เกร็ดจาก BBC เรื่องการเดินทางโดยปราศจากหนังสือเดินทาง

กระแสข่าวการหลบหนีจากฮ่องกงของเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน ผู้เปิดโปงโครงการ PRISM ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามว่าเขาสามารถเดินทางไปประเทศอื่นอย่างไรเมื่อโดนเพิกถอนหนังสือเดินทางแล้ว BBC ได้นำเสนอเกร็ดความรู้เรื่องความเป็นได้ต่างๆ เช่น เอกสารผู้ลี้ภัย หรือเอกสารพิเศษจากประเทศปลายทาง

จากข่าวการลี้ภัยของเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน อดีตซีไอเอผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมของสหรัฐฯ อาจมีคนสงสัยว่า สโนวเดนสามารถเดินทางข้ามประเทศอย่างถูกกฏหมายได้อย่างไรโดยไม่มีหนังสือเดินทาง โดยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมาสำนักข่าว BBC ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้

เอ็ดเวิร์ด สโนวเดน ถูกทางการสหรัฐฯ สั่งเพิกถอนหนังสือเดินทาง และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ห้ามการเดินทางของเขา แต่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมามีทนายความของเขาคนหนึ่งบอกว่าสโนวเดนได้เดินทางจากฮ่องกงไปยังกรุงมอสโควประเทศรัสเซียโดยอาศัยหนังสือเดินทางของสหรัฐฯ เพื่อลี้ภัยไปยังประเทศเอกวาดอร์

มีคำถามว่า ในเมื่อหนังสือเดินทางเป็นสิ่งที่ใช้ในการเดินทางข้ามประเทศ แต่สภาพการณ์ใดที่ผู้ที่ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางอย่างสโนวเดนถึงเดินทางได้

จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สโนวเดนได้รับ "เอกสารเดินทางพิเศษสำหรับผู้ลี้ภัย" ซึ่งออกโดยทางการเอกกวาดอร์

รายงานจากองค์การสหประชาชาติเปิดเผยว่าในปี 2012 มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 7 ล้านคน และหลายล้านคนต้องเดินทางข้ามพรมแดนโดยไม่มีหนังสือเดินทางเพื่อหนีจากการจับกุมหรือการสู้รบ

แลร์รี่ ยุงค์ คณะทำงานด้านการตั้งรกรากใหม่จากข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า คนที่ไม่มีหนังสือเดินทางจะต้องมีการแสดงเอกสารระบุตัวตนอย่างอื่น แต่ก็มีผู้ลี้ภัยบางคนที่ลงทะเบียนที่จุดผ่านแดนโดยไม่มีเอกสารระบุตัวตนเลย

ลาวิเนีย ลิมอน ประธานและหัวหน้าผู้บริหารของคณะกรรมการเพื่อผู้อพยพและผู้ลี้ภัยของสหรัฐฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับประเทศที่รับผู้ลี้ภัยว่าพวกเขาจะอนุญาตให้บางคนสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่มีหนังสือเดินทางหรือไม่

ลาวิเนีย กล่าวว่าประเทศสหรัฐฯ อนุญาตให้มีผู้ลี้ภัยจากที่ต่างๆ ทั่วโลกเข้าประเทศได้ 60,000 คนต่อปี โดยมีแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้นที่มีหนังสือเดินทาง ทางการสหรัฐฯ ใช้วิธีการให้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) เป็นผู้สัมภาษณ์เพื่อพิจารณาว่าพวกเขาเป็นผู้ลี้ภัยจริงและมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีการใช้เอกสารที่เรียกว่า I-94 ซึ่งใช้แทนหนังสือเดินทาง และทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ก็มีการออกเอกสารชุดนี้ให้ ลาวิเนียได้ยกตัวอย่างเช่นคนมาเลเซียอยากเดินทางไปรัฐลอสแองเจลิส แต่ต้องแวะไปที่ฮ่องกงก่อน โดยทางการฮ่องกงเห็นว่าเขามีเอกสารเดินทางไปยังสหรัฐฯ จึงอนุญาตให้เขาผ่านประเทศไป

ประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ และแคนาดา รวมถึงองค์กรกาชาดสากล ก็สามารถออกเอกสารคล้ายกันนี้ได้เช่นกัน

