สุภาพบุรุษจุฑาเทพ : ภาพแทนความรักและชนชั้นของผู้หญิงชั้นกลางไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จากกระแสความร้อนแรงของละครโทรทัศน์ชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่ประกอบไปด้วยเรื่องราวทั้ง 5 ตอน คือ คุณชายธราธร คุณชายปวรรุจ คุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ ที่ทำให้สาวๆทั่วเมืองไทยตอนนี้เกิดความอินจัด แม้จะจบลงไปแล้วแต่กระแสของคุณชายนั้นยังคงติดปากกันไปทั่วจนอาจเรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ช่องสาม "จุดติด" ตามมาจากละครเรื่องแรงเงา จึงทำให้ผู้เขียนเกิดคำถามว่าเพราะเหตุใดละครโทรทัศน์ชุดนี้จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพนั้นดัดแปลงมาจาก นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพโดยสำนักพิมพ์พิมพ์คำ จัดพิมพ์ขึ้นในปีพ.ศ.2554 โดยนักเขียนห้าคน คือ ณารา ร่มแก้ว เก้าแต้ม ซ่อนกลิ่นและแพรณัฐ แต่งนวนิยายคนละเล่ม และนำไปสู่คำถามของบทความชิ้นนี้ คือ นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพต้องการเสนอภาพของ "คุณชาย" อย่างไร นวนิยายชุดนี้ได้นำเสนอภาพความรักในทัศนคติของชนชั้นกลางอย่างไร และเป็นภาพแทนของสังคมไทยปัจจุบันอย่างไร

นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพดำเนินเรื่องโดยมีบริบททางสังคมไทยช่วงทศวรรษ 2500 เป็นฉากหลัง เช่น การกล่าวถึงตุ๊กตา Bild Lilli Doll ที่ได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา (ร่มแก้ว, คุณชายปวรรุจ : 29) การเจรจาเรื่องสิทธิในปราสาทเขาพระวิหารและปราสาทดอนโตนระหว่างไทย-กัมพูชาในปีพ.ศ.2501 (ร่มแก้ว, คุณชายปวรรุจ :  295) โดยเหตุผลที่หยิบเอาช่วงเวลานี้ขึ้นมาเนื่องจากคณะผู้แต่งเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวเต็มไปด้วยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่สอดคล้องกับตัวละครและการดำเนินเรื่อง ซึ่งตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ช่วงทศวรรษ 2500 เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องการขึ้นมามีอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แทนที่จอมพล ป.พิบูลสงครามที่เน้นนโยบายรัฐนิยมและลัทธิผู้นำในระบอบประชาธิปไตย กลายมาเป็นการฟื้นฟูความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ชนชั้นสูงในช่วงเวลานี้ซึ่งเหลืออยู่จำนวนน้อย อันเนื่องมาจากประชุมประกาศตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาที่ระบุว่าหม่อมเจ้าเท่านั้นจึงจะนับเป็นเจ้า แต่ในระยะนี้แม้แต่หม่อมราชวงศ์ก็ยังนับว่าเป็นเจ้าในสายตาของคนทั่วไป ทำให้ “เจ้า” มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคมแตกต่างไปจากยุคก่อนหน้าอย่างยิ่งที่สถานภาพของเจ้าทั้งหลายตกต่ำลง สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพ.ศ.2475 เป็นต้นมา การหยิบยกเอาช่วงทศวรรษ 2500 ขึ้นมาเป็นฉากของนวนิยายชุดนี้จึงนับเป็นความสอดคล้องกับสภาวะของการฟื้นฟูเจ้าในเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์ เป็นยุคทองของบรรดาเจ้าและชนชั้นสูงรวมถึงประชาชนทั่วไปผ่านคำบรรยายของคุณชายธราธร พี่ชายใหญ่แห่งวังจุฑาเทพ

