สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 2 - 8 ก.ค. 2556

ฟันนายจ้างเหลี่ยมจัดเอาเปรียบลูกจ้าง

นครราชสีมา * นายวินัย บัวประเสริฐ ผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ประกาศเตือนไปยังบรรดานายจ้างที่มีพฤติกรรมหรือส่อเจตนากระทำผิดกฎหมาย ประกันสังคม ด้วยการหักเงินสมทบจากลูกจ้างแล้วไม่ยอมนำส่งสำนักงานประกันสังคม เมื่อลูกจ้างไปขอรับประโยชน์ทดแทนก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ทำให้เสียขวัญและกำลังใจ รวมทั้งเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อขอรับสิทธิประ โยชน์ที่พึงได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว จ.นครราชสีมาไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จ จริงดังกล่าว ซึ่งในส่วนของเงินทดแทน นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 3 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังคงค้างชำระ ส่วนกองทุนประกันสังคม นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังมิได้นำส่ง หรือต้องชำระส่วนที่ขาดอยู่จนครบถ้วน หากยังเพิกเฉยจะถูกดำเนินคดี คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายวินัยกล่าวว่า การกระทำเช่นนี้นอกจากนายจ้างจะต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อลูกจ้างผู้ประกันตน ทำให้ไม่สามารถขอรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมได้ เพราะหากนำส่งเงินสมทบไม่ครบตามเงื่อนไขจะทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิ์โดยไม่รู้ ตัว จึงขอฝากเตือนนายจ้างส่งให้ครบถูกต้อง หากลูกจ้างหรือผู้ประกันตนพบเห็นการกระทำดังกล่าว แจ้งข้อมูลไปได้ที่สำนักงานประกันสังคม จ.นครราชสีมา โทร.0-4420-5353 เพื่อตรวจสอบต่อไป.

(โพสต์ทูเดย์, 2-7-2556)

 

“จาตุรนต์” เตรียมหารือ สกอ.ดูแลปัญหาเงินเดือน พนง.มหา'ลัย

(3 ก.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงบประมาณ ได้เชิญมหาวิทยาลัยต่างๆ ไปชี้แจงเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินปรับเพิ่มคุณวุฒิให้กับพนักงานมหาวิทยาลัย ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 ให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 54,801 คน จากมหาวิทยาลัยรัฐ จำนวน 79 แห่ง โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ปีวันที่ 1 มกราคม 2555 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,792,432,440 บาท ซึ่งเดิมในปีงบประมาณ 2556 สำนักงบฯขอให้มหาวิทยาลัยใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของมหาวิทยาลัยเบิกจ่ายไป ก่อน และจะตั้งงบคืนให้ในปี 2558 ว่าในปี 2558 อาจจะไม่สามารถตั้งงบคืนให้มหาวิทยาลัยในส่วนที่จ่ายไปแล้วได้ เพราะติดขัดปัญหาบางข้อ แต่จะตั้งงบให้ในปีถัดไป ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่กล้าที่จะควักเงินรายได้ของตนเองจ่ายให้กับพนักงาน ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวจากคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณแล้ว จึงทำให้พอทราบเรื่องว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนจะหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก่อน ว่าจะอย่างไรได้บ้างเพื่อให้ความเป็นธรรมกับพนักงานมหาวิทยาลัยกลุ่มดัง กล่าว

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า หากสำนักงบฯ ไม่ตั้งงบคืนให้มหาวิทยาลัย เชื่อว่าจะส่งผลกระทบให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้ พนักงาน ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีรายได้มากก็คงจะจ่าย แต่ก็อาจจะเกิดปัญหากระทบในงบส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะงบวิจัยต่างๆ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทปอ.เคยเสนอต่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ไปแล้วว่า หากรัฐบาลมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ใดๆ ให้กับข้าราชการ ก็ควรจะเพิ่มให้พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของงบบุคลากรเสมอไป แต่อาจจะมาในรูปแบบอื่นๆ อาทิ งบพัฒนามหาวิทยาลัย งบพัฒนางานวิจัย เป็นต้น และให้มหาวิทยาลัยไปบริหารจัดการเอง ก็สามารถทำได้
      
