ผู้ตรวจราชการแผ่นดินให้ยุติรื้อถอนไฟฟ้าชุมชนบ่อแก้ว-รับสอบตั้งสำนักสงฆ์ในพื้นที่สวนป่า

ผู้ตรวจราชการแผ่นดินส่งหนังสือแสดงความเห็นชอบให้ชะลอ-ยุติการดำเนินการยกเลิกรื้อถอนไฟฟ้าในชุมชนบ่อแก้ว พร้อมรับตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกรณีสวนป่าคอนสารทับที่ทำกิน รวมทั้งการอนุญาตตั้งสำนักสงฆ์ธรรมรัศมีใช้พื้นที่สวนป่า

 
วันที่ 22 มิ.ย.56 นายนิด ต่อทุน ประธานโฉนดชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แจ้งว่า ช่วงเช้าวานนี้ได้รับหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ผผ 09/776 จากสำนักงานผู้ตรวจราชการแผ่นดิน กรณีข้อร้องเรียน ที่ชุมชนบ่อแก้วขอทำการติดตั้งไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร ระบุความเห็นชอบให้ชะลอ หรือยุติการตัดไฟจากชาวบ้าน ด้านข้อร้องเรียนต่อกรณีสวนป่าคอนสารทับที่ทำกินราษฎร รวมทั้งการที่มีการอนุญาตให้สำนักสงฆ์ธรรมรัศมีใช้พื้นที่สวนป่าคอนสาร ผู้ตรวจราชการแผ่นดินรับเรื่องไว้พิจารณา พร้อมจะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียน
 
จากกรณีที่การไฟฟ้าสาขาย่อยอำเภอคอนสาร ได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ตามคำร้องขอใช้ไฟฟ้า แล้วทำการเดินสายไฟให้เมื่อวันที่ 18 ม.ค.56 กระทั่งวันที่ 3 ก.พ.56 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้เข้ามาในชุมชน และสั่งให้ชาวบ้านรื้อถอนมิเตอร์ไฟฟ้า โดยอ้างว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ทั้งยังขุมขู่ ไล่ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ภายหลังให้ทำการรื้อถอนไฟฟ้าด้วย
 
นายนิด กล่าวว่า ภายหลังเรื่องดังกล่าว ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว ได้มาชุมนุมกันหน้าที่ว่าการหน้าอำเภอคอนสาร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.พ.56 โดยระหว่างการชุมชนได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ตรวจการราชการแผ่นดินถึงความไม่เป็นธรรม กระทั่งนายไพศาล ศิลปะวัฒนานันท์ นายอำเภอคอนสาร ลงมาพบรับหนังสือ ต่อมาการชุมนุมของชาวบ้านยุติลงในวันที่ 14 ก.พ.56 หลังหน่วยงานราชการให้ผ่อนผันการใช้ไฟฟ้าในชุมชนต่อไป
 
ประธานโฉนดชุมชน กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่ดี และให้ประโยชน์ต่อชาวชุมชนอย่างมาก ที่ทางผู้ตรวจราชการแผ่นดินมีหนังสือแจ้งมา เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดกรณีให้รื้อถอนไฟฟ้านั้น อ.อ.ป.พยายามหาเรื่องมาดำเนินคดีกับชาวบ้าน และบีบให้ออกจากพื้นที่มาโดยตลอด
 
นายนิด กล่าว่า การที่ ออป.ยึดพื้นที่ชาวบ้านไปปลูกสวนป่ายูคาฯ แล้วไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัย จำนวนกว่า 4,400 ไร่ ไปเมื่อปี 2521 กระทั่งผู้เดือดร้อนกว่า 200 ครอบครัว ได้กลับเข้ามายึดคืนเมื่อ 17 ก.ค.52 แม้ชาวบ้าน 31 คน จะถูกดำเนินคดีแต่ชาวชุมชนบ่อแก้วยังคงปักหลักบนผืนแผ่นดินเดิมเรื่อยมา กระทั่งปี 2555 วันครบรอบ 3 ปีบ่อแก้วได้ประกาศพื้นที่ชุมชนเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมอินทรีย์ และพัฒนาแผนการปฏิรูปที่ดินและภาคเกษตรแบบครบวงจร
 
“ที่จริงแล้ว อ.อ.ป.ต้องสนับสนุนกระบวนการทำงานของชาวบ้านในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของชุมชนและการเร่งยกเลิกสวนป่าคอนสารตามมติคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งถือว่ามีความล่าช้ามาก และ อ.อ.ป.ต้องตรวจสอบด้วยว่า ศูนย์ธรรมรัศมีซึ่งอยู่ตรงข้ามชุมชนบ่อแก้วทำไมมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ตั้งแต่ พ.ศ.2541 เป็นต้นมา แต่ชาวชุมชนที่สูญเสียที่ทำกินของตัวเองไป เมื่อกลับเข้ามาเพื่อทวงสิทธิคืนและนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ กลับถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ขับไล่ ในข้อกล่าวหาบุกรุก ทั้งที่เป็นผืนดินที่ได้ทำประโยชน์มาก่อนจะมีการประกาศเขตป่า” นายนิด กล่าวทิ้งท้าย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีปัญหารื้อถอนไฟฟ้าในชุมชนบ่อแก้วดังกล่าว อ.อ.ป.ได้เคยชี้แจงต่อที่ประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ซึ่งถือว่าชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ดินของรัฐ ในขณะที่ชาวบ้านแย้งว่าการเข้าถึงบริการของรัฐเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนโดยไม่จำแนกว่าอยู่ในพื้นที่ประเภทใด และต้องแยกออกจากปัญหาข้อพิพาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล
 
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์