“เขารู้ดีว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาหยกๆนั้นมีข่าวการโกงอย่างใหญ่หลวง ประชาชนออกมาต่อต้านและเรียกร้องหาแต่จอมพลสฤษดิ์ที่กำลังเป็นที่นิยมชมชอบ นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงก็ไม่มีใครฟัง จนสุดท้ายจอมพลสฤษดิ์ต้องออกมาปรากฏตัวให้ชาวบ้านที่รวมตัวกันประท้วงสงบลง” (ณารา, คุณชายธราธร : 46)

แต่ความเป็นเจ้าในทศวรรษ 2500 ที่ปรากฏในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพกลับไม่ได้เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและมนตร์เสน่ห์แบบชนชั้นสูงตามที่เราคุ้นชินในนวนิยายสมัยเก่าของว. ณ ประมวลมารค และ ว. วินิจฉัยกุล เช่น เรื่องปริศนา เจ้าสาวของอานนท์ รัตนาวดี มาลัยสามชาย ฯลฯ ที่ดำรงอยู่ด้วยทรัพย์สินเก่าแก่ตกทอดมาหลายชั่วคน หรือทำงานในตำแหน่งสูงเทียบเท่ากับพระยาในสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หากบรรดารายได้ทั้งหมดที่หล่อเลี้ยงคนในวังจุฑาเทพคือ ทรัพย์สินกิจการจำนวนมากที่พระบิดาได้ลงทุนเป็นอสังหาริมทรัพย์

“ขณะทำงานอยู่กรมที่ดิน ก็ร่วมทุนกับหุ้นส่วนซื้อที่ดินรกร้างแถบสาทร สีลม รวมไปถึงที่ดินชายทะเล ชะอำและหัวหินเอาไว้หลายผืน เมื่อบ้านเมืองขยับขยาย ก็สร้างตึกแถวให้คนเช่าแถบในเมือง ต่างจังหวัดก็ให้เช่าสร้างโรงแรม” (ณารา, คุณชายธราธร : 10)

ที่แสดงให้เห็นว่าความเป็นเจ้า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก้าวหน้าของทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม บรรดาคุณชายทั้งห้ากลับมีสถานภาพกึ่งนายทุน กึ่งนักเก็งกำไร อันเป็นอาชีพสมัยใหม่ของชนชั้นกลางโดยเฉพาะ “เจ๊ก” ด้วยซ้ำ นอกจากนี้อาชีพของคุณชายตั้งแต่นักโบราณคดี นักการทูต แพทย์ วิศวกร และทหารอากาศ ก็เป็นอาชีพที่ชนชั้นกลางในสมัยทศวรรษ 2500 เริ่มเข้ามาสัมผัส คุณชายธราธรเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับอาจารย์ชินกร บุตรชายของคนจีนเจ้าของร้านขายทองที่เยาวราช คุณชายปวรรุจเป็นนักการทูตตำแหน่งเล็กๆ แตกต่างอย่างชัดเจนกับชั้นหม่อมเจ้าอย่างหม่อมเจ้าภาณุทัศนัย ศุภกิจ คู่หมั้นของหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา ที่เป็นถึงเลขานุการเอกประจำสถานทูตไทย ขณะที่อาชีพของคุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ วิศวกร และทหารอากาศ ก็เป็นอาชีพที่ชนชั้นกลางในเมืองที่กำลังเจริญเติบโตในช่วงทศวรรษ 2500 เข้าถึงได้ไม่ยากเย็นเช่นกัน

