บทวิเคราะห์รอยเตอร์ชี้ลดราคาจำนำข้าว ไม่แก้ปัญหาข้าวค้างสต็อก

ขณะที่รัฐบาลกำลังมีนโยบายลดราคาจำนำข้าวเหลือ 12,000 บาทต่อตัน ทางด้านไคลด์ รัสเซลล์ นักวิเคราะห์การตลาดก็มองว่าไม่ได้ช่วยลดผลผลิตคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งทำให้ราคาส่งออกข้าวในพื้นที่ปรับตัวลดลง

ไคลด์ รัสเซลล์ (Clyde Russell) นักวิเคราะห์การตลาด เผยแพร่บทความลงในรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงประเด็นการลดราคาจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ว่าเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล แต่ขณะเดียวกันก็คิดว่าปัญหาตลาดข้าวของเอเชียก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

ไคลด์กล่าวว่า แม้การลดราคาจำนำข้าวจะเป็นการลดภาระงบประมาณและทำให้โครงการดำเนินต่อไปได้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยลดจำนวนผลผลิตข้าวคงเหลือที่เป็นปัญหาต่อเสถียรภาพของตลาด โดยที่ประเทศไทยยังมีข้าวสารคงเหลือในคลังราว 17 ล้านตันนับตั้งแต่เริ่มนโยบายจำนำข้าว และเกรงว่าโกดังเก็บข้าวจะไม่เพียงพอต่อผลผลิตในฤดูกาลหน้า

ปัญหาอีกประการหนึ่งที่นัดวิเคราะห์ชี้ให้เห็นคือการที่ไทยตกอันดับจากผู้ส่งออกข้าวในระดับต้นๆ โดยพ่ายให้กับทั้งอินเดียและเวียดนาม โดยที่การส่งออกลดลงจาก 10.6 ล้านตันในปี 2554 เหลือ 6.9 ล้านตันในปี 2555 เนื่องจากนโยบายจำนำข้าวของไทย ทำให้ข้าวจากไทยไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด

และจากการสำรวจในไตรมาตรแรกพบว่าไทยส่งออกข้าว 1.56 ล้านตัน ทำให้ประเมินได้ว่าในปี 2556 ไทยคงส่งออกข้าวได้ราว 6.24 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่าที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าไว้คือ 8.5 ล้านตัน

ไคลด์ ชี้ว่าการกักตุนข้าวก็เสี่ยงต่อการทำให้ราคาข้าวในพื้นที่ตกต่ำเมื่อไทยข้ายข้าวแบบโละสต็อกซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตลาดการค้าและผลิตข้าวในประเทศอื่นๆ และหากไทยต้องการส่งออกข้าวได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ ราคาข้าวของไทยจะลดลงใกล้เคียงกับราคาข้าวของเวียดนาม อยู่ที่ว่าไทยจะยอมเสียเพื่อจะได้ขายในราคาตามกลไกตลาดหรือไม่

ในบทวิเคราะห์ได้ตั้งคำถามด้วยว่าการลดราคาจำนำข้าวจะช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้จริงหรือไม่เมื่อต้องเผชิญกับการปรับลดราคาตามกลไกตลาดเนื่องจากมีข้าวในคลังอยู่มาก โดยการลดราคาจำนำข้าวครั้งล่าสุดปรับเหลือราคาตันละ 12,000 บาท ซึ่งมีการประเมินว่าราคารับซื้อจะอยู่ที่ราว 18,500 บาทต่อตัน

ก่อนหน้านี้บางกอกโพสท์ได้ประเมินว่ารัฐบาลได้ใช้เงิน 3.52 แสนล้านบาทในการรับซื้อข้าวปริมาณ 21.7 ล้านตัน ในช่วงปี 2554-2555 และได้ขายไปในราคา 5.92 หมื่นล้านบาท ขณะที่ราคาขายข้าวค้างสต็อกจากการสำรวจเมื่อวันที่ 31 ม.ค. อยู่ที่ 1.56 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการสูญกำไรราว 1.36 แสนล้านบาท

แต่ไคลน์ก็บอกว่ารัฐบาลไทยอาจสูญเสียรายได้มากกว่านี้จากการต้องปรับลดราคา และข้าวเป็นสินค้าซึ่งมีอายุอยู่ได้ไม่เกินสองปีทำให้เสี่ยงต่อการต้องทิ้งข้าวบางส่วนไปหากไม่สามารถขายได้

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ COLUMN-Thailand's rice scheme cutback doesn't go far enough: Clyde Russell, Reuters, 19 June 2013
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์