เกิดการประท้วงหลายรัฐในสหรัฐ หลังศาลตัดสินลูกครึ่งผิวขาวไม่ผิดยิงวัยรุ่นผิวดำ

ศาลสหรัฐตัดสินคดีลูกครึ่งฮิสปานิคยิงวัยรุ่นผิวดำจนเสียชีวิต โดยพิพากษาให้พ้นผิดอ้างเหตุป้องกันตัว ทำให้ประชาชนพากันออกมาประท้วงในหลายรัฐ และผู้นำกลุ่มสมาคมคนผิวดำเตรียมดำเนินคดีทางสิทธิพลเมือง พร้อมตั้งข้องสังเกตผู้ต้องหามีแรงจูงใจจากการเหยียดผิว

15 ก.ค. 2013 - หลังจากที่ศาลในประเทศสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้จอร์จ ซิมเมอร์แมน ชายอายุ 28 ปี ลูกครึ่งคนผิวขาว-ฮิสปานิค ไม่มีความผิดในคดีสังหาร เทรย์วอน มาร์ติน วัยรุ่นชาวผิวดำอายุ 17 ปี ทำให้มีประชาชนออกมาชุมนุมบนท้องถนน โดยที่ผู้นำชุมชนชาวผิวดำเรียกร้องให้ทางการมีการดำเนินคดีสิทธิพลเมือง (Civil Right Cases)

ในการชุมนุมที่รัฐลอสแองเจลลีส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงกระสุนถุงตะกั่ว (bean bag) ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เข้าใส่ผู้ชุมนุม หลังจากที่ผู้ชุมนุมได้ขว้างปาก้อนหินและถ่านไฟฉายใส่เจ้าหน้าที่ มีผู้ถูกจับกุมหนึ่งรายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าผู้ประท้วงโดยส่วนใหญ่ประท้วงอย่างสงบ ขณะที่ในรัฐวานฟรานซิสโก ก็มีผู้ออกมาเดินขบวนประณามการที่ศาลตัดสินให้ซิมเมอร์แมนพ้นจากความผิด

ในรัฐนิวยอร์ก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงหลายร้อยคนเดินขบวนจากยูเนียนสแควร์มาที่จัตุรัสไทม์สแควร์ โดยมีการหลบเลี่ยงด่านสกัดของตำรวจ ผู้เดินขบวนพากันชูป้ายและตะโกนคำขวัญว่า "ขอความยุติธรรมให้กับเทรย์วอน มาร์ติน" "ถ้าหากไม่มีความยุติธรรมก็ไม่มีสันติภาพ"

ดาราชาวผิวดำ บียอนเซ่ ก็ขอให้ทุกคนสงบนิ่งให้กับเทรย์วอนขณะแสดงคอนเสิร์ทในแนสวิลล์ รัฐเทสเนสซี ทางด้านศิลปินแรพที่ชื่อ Young Jeezy ก็ได้ผลิตผลงานเพลงออกมาเพื่อรำลึกถึงเทรย์วอน

เดอะ การ์เดียน ระบุว่าการประท้วงในสหรัฐฯ ช่วงนี้ยังถือว่าค่อนข้างเล็ก ทำให้กลัวเรื่องเหตุจลาจลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการตัดสินคดีลดลง

เบนยามิน เจลัส ประธานสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของกลุ่มคนผิวสีแห่งชาติ (NAACP) ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อคนผิวดำที่ใหญ่ที่ สุดในสหรัฐฯ กล่าวว่าคดีที่ซิมเมอร์แมนเดินตามและยิงเทรย์วอนจนเสียชีวิตนั้น เข้าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรมีการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรม

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2012 ที่เมืองแซนฟอร์ด รัฐฟลอริดา จอร์จ ซิมเมอร์แมนกำลังทำหน้าที่ผู้ประสานงานเฝ้าระวังอาชญากรรมให้กับคนในชุมชนที่เทรย์วอน มาร์ติน นักเรียชาวผิวดำเข้าไปอาศัยอยู่ชั่วคราว โดยซิมเมอร์แมนเป็นผู้แจ้งกับตำรวจก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปถึงที่เกิดเหตุที่มีการใช้อาวุธปืนเกิดขึ้น และในอีก 15 นาทีต่อมาก็มีการประกาศว่ามาร์ตินเสียชีวิต ขณะที่ซิมเมอร์แมนมีเลือดออกทางจมูกและมีรอยแผลที่ด้านหลังของศรีษะ

ซิมเมอร์แมนอ้างว่ามาร์ตินทำร้ายเขาก่อนและเขายิงมาร์ตินเพื่อเป็นการป้องกันตัว แต่ตอนที่ซิมเมอร์แมนโทรแจ้งตำรวจนั้น เขาได้ใช้คำพูดแสดงการเหยียดหยามซึ่งถูกทางตำรวจบันทึกไว้เช่น "พวกเหลือขอ" หรือ "พวกเศษเดนพวกนี้หนีไปได้เสมอ" หลังเกิดเหตุการณ์ซิมเมอร์แมนถูกตำรวจจับกุมตัวเพื่อสอบปากคำนาน 5 ชั่วโมง ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาโดยไม่ถูกตั้งข้อหาเนื่องจากตำรวจเห็นว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ขัดต่อคำให้การของเขา

แต่ต่อมาอีก 6 สัปดาห์ก็มีการฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ซิมเมอร์แมนจะก่อเหตุโดยมีแรงจูงใจเรื่องการเหยียดผิว รวมถึงไม่พบว่ามาร์ตินพกอาวุธใดๆ ก็มีการฟ้องร้องคดีนี้ใหม่ โดยอัยการได้ฟ้องซิมเมอร์แมนด้วยความผิดฐานฆาตกรรมโดยไม่มีการไตร่ตรองไว้ก่อน (second-degree murder) มีการเริ่มดำเนินคดีในชั้นศาลเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการตัดสินผลในวันที่ 13 ก.ค. ให้ซิมเมอร์แมนไม่มีความผิดในโทษฐานดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวตามกฏหมาย (Stand-your-ground)