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพของความรักที่ปรากฏในแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นคุณชายธราธร พี่ใหญ่ของห้าสิงห์หนุ่มแห่งจุฑาเทพ ก็จะพบว่าเป็นสุภาพบุรุษที่ยินยอมกระทำตามหน้าที่ที่หม่อมย่าเอียดและย่าอ่อน ผู้เลี้ยงดูตนเองและน้องๆ มา ได้วางเอาไว้ให้ คือการแต่งงานกับหม่อมหลวงเกษรา เทวพรหม ตามสัญญาของสองตระกูล แต่ระหว่างที่มีหน้าที่ผูกมัดอยู่ หัวใจของคุณชายธราธรก็ได้เกิดความรักต่อ "น้องมะปราง" หรือหม่อมหลวงระวีรำไพ แสงอาทิตย์ พร้อมทั้งเผชิญกับเรื่องราวและบทพิสูจน์ความรักต่อกันและลงเอยกันในท้ายที่สุด ขณะที่เรื่องคุณชายปวรรุจที่มีมารดาเป็นเพียงนางต้นห้องทำให้ศักดิ์ศรีของเขาดูจะด้อยค่ากว่าพี่น้องคนอื่นๆ กลับสามารถพิชิตใจของหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ มาครอง เนื่องจากคุณสมบัติของความเป็น "แม่บ้าน" ที่อยู่ในตัวของชายหนุ่ม ทำให้นางเอกของเรื่องที่ทำงานบ้านไม่เป็นชิ้นเป็นอันเกิดความประทับใจและตกหลุมรัก

“ฉันละอายน่ะค่ะ ที่ต้องให้คุณมาเย็บผ้าให้ ส่วนตัวฉันสิทำอะไรไม่เป็นเลย” (ร่มแก้ว, คุณชายปวรรุจ : 111) แม้กระทั่งการเปลี่ยนล้อรถยนต์ “ตั้งแต่เกิดมาให้ชีวิตของหล่อนไม่เคยเห็นหม่อมเจ้าหรือกระทั่งหม่อมราชวงศ์คนไหนที่นั่งลงกับพื้นถนนเพื่อเปลี่ยนยางล้อรถด้วยตนเองมาก่อนเลย” (ร่มแก้ว, คุณชายปวรรุจ :  91)

 สำหรับเรื่องคุณชายพุฒิภัทร ภาพของผู้ชายเจ้าเหตุผลที่ยึดถือเอาความถูกต้องเหมาะสมเป็นใหญ่กว่าความรู้สึก สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อหัวใจและความรักของตนเองที่มีต่อนางสาวกรองแก้ว บุญมี นางสาวศรีสยามที่คนทั้งเมือง แม้แต่ตัวคุณชายเองเคยปรามาสไว้ในใจว่ามีแต่ความสวย และบ้าบิ่นเกินกว่าหญิงทั่วไปที่จะมาใส่ชุดว่ายน้ำบนเวทีประกวด

“ถ้าหากนายแน่ใจว่าหล่อนคือนางในฝัน ก็ขอให้เดินหน้าทำตามหัวใจของตนเอง เหตุผลบางครั้งก็เก็บเอาไว้บ้างเถอะ ถ้าเรื่องงานนายอาจจะต้องใช้ แต่ถ้าเรื่องความรัก ฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวก็พอ” (เก้าแต้ม, คุณชายพุฒิภัทร : 137)

ในส่วนของคุณชายรัชชานนท์ จุดเด่นที่สุดดูจะเป็นเรื่องความรักที่คุณชายมีต่อสร้อยฟ้า หญิงสาวชาวป่าที่สุดท้ายพบว่าเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเวียงพูคำ รวมถึงการดูแลปกป้อง ร่วมเป็นร่วมตายในการฝ่าฟันอันตรายไปด้วยกันกับผู้หญิงที่ตนเองรัก และเรื่องสุดท้ายคือคุณชายรณพีร์ ที่สละภาพความสูงศักดิ์ของหม่อมราชวงศ์ทิ้งไป แล้วออกตามหารักแท้จากผู้หญิงที่รักในตัวตนของตนเองอย่างนางสาวเพียงขวัญ จันทร์ประดับ นักแสดงสาวที่มีชื่อเสียง ด้วยประโยคที่แสนจะประทับใจ

“กับผู้หญิงบางคนก็คุ้มค่าที่จะเป็นฝ่ายถูกเลือกครับ” (แพรณัฐ, คุณชายรณพีร์ : 128)

ความรักในสายตาของคุณชาย จึงสลัดความเป็นชนชั้นสูงออกไปเสียสิ้น ฐานันดรศักดิ์ไม่ได้มีความสำคัญอะไรอีกต่อไป