ทนายความด้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ดักลาส แมคแนบ กล่าวว่า หากรัฐใดรัฐหนึ่งต้องการให้คนเดินทางโดยสายการบินของรัฐบาลเองก็เป็นสิทธิของประเทศนั้นโดยไม่จำเป็นต้องมีการออกเอกสารใดๆ หากมีความยินยอมจากประเทศที่หมาย

นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถเดินทางโดยที่หนังสือเดินทางของคุณหายหรือถูกขโมยขณะอยู่ต่างประเทศได้ด้วย

ไซมอน คาลเดอร์ บรรณาธิการแผนกข่าวการท่องเที่ยวของนสพ. ดิ อินดิเพนเดนท์กล่าวว่า คุณสามารถอยู่ในประเทศได้หลายวันเพื่อรอหนังสือเดินทางใหม่ หรือเดินทางขึ้นเครื่องบินมีหลักฐานบางอย่างจากสถานกงสุลที่บ่งบอกว่า "บุคคลนี้ไม่มีอะไรอันตราย ขอให้เขาหรือเธอขึ้นเครื่องบินเที่ยวเดียวไปยังที่หมายได้"

แต่ไซมอน ก็เตือนว่า อย่างไรก็ตามเอกสารเหล่านี้ก็ไม่เชิงเป็น "ใบอนุญาตให้หนีจากคุก" ดังนั้นเมื่อไปถึงที่หมายแล้วก็ไม่ควรเตร็ดเตร่ไปมา

นอกจากนี้ยังมีบางประเทศที่มีความสัมพันธ์รูปแบบพิเศษทำให้ประชาชนในประเทศเดินทางผ่านไปมาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง เช่น ประชาชนสหรัฐฯ สามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในอาณาเขตของสหรัฐฯ อย่างเปอร์โตริโก และเกาะกวม ได้โดยมีบัตรประจำตัวที่มีการรับรองรูปถ่าย ประชาชนสหรัฐฯ และแคนาดา สามารถเดินทางข้ามประเทศได้โดยอาศัยบัตรเน็กซัสการ์ดที่มีการรับรองก่อนหน้านี้แทนหนังสือเดินทาง

เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่ามีข้อยกเว้นบางประการสำหรับกฏหนังสือเดินทางสำหรับพลเมืองอเมริกันที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศอื่นในแถบอเมริกาเหนือได้ไม่ว่าจะทางน้ำหรือทางอากาศ อย่างเช่น หากต้องการเดินทางไปยังแถบเบอร์มิวดาหรือแคริบเบียนก็จะใช้เพียงพาสปอร์ตการ์ดแทนการถือหนังสือเดินทางทั้งเล่ม นอกจากนี้ยังสามารถใช้ใบขับขี่แบบพิเศษหรือบัตรประจำตัวทหารแทนได้

สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์เหนือก็มีการจัดตั้งอาณาเขตท่องเที่ยวร่วม (Common Travel Area) ซึ่งอาศัยบัตรประจำตัวติดรูปถ่ายในการเดินทางไม่ว่าจะมาจากฝั่งใด และในปี 1995 กลุ่มประเทศยุโรป 26 ประเทศก็มีการจัดตั้งอาณาเขตเชงเกน (Schengen area) ซึ่งทำให้สามารถเดินทางอย่างอิสระโดยไร้พรมแดน เว้นแต่การเดินทางโดยเครื่องบินซึ่งจะมีการตรวจสอบระบุตัวตน รวมถึงอาจจะยังต้องใช้หนังสือเดินทาง

กลุ่มประเทศในบางภูมิภาคก็มีอนุญาตให้มีการใช้บัตรประชาชนแทนหนังสือเดินทาง เช่น ประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS), สหภาพยุโรปและประเทศใกล้เคียงบางประเทศ, คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และกลุ่มตลาดร่วมอมเริกาใต้ตอนล่าง หรือ เมร์โกซูร์ (MERCOSUR)

และสำหรับประเทศอังกฤษแล้ว พระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ก็ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางเนื่องจากตามกฏหมายระบุให้พระราชินีอังกฤษเป็นผู้ออกหนังสือเดินทางอย่างเป็นทางการ ทำให้เป็นบุคคลเดียวในอังกฤษที่ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทาง

เรียบเรียงจาก

Who, what, why: When can you legally travel without a passport?, 24-06-2013, BBC
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์