โสภณ พรโชคชัย: การพัฒนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองจักรยาน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ


           
กรุงเทพมหานครมีโครงการ "ปันปั่น" แต่จะไม่มีประสิทธิผล หากไม่ดำเนินการอย่างจริงจังและมีการบูรณาการด้วยการรณรงค์การใช้จักรยานสำหรับคนใจกลางเมือง

โครงการของกรุงเทพมหานครขณะนี้ มีจุดจอดรถเพียงน้อยนิดคือ 50 จุด แต่ละจุดมีรถให้เช่าประมาณ 10-20 คันเท่านั้น  และเท่าที่ดำเนินการมาก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  จากประสบการณ์ใช้จักรยานในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ได้พบมา กรุงเทพมหานครควรมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิผลมากขึ้น

การแปลงกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองจักรยานทำได้ทันที คุ้มค่า ดีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ฯลฯ หลักสำคัญอยู่ที่การส่งเสริมให้เป็นวิถีชีวิตของคนที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง ไม่ใช่สิ่งแปลกแยก (Alienated)  ทั้งนี้การส่งเสริมการใช้จักรยานทำได้จริงโดยเริ่มที่ใจกลางเมืองก่อน เพียงการทำจักรยานให้เช่าให้แพร่หลายเพื่อการใช้สอยจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางไปทำงานในแต่ละวัน ไม่ใช่เน้นเพื่อนักท่องเที่ยว โดยการให้มีจุดเช่า/คืนประมาณ 1,000 จุดทั่วเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน-กลาง และส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้การใช้จักรยานเป็นจริงได้
           
หากแต่ละจุดมีจักรยานให้เช่า 40 คัน รวม 40,000 คัน ๆ ละ 3,000 บาท (ราคาที่เป็นจำนวนมาก) ก็เป็นเงินเพียง 160 ล้านบาท ค่าสถานที่และจัดการอีกประมาณ 1 เท่าตัว จะเห็นได้ว่าโครงการนี้สำเร็จได้ด้วยเงินเพียงไม่เกิน 400 ล้านบาท
           
ในทางการเงิน ค่าเช่าจักรยานขี่ในแต่ละวัน (วันหนึ่งได้หลายเที่ยว) อาจเป็นเงินเพียง 20 บาท โดยมีกำไรสุทธิ 20% หรือเพียง 4 บาท เมื่อโครงการอยู่ตัวแล้วในแต่ละวันอาจมีผู้เช่าเพียง 30% ของรถทั้งหมด คือมีผู้เช่า 12,000 คันจากทั้งหมด 40,000 คัน ในปีหนึ่งก็จะมีรายได้สุทธิ 17.52 ล้านบาท หรือมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 4.4% ซึ่งแม้จะไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ขาดทุน
           
หากพิจารณาถึงผลดีที่ได้ด้านการลดการใช้น้ำมันที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ การลดมลภาวะ และการมีสุขภาพที่ดีจากการออกกำลังกายนี้ ก็นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก และแนวทางการดำเนินการด้วยงบประมาณเพียงเท่านี้ ก็อาจขอความอนุเคราะห์จากวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ ก็อาจทำให้โครงการนี้เป็นจริงได้โดยกรุงเทพมหานครแทบไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย
           

กรณีตัวอย่างที่เห็นในกรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ เฉพาะในเขตใจกลางเมืองมีจักรยานให้เช่าถึง 150 จุดๆ ละ ประมาณ 20-40 คัน คิดค่าเช่าเพียง 15 เหรียญสหรัฐ หรือ 150 บาทต่อ 3 วัน หรือวันละ 50 บาท หากคิดจากค่าครองชีพที่สูงกว่าไทย 5 เท่า ก็คงเป็นเงินเพียงวันละ 10 บาทเท่านั้น  ประชาชนที่นั่นจึงใช้รถจักรยานเช่าไปทำงานได้ทั่วไป หรือเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน


           
กรุงเทพมหานครน่าขี่จักรยานที่สุดเพราะไม่มีเนินเขา (แต่ต้องปรับเรื่องท่อและความเรียบ) บางคนนึกอิจฉาที่ชาวตะวันตกใส่สูทขี่จักรยานไปทำงานเพราะเมืองไทยร้อน แต่ในหน้าหนาวพวกเขาก็ทำเท่ไม่ได้ ถ้าเราจะขี่จักรยานในชีวิตประจำวัน เราก็ควรต้องมีชุดที่ปกคลุมร่างกายให้ดี แล้วค่อยไปเปลี่ยนชุดที่ทำงาน  จัดให้มีสถานที่อาบน้ำชำระร่างกายเมื่อถึงที่ทำงาน (ถ้ามีโอกาส) เพื่อใช้ชีวิตเรียบง่ายพอเพียง (ที่แท้) เช่นชาวตะวันตก
           
โดยสรุปแล้ว เราต้องรณรงค์ให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ใช้รถจักรยานเช่าเสียก่อน ถ้าคนจำนวนมากขี่จักรยาน  สำหรับกรณีเลนหรือช่องทางจักรยาน ก็ไม่จำเป็นต้องมี หากสามารถรณรงค์ให้มีจักรยานจำนวนมากกว่ารถในท้องถนนโดยเฉพาะในเขตใจกลางเมือง เช่น ในพื้นที่ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและถนนราชวิถีทางทิศเหนือ ถนนสุขุมวิท 21 ทางทิศตะวันออก ทางถนนจันทน์ทางทิศใต้ และคลองผดุงกรุงเกษมและถนนสวรรคโลกในทิศวันตก  นอกจากนี้ในระยะแรกต้องมีอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวกและระวังอุบัติเหตุจากรถใหญ่
           
คนเมืองในกรุงเทพมหานครควรทำเมืองให้สะอาดปลอดมลพิษด้วยสองมือของเราเอง

ที่มา: AREA แถลง ฉบับที่ 84/2556: วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2556
การพัฒนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองจักรยาน

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์