“แค่เธอรักฉันก็พอแล้วรสา ชนชั้นไม่สำคัญอะไรทั้งนั้น อยู่กับเธอ ฉันไม่ต้องการเป็นคุณชาย แต่ต้องการเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่จะรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และดูแลหล่อนไปชั่วชีวิต” (ร่มแก้ว, คุณชายปวรรุจ : 211) “ลองมองดูผมดีๆสิแก้ว ผมเองก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย ถ้าไม่มีศักดิ์นำหน้า ผมก็เป็นแค่หมอคนหนึ่ง” (เก้าแต้ม, คุณชายพุฒิภัทร : 376)

จะเห็นได้ว่าคุณลักษณะด้านความรักของคุณชายทั้งห้า ไม่ได้มีภาพของความเป็นชนชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย ความรักในแบบชนชั้นสูงตามความเป็นจริงนั้นวางอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมือง อำนาจและระบบผัวเดียวหลายเมียที่เป็นที่ยอมรับได้ตามแบบฉบับของนวนิยายและละครน้ำเน่าที่เราคุ้นชินภาพของการตบตี ชิงรักหักสวาทเพื่อที่จะทำให้ผู้ชายรักตนเองเพียงผู้เดียว ได้ถูกทำให้สิ้นสุดลงในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ผ่านการสิ้นชีพตักษัยของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพและหม่อมทั้งสามที่เป็นมารดาของคุณชายทั้งห้า ขณะที่คุณชายทั้งหมดนั้นกลับมีความคิดที่ว่า จะไม่เอาอย่างพระบิดาที่มีภรรยาถึงสามคน

“ผมไม่เคยคิดจะมีเมียน้อยหรือเมียหลวงหรอกครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงที่ตกเป็นรองดี ไม่มีใครมีความสุขหรอกครับ” (ซ่อนกลิ่น, คุณชายรัชชานนท์ :218)

ความรักในแบบชนชั้นสูงจึงได้ตายไป พร้อมกับการสถาปนาความรักแบบชนชั้นกลางที่ประกอบไปด้วยความรักเดียวใจเดียว ความรักที่ปราศจากชนชั้น การดูแลปกป้องผู้หญิง และผนวกรวมเข้ากับความคิดของชนชั้นกลางใหม่ในปัจจุบัน ที่ว่าด้วยการที่ผู้ชายจะต้องมีความเป็นแม่บ้าน สามารถช่วยเหลือผู้หญิงทำงานบ้านได้

ไม่เพียงแต่ลักษณะของคุณชายที่เป็นความรักแบบชนชั้นกลาง คุณสมบัติของผู้หญิงที่สามารถพิชิตใจของคุณชายทั้งห้าก็เป็นลักษณะเฉพาะของผู้หญิงชั้นกลางเช่นกัน หม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ อยู่ในสถานภาพของลูกสาวพ่อค้า "เจ๊ก" ตามคำโกหก จนรักกับคุณชายปวรรุจ หรือสร้อยฟ้า ที่แม้จะเป็นถึงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นเพียงสาวชาวป่ามาก่อน ทั้งยังมีนางสาวกรองแก้ว บุญมี และนางสาวเพียงขวัญ จันทร์ประดับ ที่เป็นเพียงคนธรรมดา ผู้หญิงจึงจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองว่าคู่ควรกับผู้ชายไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม เช่น การเป็นกุลสตรี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เลี้ยงดูครอบครัวเป็นอย่างดี

 “สำหรับกรองแก้ว หลานสะใภ้คนที่สามของฉัน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีเชื้อมีสาย แต่ก็มีตำแหน่งเป็นถึงนางสาวศรีสยามที่ทุกคนยอมรับ เป็นกุลสตรีที่ประพฤติปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมอยู่ในกรอบประเพณีอันดีและมีมานะอดทนที่จะปรับปรุงตนเองให้ทัดเทียมสามีด้วยการเรียนต่อพยาบาล” (แพรณัฐ, คุณชายรณพีร์ : 247)

