‘พีมูฟ’ นั่งสมาธิข้างทำเนียบฯ หวังรัฐบาลนำ 4 ปัญหาถก ครม.

พีมูฟปฏิบัติการอีกครั้งทำพิธีตามความเชื่อ-นั่งสมาธิ ให้นายกฯ นำกรณี เขื่อนปากมูล-นำร่องธนาคารที่ดิน-โฉนดชุมชน-โครงการบ้านมั่นคง เข้า ครม.วันนี้ หลังพลาดหวัง ด้านเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคม-องค์กรชุมชนภาคใต้ ออกจดหมายหนุนการเคลื่อนไหว

 
วันนี้ (21พ.ค.56) เวลา 8.50 น. ผู้ชุมนุมขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟเคลื่อนขบวนจากข้างกระทรวงศึกษาธิการมายังหน้าประตูทำเนียบรัฐบาล เพื่อทำพิธีกรรมตามความเชื่อ ด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และยืนภาวนา ให้คณะรัฐมนตรีมีความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหา โดยการนำกรณีปัญหา 4 เรื่อง เข้าพิจารณาในการประชุม ครม.วันนี้
 
สืบเนื่องจาก กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้คำมั่นสัญญากับผู้ชุมนุม เมื่อวันที่  7 พ.ค.56 จะนำ 4ประเด็นของพีมูฟ คือ 1.การแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล 2.โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน 5 พื้นที่ 3.การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน 4.การก่อสร้างบ้านในโครงการบ้านมั่นคง เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.56 ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีประเด็นใดที่ถูกบรรจุในวาระการประชุมครม.เลยแม้แต่เรื่องเดียว
 
จากนั้นในเวลา 10.00 น. Pmove ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 31 ย้ำจะรอคอยการแก้ปัญหาอย่างสันติ อหิงสา ด้วย ด้วยการนั่งสมาธิ ภาวนา สวดมนต์ ตามความเชื่ออย่างสงบ สันติ จนกว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหา ตามนโยบาย ที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา คือการแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างความเป็นธรรมในสังคม
 
 
แถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้
 
000
 
แถลงการณ์ฉบับที่ ๓๑
สงบ อหิงสา ภาวนา ให้ ครม.พิจารณา แก้ปัญหาคนจน
 
ตามที่ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ประกอบด้วย เครือข่ายสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล เครือข่ายสลัม ๔ ภาค เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สหพันธ์เกษตรกร ภาคใต้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายชุมชนปฏิรูปสังคมและการเมือง และกลุ่มปัญหาเกษตรพันธะสัญญา กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบโรงไฟฟ้าชีวมวล กลุ่มสิทธิสถานะบุคคล ได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ๕๖๐ ชุมชุน ๘ กลุ่มปัญหา และได้มีการประสานงานติดตามการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องมาตลอด ๑ ปี
 
และในครั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้ติดตามการแก้ปัญหามาเป็นเวลา ๑๖ วัน อย่างสงบตามหลักอหิงสา แม้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลจะได้ดาเนินการให้มีการประชุมอนุกรรมการไปแล้ว ๘ ชุด ซึ่งผลการประชุมการแก้ปัญหา มีบางกรณีคืบหน้า แต่ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน บางกรณีไม่มีความคืบหน้า เช่นกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลและกรณีเหมืองแร่ ที่เป็นเพียงซื้อเวลาเท่านั้น ส่วนกรณีโรงโม่หินซ้ำร้ายเป็นการถอยหลังเข้าคลอง
 
และเรื่องที่มีข้อยุติแล้วในคณะอนุกรรมการ  ๔ เรื่อง ซึ่งรัฐบาลได้มีข้อตกลงกับชาวบ้านจะนำเรื่องที่มีข้อยุติแล้วเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ตามข้อตกลง ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าวได้เสนอถึง รองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง) ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่มี การพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น และได้สัญญาว่าจะนาเข้าพิจารณาในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖
 
สิ่งที่ปรากฏขึ้นที่ผ่านมา จึงเป็นการตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลว่าปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจะสามารถนาไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นธรรม
 
การผิดสัญญาของรัฐบาล หมายถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป แต่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ตกลงใจที่จะรอคำตอบที่ดี ในคามั่นสัญญาครั้งใหม่ อีกครั้งหนึ่ง
 
และในวันนี้ ๒๑ พฤษภาคม คือการรับปากอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ว่าจะนำเรื่องขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เข้าสู่การในการประชุมของคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมโดยรัฐบาลจะนำกรณีปัญหาที่มีข้อยุติแล้ว ๔ เรื่องเข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี คือ
 
๑. ปัญหาเขื่อนปากมูล ให้เห็นชอบพิจารณาเปิดเขื่อนปากมูลถาวรและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ผ่านมา และยกเลิกมติ ครม.เดิมที่ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
 
๒. ปัญหาที่ดิน กรณีโครงการนาร่องธนาคารที่ดิน ๕ ชุมชนภาคเหนือ ให้เห็นชอบอนุมัติให้สถาบันพัฒนาชุมชน องค์การมหาชน (พอช.) เป็นหน่วยงาน ดำเนินงานโดยใช้งบ พอช.จานวน ๑๖๗ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินและโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง ๕ ชุมชน
 
๓. ปัญหาของเครือข่ายสลัมสี่ภาค กรณีการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ของชุมชนที่ดำเนินงานในโครงการบ้านมั่นคง ให้ความเห็นชอบในการก่อสร้างอาคาร ตามกฎกระทรวง ของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๐
 
๔. ปัญหาที่ดินพิพาท กรณีพื้นที่ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประสานงานจัดให้มีโฉนดชุมชนแล้ว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งมอบพื้นที่ และในระหว่างการส่งมอบพื้นที่ ให้มีการการคุ้มครองพื้นที่ ให้สามารถอยู่อาศัยตามวิถีชีวิตดั้งเดิมได้ และเข้าถึงการบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ
 
รวมทั้งเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนการประชุมของอนุกรรมการ รัฐบาลต้องสั่งการให้อนุกรรมการทั้ง ๑๐ ชุด และ ๑ กรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล เร่งดำเนินการประชุมเพื่อให้เกิดข้อสรุปที่มีแนวทางปฏิบัติได้จริง ให้แล้วเสร็จก่อน การประชุมคณะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖
 
ดังนั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) จะยังคงปักหลักรอคอยการแก้ปัญหาอย่างสันติ อหิงสา ด้วย ด้วยการนั่งสมาธิ ภาวนา สวดมนต์ ตามความเชื่ออย่างสงบ สันติ จนกว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาตามนโยบาย ที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา คือการแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้าของสังคม และสร้างความเป็นธรรมในสังคม
 
หวังว่าวันนี้รัฐบาลที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ปวงชน จะมีสัจจะ ต่อประชาชนของตนเอง
 
ด้วยจิตคารวะและสันติ
๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ หน้าทำเนียบรัฐบาล
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
 
 
000
 
ด้าน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ออกจดหมายเปิดผนึกหนุนการเคลื่อนไหวของพีมูฟ โดยย้ำว่าความชอบธรรมสูงสุดของรัฐบาลคือการเร่งแก้ไขปัญหาประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคม อย่างจริงจังเท่านั้น และขอสนับสนุนความชอบธรรมนี้ อย่างจริงจัง
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์