พีมูฟ ประกาศปักหลักชุมนุม - เกษตรกรใต้ลั่น ถ้าไม่ได้พบนายกฯ จะไม่กลับบ้าน

เกษตรกรสุราษฎร์ธานีประกาศ ถ้าไม่ได้พบนายกฯ จะไม่กลับใต้ พ้อถูกหลอกให้รอมาหลายครั้งแล้ว ด้านพีมูฟแถลง หารือ ‘เฉลิม’ แค่เห็นแนวทาง เดินหน้าชุมนุมต่อรอการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม เผยเตรียมเคลื่อนขบวนร้อง ‘ศาลฎีกา’ กรณีไม่ให้ประกันตัวชาวบ้านคดีพิพาทที่ดิน

 
วันนี้ (8 พ.ค.56) เวลาประมาณ 14.00 น. นางประทิน เวคะวากยานนท์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสลัม 4 ภาค อ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 21 ‘นายกต้องสั่งเดินหน้าแก้ปัญหา ให้เป็นรูปธรรม’ จากการชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ของขบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ ที่มาจากเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มผู้เดือดร้อนทั่วประเทศทั้งปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน คดีความ ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน โรงไฟฟ้าชีวมวล เหมืองแร่ และกลุ่มชาติพันธุ์
 
นางประทิน กล่าวว่า ตามที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้นำอุปสรรคความล่าช้าของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของ พีมูฟ เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา และให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนนั้น พีมูฟขอชื่นชมผู้นำรัฐบาลที่ยอมรับในความล่าช้าของการแก้ปัญหา และได้สั่งการให้แก้ไขในทันที
 
ผู้ประสานงานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวถึงผลการหารือระหว่างตัวแทนพีมูฟและ ร.ต.อ.เฉลิม ในวันเดียวกันนั้นด้วยว่า มีข้อสรุปร่วมกัน 5 ข้อ คือ 1.รัฐบาลจะนำเรื่องที่มีข้อสรุปและเป็นมติที่ประชุมแล้วเข้า พิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 14 พ.ค.56 รวม 4 เรื่อง ดังนี้ 1.1.การแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล 1.2.การสานต่อโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน 5 ชุมชนภาคเหนือ 1.3.การแก้ไขปัญหาของเครือข่ายสลัม 4 ภาค กรณีการขออนุญาตก่อสร้างบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง 1.4.การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน
 
2.สั่งการให้อนุกรรมการทั้ง 10 ชุด และ 1 กรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล เร่งดำเนินการประชุมเพื่อให้เกิดข้อ
สรุปในการแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จก่อน การประชุมคณะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 พ.ค.56
 
3.จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.) ในวันที่ 20 พ.ค.56
 
4.จัดให้มีการประชุมกรรมการอำนวยการแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)
เพื่อแก้ปัญหาในวันที่ 27 พ.ค.56
 
5.สั่งการให้เร่งดำเนินการประสานงาน ทั้งระดับนโยบายและพื้นที่เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
ปัญหาเฉพาะหน้า และเฉพาะพื้นที่ เพื่อบรรเทาความรุนแรงและลดความขัดแย้งเผชิญหน้าในพื้นที่ทันที
 
นางประทิน กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไปว่า พีมูฟเห็นว่าการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีทำให้เห็นแนวทางที่จะร่วมมือแก้ไขปัญหา ร่วมกันแต่ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนเลย และที่สำคัญการเดินทางมาชุมนุมแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอปักหลักเพื่อรอคอยการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมก่อน จึงจะพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการต่อไปในรูปแบบใด และยังมีความหวังว่า หากนายกรัฐมนตรีเปิดให้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการขึ้น การดำเนินงานแก้ปัญหาก็จะยิ่งเป็นไปได้อย่างลุล่วงและรวดเร็ว
 
 