“ผมมั่นใจว่า นายจาตุรนต์ จะช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพนักงานมหาวิทยาลัย เพราะเงิน 100 กว่าล้านบาท สำหรับรัฐบาล อาจจะดูไม่เยอะ แต่สำหรับมหาวิทยาลัย ถือว่ามาก และจะต้องกระทบกับงบในส่วนที่ใช้พัฒนามหาวิทยาลัยแน่นอน และในการประชุม ทปอ.ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จะเชิญนายจาตุรนต์ เข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังข้อสรุปถึงปัญหาต่างๆ ของอุดมศึกษาด้วย” ศ.ดร.สมคิด กล่าว

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 3-7-2556)

 

ร.ต.อ.เฉลิม มอบนโยบายจัดระบบแรงงานต่างด้าว ค้ามนุษย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าทำงานที่กระทรวงวันแรก มอบนโยบายให้เร่งรัดพัฒนาระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบต่างๆ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงแรงงานเป็นวันแรก เมื่อเวลา 09.49 น.โดยปฎิเสธเรื่องการถือฤกษ์เข้ากระทรวง โดยมี นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ,พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัััญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำ นปช. ข้าราชการกระทรวง และประชาชนจำนวนหนึ่งให้การต้อนรับ พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

ร.ต.อ.เฉลิม มอบแนวทางการทำงานในช่วงไตรมาสสุดทัายของปีงบประมาณ 56  ว่า ต้องเร่งรัดพัฒนาระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบต่างๆพร้อมยืนยัน จะปราบปรามยาเสพติดในสถานประกอบการทุกแห่งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

โดยระหว่างประชุมมอบนโยบาย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการถูกตั้งฉายา "จับกัง1" ว่าพร้อมยอมรับ และระบุว่าทุกคนมีสิทธิ์น้อยใจที่ถูกลดตำแหน่งแต่ก็เข้าใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการใช้ดุลยพินิจตัดสินใจ อีกทั้งตนเองไม่เคยแบ่งเกรดกระทรวงตามที่เป็นข่าว  แต่จากนี้ไปจะทำให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเกรดเอบวก และพร้อมให้ข่าวประจำสัปดาห์ในช่วงบ่ายวันพุธ

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องแนวคิดที่แตกต่างกันในการแก้ปัญหาภาคใต้กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. แต่ไม่ได้ขัดแย้งกัน

(ครอบครัวข่าว, 4-7-2556)

 

"เหลิม" เล็งชงรัฐขึ้นเงินเดือน ขรก.แรงงาน

4 ก.ค. 56 - ที่กระทรวงแรงงาน  ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ในโอกาสเข้าทำงานวันแรก ว่า  ตนจะสานต่อนโยบายที่ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน ได้ทำไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ถือเป็นนโยบายหลัก จะต้องไม่มีอีกต่อไป  ตนผ่านมากระทรวงแรงงานเหมือนเงาะที่ยังไม่ได้ถอดรูป   จึงยังไม่มีใครมองเห็น  ท้าวสามนก็ยังไม่เห็น แต่รจนาเห็นว่าข้างในรูปเป็นทอง และตนไม่เคยจัดเกรดว่ากระทรวงแรงงานเป็นเกรดเอ บี ซี คนที่พูดแบบนี้แสดงว่าจะมาหากิน  ขอให้ข้าราชการทุกคนทำงานอย่างสบายใจ  ตนมาอย่างมิตรตั้งใจมาทำงาน    ไม่มีการกดขี่รังแกข้าราชการ จะรักทุกคนเท่ากัน   ใครมีทุกข์อะไร ก็ขอให้มาบอก และไม่อยากให้มีข้าราชการกระทรวงแรงงานยิงตัวตายในยุคของตน เพราะเครียด       