ทั้งยังต้องปฏิเสธอำนาจของเงินตราไม่ให้มีอำนาจเหนือความรักของตนเองตามแบบฉบับของชนชั้นกลางที่บูชาความรักมากกว่าสิ่งใดในโลก

“ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใดจะสูงค่าเกินกว่าความรักที่ดิฉันมีต่อคุณชายรณพีร์หรอกค่ะ” (แพรณัฐ, คุณชายรณพีร์ : 248)

ทั้งนี้ในมุมมองของชนชั้นสูงไทยดั้งเดิมที่อิงอยู่กับผลประโยชน์และอำนาจ คุณสมบัติของคุณชายและนางเอกจากห้าเรื่องแทบจะไม่จำเป็น การแต่งงานของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพกับหม่อมราชวงศ์อุบลวรรณ เป็นไปเพื่อเกียรติยศและธำรงไว้ซึ่งศักดิ์แห่งราชสกุล การแต่งงานกับหม่อมหยก ลูกสาวเจ้าสัวเป็นไปเพื่อธำรงสถานภาพทางเศรษฐกิจให้มั่นคงยิ่งขึ้น

“พุฒิภัทรและรัชชานนท์มีผิวขาวกว่าพี่น้องที่เหลือ นั่นก็เพราะแม่หยก มารดาของทั้งสองมีเชื้อสายจีน แต่งงานกับพระบิดาด้วยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนร่วมกันมาหลายปี” (ณารา, คุณชายธราธร : 11)

และท้ายที่สุดการแต่งงานกับหม่อมหยก นางต้นห้องของหม่อมอุบลวรรณมาก่อน ก็เกิดขึ้นจากความพึงพอใจส่วนตัว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องมาเน้นย้ำถึงความรักเดียวใจเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ การยินยอมทำตามหน้าที่ของราชสกุล การดูแลปกป้องผู้หญิงที่ตนเองรัก หรือปรัชญาพื้นฐานความรักของชนชั้นกลางต่างๆ ดังที่คุณชายทั้งห้ายึดถือเอาไว้

“พื้นฐานของชีวิตคู่นั้นไม่ได้เกิดจากความรักเพียงอย่างเดียว หากต้องมีความไว้ใจกันด้วย” (ซ่อนกลิ่น, คุณชายรัชชานนท์ : 246)

ภาพความเป็น "เจ้า" ที่สูงศักดิ์ของคุณชายทั้งห้ายังถูกขับเน้นให้เบาบางลงไปอีก ผ่านคำพูดและความรู้สึกของหม่อมหลวงสาวแห่งวังเทวพรหมที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน ทั้งหม่อมหลวงมารตีและหม่อมหลวงวิไลรัมภา ที่ต้องการจะหลุดพ้นจากความยากจน มีชีวิตที่สะดวกสบาย ดังที่หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม ได้มาดหมายว่าจะต้องได้คุณชายพุฒิภัทรมาเป็นคู่หมั้นของตนมากกว่าที่จะได้มาซึ่งเกียรติยศและสถานภาพทางสังคม

“แม้มารดาจะเป็นเจ๊กเป็นจีนแต่ก็ร่ำรวย แถมอาชีพของเขาก็เข้ากับอาชีพของเธอดี คุยกันรู้เรื่อง” (ณารา, คุณชายธราธร : 73)

และ

“หล่อนเคยคิดเสมอว่าวันใดหากได้แต่งงานกับคุณชายพุฒิภัทรสมใจจะย้ายไปอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย ยิ่งมองไปทางบ้านของพวกคุณชายก็ยิ่งรู้สึกอิจฉา เพราะสภาพบ้านต่างจากของสกุลเทวพรหมหน้ามือเป็นหลังมือ” (เก้าแต้ม, คุณชายพุฒิภัทร : 46)

