาวบ้านปฏิบัติการดาวกระจาย ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เป็นรายบุคคล

 
วันนี้ (7 พ.ค.56) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ Pmove (พีมูฟ) ในการชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ว่า ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 07.00 น.ผู้ชุมนุมได้กระจายตัวกันเป็นเครือข่ายกรณีปัญหาและเดินขบวนเข้าไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามประเด็นปัญหาที่ประสบ ที่หน้าประตูต่างๆ เหลือเพียงแต่ประตูทางเข้าออกด้านสะพานอรทัย 
 
ผู้ชุมนุมให้เหตุผลว่า เนื่องจากที่ผ่านมาความเดือดร้อนของชาวบ้านไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะเคยมีการยื่นเรื่องในนามเครือข่ายมาหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงแบ่งกำลังคนในการเข้ายื่นหนังสือฯ ตามประเด็นปัญหาเพื่อให้เรื่องความเดือดร้อนถูกส่งถึงนายกรัฐมนตรีและทางรัฐบาล อีกทั้งประหยัดเวลาในการรับเรื่องและไม่ขัดขวางต่อการจราจร
 
 
 
ประตู 5 กลุ่มผู้เดือดร้อนคือสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต ) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล เกษตรพันธะสัญา แจงจุดประสงค์ในการมาทำเนียบรัฐบาลก็เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ชวยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนกรณีปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ผลกระทบจากการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลหนี้สินและความไม่เป็นธรรมจากระบบเกษตรพันธะสัญญา
 
 
 
ประตู 1 ชาวบ้านสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล ที่มาเข้าร่วมชุมนุมกับ Pmove ได้เดินจากประตู 5 ไปยังประตู 1 บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องรายบุคคล ให้คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล ตามมติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส.ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงนั่งเป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ก.พ.56 ที่ผ่านมา เพราะจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามที่มีมติไว้
 
อีกทั้ง มีเป้าหมายให้มีการเปิดเขื่อนปากมูลถาวร เพราะกว่า 24 ปีที่ผ่านงานวิจัยหลายชิ้นและข้อเท็จจริงก็ได้ปรากฏให้เห็นชัดว่าการมีเขื่อนปากมูลส่งผลด้านลบมากกว่าสร้างประโยชน์
 
 
 
 
ประตู 6 เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) เครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล เรียกร้องให้นายกฯ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย ขาดสาธารณูปโภค เเละถูกเลือกปฏิบัติ ส่วนเครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ มาเพื่อยื่นร้องเรียนเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาจากการทำเหมืองแร่ การระเบิด เสียงดัง สารพิษทำลายสุขภาพ
 
บรรยากาศตึงเครียด เนื่องจากเวลา 9.00 น. ตำรวจนายหนึ่งได้อนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้าไปแลกบัตร แต่กลับไม่มีผู้ใดมารับเรื่องที่หน้าประตู เมื่อหมดความอดทนชาวบ้านจึงพังประตูรั้วเข้าไป ประกาศให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปประสานงาน จึงทำให้มีเจ้าหน้าที่ออกมารับเรื่องร้องทุกข์ในทันที
 
ต่อมา เมื่อเวลา 10.24 น. หน้าประตู 6 มีเจ้าหน้าที่ออกมารับเรื่องร้องเรียน
 
 
 
 
ประตู 4 เครือข่ายสลัม 4 ภาค และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร้องในเรื่องของที่ดินและที่อยู่อาศัยให้เป็นธรรมกับประชาชน เช่น เรื่องโฉนดชุมชน ของ สกน. จังหวัดน่าน เรื่องติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีที่อยู่อาศัยและสินเชื่อของคนจนเมือง 
 
ผู้ชุมนุมรอ นายสมภาส นิลพันธ์ ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกฯ ซึ่งได้ออกมาพูดคุยกับผู้ชุมนุมในช่วงเช้าให้ออกมารับจดหมายร้องทุกข์ จนผ่านไป 3 ชั่วโมง นายสมภาสยังไม่ปรากฏตัว ความเฉยเมยดังกล่าวทำให้มีผู้ชุมนุมไม่พอใจพยายามเข้าไปเขย่ารั้วประตูจนได้รับบาดเจ็บ รั้วประตูบาดนิ้วหัวแม่โป้งขาดต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
 
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯ ได้เดินทางมาเจรจาในบริเวณ ประตู 4 โดยระบุว่าให้ผู้ชุมนุมรวบรวมเรื่องและส่งให้ตนทีเดียวเพราะไม่สามารถให้ทุกคนเข้าไปภายในได้ แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอม และเสนอว่าจะเข้าเป็นชุด ชุดละ 10 คน แต่นายสุภรณ์ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ และยื่นข้อเสนอใหม่ว่าตนจะออกไปรับหนังสือด้วยตัวเองจากทุกคน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ยอม สุดท้ายจึงได้ข้อยุติว่า ให้เจ้าหน้าที่นำโต๊ะมาตั้งรับเรื่องที่ด้านนอกประตู 4
 
 
จากนั้นในเวลา 10.50 น. แกนนำพีมูฟได้อ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 20 แสดงท่าทีในการชุมนุม ที่ประตู 4 หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปิดประชุมเพื่อพิจารณากำหนดนโยบายและมาตรการในการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ และเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง ตามคำมั่นเมื่อวันที่ 2 ต.ค.255 เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงเป็นนโยบายของรัฐบาลซึ่งต้องการแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่กลับถูกรัฐบาลเองแช่แข็งมาเกือบ 2 ปีแล้วโดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้
 
 
ต่อมา เวลา 13.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เข้าเจรจากับตัวแทนพีมูฟ โดยผลการประชุมในครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมได้รับปากจะนำประเด็นปัญหา 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน 2.โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน 3.เรื่องการอนุญาตก่อสร้างบ้านมั่นคง 4.การตั้งคณะกรรมการการแก้ปัญหาชาวบ้านปากมูล เข้า ครม.ในวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้ ส่วนกรณีอื่นๆ จะทำการนัดวันเพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาของพีมูฟที่มี ร.ต.อ.เฉลิมเป็นประธานต่อไป
 
 
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของพีมูฟแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มปัญหา คือ 1.ปัญหานโยบายที่ไม่สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายโฉนดชุมชน 2.ปัญหาคดีความคนจนที่ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการพิจารณาแก้ไขปัญหาและเยียวยาจากรัฐบาล แต่กลับมีการเดินเนินคดีอย่างต่อเนื่อง 3.ปัญหาที่ดินชุมชนทับซ้อนกับที่ดินรัฐ 4.ปัญหาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค 5.ปัญหาผลกระทบจากเหมืองแร่ โรงไฟฟ้าและโรงโม่หิน 6.ปัญหาสัญชาติและชาติพันธุ์ และ 7.ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์