“เร็ว ๆ นี้จะจัดเลี้ยงข้าราชการกระทรวงแรงงานและให้นายอดิศร  เพียงเกษ อดีต ส.ส.ขอนแก่น มาเป่าแคนให้ฟัง   หากเป็นไปได้ก็จะหาทางเสนอรัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการกระทรวงแรงงาน ผมจะทำให้กระทรวงแรงงาน เป็นกระทรวงเกรดเอบวก   ส่วนเรื่องเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินอยู่มาก ยืนยันจะไม่แตะต้องเงินกองทุนประกันสังคมเพราะมีคณะกรรมการดูแลอยู่แล้ว  และถ้ายังอยู่ต่อจะตั้ง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา ณ  อยุธยา  เป็นเลขานุการ รมว.แรงงาน  “ ร.ต.อ. เฉลิม กล่าว.

(เดลินิวส์, 4-7-2556)

 

ดุสิตโพลชี้ประชาชนหวัง “เฉลิม” คุ้มครองสวัสดิการแรงงาน 51.78%

(5 ก.ค.) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,334 คน ถึง ครม.ยิ่งลักษณ์ 1/5 กับสิ่งที่ประชาชนอยากฝากให้รัฐมนตรีใหม่ทำ โดยถามว่าสิ่งที่ประชาชนอยากฝาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 47.52% ติดตาม ดูแลการแก้ปัญหาไฟใต้อย่างใกล้ชิด 27.69% ดูแลความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และ 24.79% สร้างขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหาร และกวดขันเรื่องระเบียบวินัยของกองทัพ
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 49.62% แก้ปัญหาของแพง ควบคุมราคาสินค้า พัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 28.03% เร่งแก้ปัญหา ติดตามและตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว และ 22.35% ช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ดูแลเรื่องผลผลิตทางการเกษตร
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 46.74% พัฒนาการศึกษาไทยให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 30.66% ให้การช่วยเหลือ สนับสนุนเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และ 22.60% พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ ดูแลเรื่องสวัสดิการ ขวัญและกำลังใจ
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 40.58% พัฒนาสังคม ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในทุกพื้นที่ 30.43% คุ้มครองดูแลเด็ก สตรีและคนชราให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และ 28.99% มีมาตรการ-บทลงโทษที่เด็ดขาดสำหรับผู้กระทำความผิดในสังคม
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 52.36% คุ้มครองดูแลเรื่องสิทธิสวัสดิการ ค่าจ้าง เงินเดือนให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน 26.88% แก้ปัญหาการตกงาน ว่างงานของคนไทย ดูแลแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย และ 20.76% พัฒนาฝีมือแรงงานไทย ให้การสนับสนุนส่งเสริมและหาตลาดรองรับ
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 51.78% ดูแลเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้คนไทยมีจิตสำนึกและรักธรรมชาติ 32.49% เร่งปราบปรามผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บุกรุกที่ดิน ป่าสงวน /มีบทลงโทษที่เด็ดขาด และ 15.73% บริหารจัดการโครงการต่างๆให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโครงการจัดการน้ำ
      
เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 39.04% ดูแลประชาชนให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกัน 33.15% แก้ไขกฎหมายบางตัวที่ยังมีช่องโหว่หรือมีปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ปัจจุบัน และ 27.81% บุคลากรในกระทรวงจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง
      
และเมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากนายพีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 68.26% พัฒนานวัตกรรม สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 17.96% สนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ แข่งขันได้ และ 13.78% ประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ของกระทรวงฯ ให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจในการทำงานมากขึ้น

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 5-6-2556)

 

พนักงานโรงงานประกอบโครงสร้างเหล็กกว่า 50 ชีวิต ถูกปล่อยลอยแพ รวมตัวประท้วงเรียกค่าชดเชย