เช่นเดียวกับผู้เป็นน้องสาว คือ หม่อมหลวงวิไลรัมภา ก็หมายมั่นปั้นมือจะได้เข้าไปอยู่อย่างสุขสบายในวังจุฑาเทพเช่นกัน

“ผู้เป็นพ่อจึงเพียรย้ำว่าหนทางเดียวที่จะกู้วิกฤติได้คือการแต่งงานกับรณพีร์ซึ่งร่ำรวย มีกินมีใช้ไม่ขาด หากอยู่กับเขา นอกจากเธอจะกู้บ้านเทวพรหมให้กลับมาเฟื่องฟูได้อีกครั้ง วิไลรัมภายังจะมีชีวิตที่หรูหราดังฝัน” (แพรณัฐ, คุณชายรณพีร์ : 135)

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคืออาชีพทั้งห้าอาชีพนั้นผูกพันอยู่กับความมีอำนาจในสังคมไทยอย่างมาก นักโบราณคดีและอาจารย์มหาวิทยาลัย ทางหนึ่งคือผู้สถาปนาและสร้างชุดความรู้ต่างๆ รวมถึงการผลิตซ้ำความรู้ให้ออกมาในแนวทางที่ตนเองต้องการ นักการทูตแสดงถึงอำนาจของการเจรจาต่อรองทั้งหลังฉากและหน้าฉากที่เคลือบไว้ด้วยมารยาทที่ดีงามและคำพูดอันสวยหรู แพทย์ เป็นตัวแทนของความสูงส่งทางวิชาชีพที่ช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่น ทั้งยังเป็นอาชีพที่อยู่ในความนิยมชมชอบของชนชั้นกลางไทยโดยเฉพาะลูกจีนเสมอมา วิศวกร คือบุคคลที่มาพร้อมกับความทันสมัย ปราดเปรียว การพัฒนาอำนาจของรัฐไปพร้อมกับการขยายตัวของถนนหนทาง และท้ายที่สุดคืออำนาจของการทหารที่ควบคุมความเรียบร้อยของสังคม

สิ่งหนึ่งที่อาจเรียกได้ว่าขาดหายไป คืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ นายทุนและความร่ำรวย แต่หากจะพิจารณาลงไปให้ดีจะพบว่าเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนและค้ำจุนคุณชายทั้งห้าแห่งวังจุฑาเทพนั้นมาจากธุรกิจที่มาจากการเก็งกำไรและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น การประกอบอาชีพทั้งหมดนั้นเป็นไปเพื่อการใช้จ่ายเพื่อซื้อความหรูหราฟุ่มเฟือยในชีวิตไปในแต่ละเดือนเท่านั้น หากทรัพย์สินที่แทบจะไม่ได้รับการเอ่ยถึงในนวนิยายต่างหากที่ทำให้ชีวิตของคนในวังจุฑาเทพดำเนินไปอย่างราบรื่น ทัศนคติของชนชั้นกลางไทยที่ถือเอาคุณธรรมและศีลธรรมอันบริสุทธิ์ดีงามเหนืออื่นใด จึงไม่สามารถแปดเปื้อนจากภาพของการเป็นพ่อค้าที่ขูดรีด เก็งกำไรได้แม้แต่น้อย จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่หม่อมหลวงทั้งสองจากวังเทวพรหมจะต้องถูกล้มเลิกการหมั้นหมายในที่สุด เนื่องจากความกระหายที่จะเข้ามามีชีวิตที่สุขสบายบนกองเงินกองทองของวังจุฑาเทพ ยกเว้นหม่อมหลวงเกษราที่แต่งงานไปมีชีวิตที่ราบรื่นกับอาจารย์ชินกร ลูกจีนร้านขายทองเยาวราช