เกษตรกรใต้ลั่น ถ้าไม่ได้พบนายกฯ จะไม่กลับบ้าน

สำหรับสถานการณ์การชุมนุมในช่วงเช้าวันนี้ (8 พ.ค. 56) เวลา 8.30 น. ทางทำเนียบรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊รับเรื่องร้องทุกข์ที่หน้าประตู 5 ของทำเนียบฯ ซึ่งชาวบ้านจากเครือข่ายต่างๆ ก็ได้ทำหนังสือร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนถึงนายกรัฐมนตรี   
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อน 3 ฉบับ ใน 3 เรื่อง เรื่องแรก คือเรื่องการขอเช่าที่ดินเขตป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ในพื้นที่หมู่ 6 ต.บางสวรรค์  อ.ชัยบุรี จ. สุราษฎร์ธานี ที่สมาชิกชุมชนสันติพัฒนาจำนวน 70 ครอบครัว อยู่อาศัยทำอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ป่าดังกล่าวถูกบุกรุกครอบครองโดยบริษัทเอกชนเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน มาเป็นระยะเวลานานถึง 30 ปี
 
เรื่องที่ 2 ขอให้สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ใช้กองทุนปฎิรูปที่ดินจัดซื้อที่ดินที่เป็นหนี้เสีย นำมาปฎิรูปให้กับเกษตรกรชุมชนน้ำแดงพัฒนาจำนวน 25 ครอบครัว เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน โดยเกษตรกรยินดีเช่าซื้อ และผ่อนคืนกองทุนในระยะยาว ทั้งนี้ เดิมที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชน แต่เนื่องจากบริษัทฯ ติดค้างหนี้ธนาคารและไม่ประสงค์จะไถ่ถอน จึงปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 30 ปีแล้ว
 
เรื่องที่ 3 ขอให้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดประชุมแก้ไขปัญหา เพราะตั้งแต่มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวยังไม่เคยมีการจัดประชุมเลย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่ข้อเรียกร้องที่จะพบนายกรัฐมนตรีและให้นำปัญหาหลายกรณีเข้ามติประชุม ครม.ยังไม่มีการตอบรับ ประกอบกับอากาศที่ร้อนระอุตลอดวัน และการทำงานที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทำให้ชาวบ้านบางคนเริ่มเกิดความตึงเครียด
 
"มาครั้งนี้ถ้าไม่ได้พบ ‘ลูกปู’ นายกรัฐมนตรี จะไม่ขอกลับบ้านที่สุราษฎร์ฯ เราถูกหลอกมาหลายครั้งแล้ว"  ยายนงเยาว์  เมืองน้อย  เกษตรกรสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ประกาศด้วยความอัดอั้น
 
 

เตรียมเคลื่อนขบวนร้อง ‘ศาลฎีกา’ กรณีไม่ให้ประกันตัวชาวบ้านคดีพิพาทที่ดิน   

พีมูฟ แจ้งข่าวการเคลื่อนไหว ระบุ พรุ่งนี้ (9 พ.ค.56) เวลา 8.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลประตู 4 เพื่อเร่งรัดให้มีการนัดประชุมคณะอนุกรรมการทั้ง 10 คณะ รวมทั้ง ให้ชี้แจงความชัดเจนของการนำเรื่องเข้าพิจารณาในการประชุม ครม.วันที่ 14 พ.ค. 2556 นี้
 
จากนั้นในช่วงเวลา ในเวลา 13.30 น. ผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานศาลฎีกา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลฎีกา กรณีการพิพากษาจำคุกนายเด่น ดำแหล้ ชาวบ้านทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และนางสุภาพ คำแหล้ ภรรยา (จำเลยที่ 1 และที่ 4) คดีบุกรุกสวนป่าโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม เป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และต่อมาศาลฎีกาพิจารณาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 
 
ตามคำพิจารณาของศาลดังนี้ “พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ แต่คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 208 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 และที่ 4 ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาและยังไม่ยื่นฎีกา มีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 1 และที่ 4 อาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ค.56 หลังจากทีมทนายยื่นคำร้องขอปล่อยตัวจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดภูเขียวอีกครั้ง ศาลมีคำสั่งโดยสรุปว่า เนื่องจากศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวมาก่อน จึงให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งทางโทรสารโดยให้ถ่ายสำเนาฎีกา และคำร้องขออนุญาตฎีกาของจำเลยแนบไปด้วย เนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำสั่งเป็นแนวทางไว้แล้วเมื่อวันที่ 29 เม.ย.56 โดยระบุจำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นฎีกา ศาลภูเขียวจึงไม่กล้าสั่งอนุญาต

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์