(7 ก.ค.) นายภูชิต นันทะสี อายุ 35 ปี พักบ้านเลขที่ 124/14 ม.4 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้นำพนักงาน และแรงงานกว่า 50 คน ของบริษัท เอ อาร์ วี คอนสตรัคชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 121/130-139 ม.3 ต.พลูตาหลวง ซึ่งเป็นโรงงานประกอบโครงสร้างเหล็ก และถังเหล็กสำหรับการก่อสร้างงานปิโตรเคมีทุกชนิด รวมถึงงานเชื่อมโลหะทั่วไป มาประท้วงที่หน้าบริษัทดังกล่าวเพื่อร้องขอความเป็นธรรม
      
เนื่องจากทางบริษัทไม่ยอมจ่ายค่าแรงงานให้แก่พนักงานตามที่ได้นัดหมาย ไว้ มิหนำซ้ำยังได้ปิดสำนักงานของบริษัทอีกด้วย พร้อมกับได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ทางบริษัทหาข้อยุติเรื่องจ่ายค่าแรงให้ครบ ซึ่งขณะนี้กลุ่มแรงงานอยู่ระหว่างการรอตัวแทนของบริษัทมาชี้แจง
      
นายภูชิต นันทะสี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีหนังสือแจ้งเตือนมายังพนักงาน และแรงงานของบริษัทว่า จะมีการปลดพนักงานทั้งหมดออกจากบริษัทในวันที่ 28 มิ.ย.56 โดยนายอลัน สจ๊วต เจ้าของบริษัทชาวต่างชาติยินยอมที่จะจ่ายเงินเดือนเดือนสุดท้าย และค่าแรงล่วงหน้าให้อีก 1 เดือน
      
แต่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.56 ที่ผ่านมา ตนและพนักงานทั้งหมดเดินทางมาตามที่นัดหมาย ถึงกับต้องน้ำตาตกเมื่อพบว่าบริษัทได้ปิดกิจการลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่อย่างใด พร้อมทั่งได้ย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่ที่ใหม่อีกด้วย ซึ่งทำให้ตน และเพื่อนร่วมงานไม่เชื่อถือถึงสถานะทางการเงินของบริษัท จึงได้มารวมตัวกันเพื่อร้องขอความยุติธรรมให้แก่ตนเอง และเพื่อนร่วมงาน ที่ต้องถูกลอยแพจากการเลิกจ้างงาน ซึ่งล่าสุด พนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทได้พยายามติดต่อกับนายอลัน สจ๊วต จนได้รับการตอบกลับมาว่าอีก 2 สัปดาห์ จะนัดหมายจ่ายเงินส่วนที่เหลือ ทำให้พนักงานทั้งหมดพอใจ และได้แยกย้ายกันกลับบ้านในที่สุด
      
ด้าน ร.อ.ประพันธ์ ชูละออง ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกมิเตอร์ และหัวหน้าสถานีควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ กล่าวว่า บริษัท เอ อาร์ วี คอนสตรัคชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด ได้ติดค้างชำระค่ากระแสไฟฟ้านานกว่า 3 เดือน เป็นเงินกว่า 3 แสนบาท และขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อขอชำระค่ากระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบการใช้กระแสไฟฟ้าพบว่า ทางบริษัทได้ถอดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ภายในโรงงานของบริษัทออกไปแล้ว ซึ่งจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อไป

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 7-7-2556)

 

พิษค่าแรงป่วนหนัก"ไปรษณีย์ไทย" แก้ไม่ตก-ขาดแรงงานส่ง"จม.-พัสดุ"ช้าหลายพื้นที่

นายปิยวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานระบบปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัญหาประชาชนผู้ใช้บริการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากในขณะนี้ กรณีได้รับจดหมายและพัสดุล่าช้ามาจาก 2 สาเหตุหลัก สาเหตุแรก เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางจากการที่บริษัทตั้งศูนย์ไปรษณีย์ใหม่เพิ่ม 2 แห่ง ในจังหวัดราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

ที่ผ่านมา ทำให้ระบบงานต่าง ๆ ไม่เข้าที่ เนื่องจากทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่พนักงาน, สถานที่ และอุปกรณ์ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

อีกสาเหตุมาจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และพื้นที่ที่ธุรกิจท่องเที่ยวเฟื่องฟู อาทิ ภูเก็ต ระยอง ปทุมธานี เขตรอบนอกกรุงเทพฯ เช่น บางพลี มีนบุรี ราษฎร์บูรณะ ตลิ่งชัน เป็นต้น ทำให้มีการแย่งแรงงานเกิดขึ้น ประกอบกับเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีพนักงานไปรษณีย์ไทยเกษียณก่อนกำหนด (เออร์รี่รีไทร์) จำนวน 336 คน ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับบริหาร ทำให้บางพื้นที่ขาดแคลนพนักงานมากขึ้นด้วย

"ค่าแรงภาครัฐให้ได้แค่ 300 บาทต่อวัน แต่กว่าจะฝึกให้คล่องต้องใช้เวลาเป็นเดือน และเมื่อทำไปสักพักโดนชวนไปทำโรงงานหรือโรงแรมที่ให้ค่าแรงได้สูงกว่า ทำให้เราขาดคน พอรับเข้ามาใหม่ก็เป็นแบบนี้อีก ช่วงรอยต่อที่ต้องฝึกคนใหม่มีผลกับการนำจ่ายไปรษณีย์ภัณฑ์ จากเดิมนำส่งได้ 1,000 ชิ้น ก็เหลือแค่ 600 ชิ้นเท่านั้น ปัญหานี้เริ่มเห็นชัดขึ้นตั้งแต่หลังวิกฤตน้ำท่วมเป็นต้นมา ต่างจากในอดีตที่ลูกจ้างจะอยู่กันยาว ๆ"

นายปิยวัฒน์กล่าวต่อว่า ทางแก้ไขในขณะนี้ นอกจากให้พนักงานระดับหัวหน้างานและฝ่ายบุคคลลงมาช่วยแล้ว ยังพยายามผลักดันให้มีการเพิ่มกรอบอัตรากำลัง เพื่อให้กลุ่มลูกจ้างที่ทำงานครบ 3 ปีมีโอกาสบรรจุเป็นลูกจ้างประจำซึ่งมีสวัสดิการมั่นคงกว่า เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น และแก้ปัญหาเรื่องการโดนดึงตัวจากภาคอุตสาหกรรมอื่น

"แม้เราจะมีโรงเรียนไปรษณีย์ที่ผลิตบุคลากรให้ปีละราว 100 คน แต่ส่วนใหญ่จบมาจะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รับฝากหน้าเคาน์เตอร์ และผลิตเพื่อทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุแต่ละปี ขณะที่จุดที่ขาดแคลนแรงงานเป็นพนักงานคัดแยกและนำจ่ายที่ต้องทำงานท่ามกลาง ความร้อน และต้องไว้ใจได้ โดยต้องมีการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคุณภาพบริการ ซึ่งปัญหาการเพิ่มอัตรากำลังฝ่ายบริหารยังมองไม่ตรงกัน บางส่วนมองว่าทำให้มีค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ แต่ยืนยันได้ว่าเรากำลังพยายามแก้ปัญหากันนี้อยู่"

สำหรับปัญหาไปรษณีย์ภัณฑ์สูญหายระหว่างนำส่ง เนื่องจากมีพนักงานกว่า 10,000 คน อาจรั่วไหลได้ง่าย บริษัทจึงเพิ่มกล้องวงจรปิด รวมถึงในกระบวนการคัดแยกมีการแบ่งทีมทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6-7 คน ทั้งให้มีหัวหน้างานคอยกำกับดูแลแต่ละกลุ่มใกล้ชิด และมีการสุ่มตรวจตลอดเวลา ถ้าพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือไม่พึงพอใจบริการแจ้งข้อมูลเข้ามายังบริษัทได้

ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยมีพนักงานนำจ่ายจดหมายและพัสดุทั่วประเทศ 11,000 คน เป็นลูกจ้างชั่วคราว 20% ที่เหลือเป็นลูกจ้างประจำและพนักงานบริษัท มีพนักงานทำหน้าที่คัดแยกประมาณ 3,000 คน

(ประชาชาติธุรกิจ, 8-7-2556)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์