จะเห็นได้ว่า นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ได้สร้างภาพของชนชั้นสูงในสังคมไทยขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับจินตนาการของตน คุณชายธราธร คุณชายปวรรุจ คุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ เมื่อสลัดชุดสูทอันหรูหราออกไป จึงเหลือเพียงตัวตนแท้จริงที่เป็นผู้ชายชนชั้นกลางที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในนวนิยายพาฝันยุคปัจจุบัน ที่ทุ่มเทให้กับความรักและผู้หญิงที่เขารักอย่างเต็มที่ มีหน้าที่การงานทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม จินตนาการด้านความรักในนวนิยายชุดนี้จึงไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ไปกว่านวนิยายร่วมสมัยอื่นๆ ที่เริ่มต้นและจบลงด้วยความสุข พระเอกเป็นเจ้าชายที่ออกตามหารักแท้ที่พิสูจน์ได้ด้วยใจ หาใช่เงินตรา เช่นเดียวกับนางเอกที่แม้จะมอมแมม ยากไร้เพียงใด แต่คุณงามความดีของพวกเธอก็ได้แสดงออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์ในท้ายที่สุด

แต่สิ่งหนึ่งที่นวนิยายชุดนี้มีคุณค่าต่อการนำมาพิจารณา คือ จินตนาการเกี่ยวกับชนชั้นสูง หรือ “เจ้า” ในสังคมไทยที่ถูกบรรจุเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เป็นการสร้าง/สถาปนา ภาพของชนชั้นสูงในสังคมไทยขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะที่เข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งขึ้นและมีปฏิสัมพันธ์กับชนชั้นกลางอย่างแนบแน่น จึงอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใด เรื่องราวความรักของชนชั้นสูงที่ถูกดูถูกว่าเป็นเนื้อเรื่องที่แสนจะน้ำเน่า และไม่เคยได้รับการนำมาเขียนเป็นนวนิยายในสังคมไทยระยะหนึ่ง จึงกลับมาเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับกระแสสายรัดข้อมือสีเหลืองและข้อความน่ารักๆอย่าง “เรารักพระเจ้าอยู่หัว” หรือ “เรารักในหลวง” ที่ทำให้ชนชั้นกลางไทยจำนวนมากมองเห็นสถาบันพระมหากษัตริย์และชนชั้นสูงเป็นสถาบันที่ผูกพันอย่างแนบแน่นกับชีวิตของตนไม่ใช่สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์เกินเอื้อมอีกต่อไป และพร้อมที่จะปวารนาตนเองเข้าไปอยู่รวมกลุ่มอย่างไม่ลังเล

ด้วยความขัดแย้งทางการเมืองที่กลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันถึงอัตลักษณ์ของตนเองในฐานะกลุ่มคนที่ถูกกดขี่จากระบอบไพร่-อำมาตย์ รวมทั้งกระแสต่อต้านกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี สลิ่ม ฯลฯ หรือชนชั้นกลางในเมืองที่ถือว่าร่วมมือกับอำมาตย์ในการกีดกันประชาธิปไตยของประชาชน ชนชั้นกลางที่ถูกสั่นคลอนจากวิกฤติอัตลักษณ์และการต่อต้านของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงรู้สึกว่าตนเองนั้นจะต้องสร้างอัตลักษณ์และเชื่อมโยงตนเองเข้ากับความเป็นไทย และกลุ่มชนชั้นสูง ซึ่งหนทางที่สำคัญได้เกิดขึ้นผ่านทางการโหยหาอดีตและอธิบาย/สร้างความทรงจำของการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างกลุ่มของตนเองและชนชั้นสูงขึ้นมา เพื่อธำรงไว้ซึ่งพื้นที่ทางสังคมของตน จึงอาจกล่าวได้ว่านวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ จึงเป็นนวนิยายของผู้หญิงชนชั้นกลาง ที่เขียนให้ผู้หญิงชนชั้นกลางอ่าน เป็นไปเพื่อสร้างจินตนาการและความใฝ่ฝันร่วมกัน ถึงชีวิตที่สามารถร่วมเป็นกลุ่มก้อน มีความรู้สึกนึกคิด ชีวิต ความรัก ระหว่างตนเองกับชนชั้นสูงได้อย่างไม่ไกลเกินเอื้อม

 

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์