เจลัสบอกว่าเมื่อลองพิจารณาความเห็นของซิมเมอร์แมนที่มีต่อชายหนุ่มผิวดำแล้ว ก็ชวนให้สงสัยว่าเรื่องเชื้อชาติน่าจะมีผลต่อการที่เขาตั้งเป้ากับเทรย์วอน

เจลัสได้ออกแถลงการณ์ทันทีที่การติดสินคดีจบลงเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ในแถลงการณ์ระบุว่า "พวกเรารู้สึกเจ็บปวดและไม่พอใจการตัดสินคดีในวันนี้ พวกเราจะฟ้องร้องคดีในฐานะคดีเกี่ยวกับสิทธิความเป็นพลเมืองต่อกระทรวงยุติธรรม พวกเราจะสู้เพื่อถอดถอนกฏหมาย 'การกระทำเพื่อการป้องกันตัว' ออกจากทุกๆ รัฐ พวกเราจะไม่หยุดยั้งจนกว่าการตีกรอบเหมารวมทางเชื้อชาติทุกรูปแบบจะกลายเป็นเรื่องผิดกฏหมาย"

เจลัสกล่าวอีกว่าเขาได้ปรึกษากับทีมอัยการของอิริค โฮลเดอร์ รมต.กระทรวงยุติธรรม และหวังว่าพวกเขาจะสามารถดำเนินการสืบสวนต่อจากการสิบคดีของเอฟบีไอเมื่อปีที่ผ่านมาได้ และเมื่อมีการพิจารณาคดีอีกครั้งพวกเขาจะตัดสินว่าควรมีการฟ้องร้องเอาผิดในคดีเกี่ยวกับสิทธิความเป็นพลเมืองหรือไม่

"พวกเราไม่พอใจต่อสถานการณ์ภายในประเทศในฐานะที่เป็นคนผิวดำ หรือพ่อแม่ของคนผิวดำ มันน่าแปลกที่คนหนุ่มสาวของพวกเราต้องมาคอยกลัวคนเลวและคนดี กลัวโจรและตำรวจ รวมถึงอาสาสมัครเฝ้าระวังในชุมนุมที่ตั่งกันขึ้นมาเองโดยคิดว่าพวกเขาจะทำให้ประชาชนปลอดภัยมากขึ้น" เจลัสกล่าว

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ก็ได้แถลงว่าพวกเขากำลังให้อัยการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาหลักฐานว่าสามารถฟ้องร้องในแง่การละเมิดสิทธิพลเมืองได้หรือไม่

ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่ากล่าวในวันเดียวกันว่า การเสียชีวิตของเทรย์วอนถือเป็น "โศกนาฏกรรม" แต่ก็บอกว่าคณะลูกขุนได้ตัดสินผลของคดีออกมาแล้วและควรอยู่ในความสงบ

ในไมอามี เมืองบ้านเกิดของมาร์ตินก็ก็มีการประท้วงอย่างสงบอยู่หลายแห่งรวมถึงมีการรวมตัวกันที่โบสถ์ ขณะที่ในแซนฟอร์ด เทรซี มาร์ติน และซาบรีนา ฟูลตัน พ่อแม่ของเทรย์วอน มาร์ติน ก็ไปร่วมชุมนุมด้วย โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้เข้ารับฟังคำพิพากษาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

"แน่นอนว่าทั้งสองคนรู้สึกแย่มากกับการตัดสินในครั้งนี้ แต่พวกเขาก็จะเดินหน้าต่อไป" ดาร์ริล ปาร์กส์ ทนายความของครอบครัวเทรย์วอนกล่าว

ทนายความกล่าวอีกว่า มีความเป็นไปได้ที่คณะลูกขุนจะตัดสินโดยไม่ใช้ความคิด และแม้ว่าพวกเขาจะยอมรับผลการตัดสิน แต่ก็เป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับและมีผู้คนไม่พอใจจำนวนมาก ไม่มีคนไหนที่มีสติดีจะติดว่าคนมีอาวุธควรยิงเด็กที่ไม่มีอาวุธ

เจ้าหน้าที่ศาลเปิดเผยว่าคณะลูกขุนประกอบด้วยผู้หญิง 6 คน ในนั้น 5 คนเป็นคนผิวขาว และ 1 คนเป็นชาวฮิสปานิค

ในการดำเนินคดีครั้งล่าสุด ซิมเมอร์แมนไม่ได้กล่าวให้การใดๆ ต่อศาล แต่ทนายความของเขาอ้างว่าเทรย์วอนเป็นคนเริ่มโจมตีก่อนโดยการต่อยซิมเมอร์แมนเข้าที่จมูกโดยไม่ทันตั้งตัวจนเขาล้มลงหัวฟาดพื้นคอนกรีต

The Guardian ระบุว่าฝ่ายอัยการพยายามให้ภาพซิมเมอร์แมนเป็นศาลเตี้ยผู้โกรธแค้น หลังจากเขาทนไม่ไหวที่มีการโจรกรรมเกิดขึ้นหลายครั้งในย่านชุมชนของเขา โดยเขาคิดเอาเองว่าเทรย์วอนผู้สวมฮูดคลุมหัวในตอนนั้นเป็นอาชญากรไปด้วย

 

 

เรียบเรียงจาก
Trayvon Martin: protesters take to the streets, The Guardian, 15-07-2013

ข้อมูลเกี่ยวกับคดี

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์