'กสทช.' เรียกดูเทป ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 5 ส.ค.นี้ พบเนื้อหาล่อแหลม เสี่ยงขัด ม.37

กสทช.เผยมีผู้ร้องเรียนว่า ซีรีส์ “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” อาจมีเนื้อหาขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงฯ ในด้านความไม่เหมาะสมเชิงคุณธรรม และจริยธรรม 

  

มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านกำกับผังและเนื้อหารายการ เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ทางเครือข่ายเฝ้าระวังของอนุกรรมการ กสท.ด้านกำกับผังและเนื้อหารายการ ได้แย้งมายังคณะอนุกรรมการให้พิจารณาเนื้อหารายการของละครชุด “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ที่ออกอากาศทางช่องจีเอ็มเอ็มวัน ของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากละครเรื่องดังกล่าวอาจมีเนื้อหาขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ในด้านความไม่เหมาะสมเชิงคุณธรรม และจริยธรรม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ทางคณะอนุกรรมการได้ถอดเทปของละครผ่านช่องทางที่มีการเผยแพร่อินเทอร์เน็ต พบว่าละครเรื่องดังกล่าวได้มีการนำเสนอเนื้อหาที่ชวนให้ผู้รับชมคิดและจินตนาการในทางที่ไม่ดีได้ เช่น ฉากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ยังสวมชุดนักเรียนอยู่ ในสถานที่ห้องวิทยาศาสตร์ หรือห้องน้ำของโรงเรียน และฉากที่มีเด็กที่กำลังอยู่ในวัยเรียนไปยังคลินิกทำแท้งเถื่อน และไปซื้อยาคุมกำเนิดมาใช้เอง

“การนำเสนอของละครเรื่องฮอร์โมน แม้จะไม่ได้มีการถ่ายทำฉากต่างๆ ให้เห็นภาพโดยตรง เช่น ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถชวนให้เราจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งมีหลายเสียงบอกว่าเรื่องที่นำเสนอต่างเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมของเด็กสมัยนี้ แต่ในฐานะผู้ใหญ่ในสังคมจะต้องมาทบทวนว่าเรายอมรับได้หรือไม่ที่จะให้สังคมไทยเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริง และควรยอมรับให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการพิจารณาเรื่องที่ กสทช. ใช้อำนาจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการที่ กสทช. จะใช้อำนาจของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของการบริหารควบคุมความเหมาะสมในสังคม”

พล.ท.พีระพงษ์กล่าวว่า ตามกำหนดเดิมได้มีการเชิญผู้ประกอบการที่ผลิตละครเรื่อง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ของทางแกรมมี่ มาพบในวันที่ 24 กรกฎาคม แต่ทางแกรมมี่แจ้งขอเลื่อนเวลาเข้าพบเป็นวันที่ 5 สิงหาคม โดยให้เหตุผลว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตรงกับวันหยุดยาวหลายวัน ซึ่งสำหรับประเด็นที่เชิญเข้าพบก็เพื่อหารือร่วมกันในด้านของกระบวนการการคิด การนำเสนอเนื้อหาของละคร ไปจนถึงกระบวนการคัดเลือกของช่องในการเลือกนำละครเรื่องดังกล่าวมาออกอากาศ พร้อมทั้งขอต้นฉบับของละครที่ได้ใช้ในการเผยแพร่จริงบนช่องจีเอ็มเอ็มวัน เพื่อการถอดเทปเนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนออาจไม่ตรงกันกับในอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการพิจารณาความผิดแต่อย่างใด ซึ่งท้ายสุดกระบวนการอาจจะจบเพียงให้แค่ตักเตือน ขอความร่วมมือในการปรับแก้เนื้อหาบางส่วน ไม่ต้องถึงขั้นลงโทษความผิดก็เป็นได้

มาตรา 37 ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

 
สุภิญญา เตือน กสทช.อย่าย้อนยุค ทำตัวเป็น กบว.
ด้าน สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งใน กสทช. และ กสท. แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า  "ทุกท่านทราบจุดยืนข้าพเจ้าดีว่าอยู่ข้างเสรีภาพสื่อเสมอเว้นแต่ว่ามันขัดกฎหมายอย่างร้ายแรงหรือไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ... ส่วนตัวแม้จะไม่ค่อยชอบละครไทย แต่ไม่เคยเห็นด้วยกับการแบนละครเลย เพราะมันคือจินตนาการและจริตของสังคมนั้น โดยเฉพาะ #Hormonestheseries ยังไม่เคยดูแต่เท่าที่หาข้อมูลเป็นละครสะท้อนสังคม ชีวิตสับสนของวัยรุ่น มันจะผิดกฎหมายมาตรา 37 ตรงไหน?? ถ้ามันไม่ได้ลามกอนาจาร" 
 
"ส่วนเนื้อเรื่องที่วัยรุ่นมี sex และทำแท้ง มันก็สอนให้เด็กๆได้คิด สมัยข้าพเจ้าเป็นวันรุ่นก็ดูละครเรื่อง *กว่าจะรู้เดียงสา *น้ำพุ แรงกว่านี้อีก ตอนเป็นหนัง โรงเรียนยังพาไปดูเลย นั้นมันก็ 20-30 ปีมาแล้ว ตอนนี้เป็นยุคไหนแล้ว .. ที่ข้าพเจ้าผ่านช่วงวัยรุ่นมาได้ด้วยดีก็เพราะได้ดูหนังเรื่อง *กว่าจะรู้เดียงสา นี่ล่ะ ทำให้ผู้หญิงเรารู้ว่าเราควรระวังตัวอย่างไร ..."
 
"คือ กสทช.ต้องอย่ามาทำตัวจุกจิกเป็น กบว.ย้อนยุค วางกรอบที่มันร้ายแรงจริงๆ แล้วกำกับให้ได้ เช่นเรื่องโฆษณายาผีบอก หลอกลวงเกินจริง ผิด อย. อันนี้ควรรีบไปจัดการก่อน .. หนังกับละครมันเป็นจินตนาการ เด็กเยาวชนเขารูั ที่เขาชอบดูเพราะมันสะท้อนชีวิตเขา เขาคุยกับที่บ้านหรือโรงเรียนไม่ได้บ้าง เด็กไทยเก็บกด .... จริงๆ มันเป็นสื่อที่ดีในการสอนเรื่องเพศศึกษากับเยาวชน 
 
"กสทช.วันนี้เพิ่งเปิดตัว *น้องดูดี สัญลักษณ์ทีวีดิจิตอล เรากำลังก้าวไปข้างหน้า อย่าย้อนยุคไปไกลถึงปี 2498 ที่เพิ่งมีทีวีอะนาล็อกในประเทศไทย .. ให้เด็กเขาได้คิดอ่านกันเองบ้าง ...ทีละครหลังข่าวตบจูบ ข่มขืนมีมา 3-4 ทศวรรษ รัฐยังไม่เคยกล้าแบนเลย แม้จะไม่มีรสนิยม แต่รัฐธรรมรองรับสิทธิคนให้เลือกดูสิ่งที่เขาชอบ ถ้ามันไม่ขัดกฎหมายแบบคอขาดบาดตาย"
 
"ละครที่สอนให้เด็กรู้จักคิด รู้จักเลือก ควรสนับสนุน แล้วผู้ใหญ่ใช้มันเป็นเครื่องมือ เราอยู่ยุคดิจิตอลแล้วต้องปรับวิธีคิดแบบอะนาล็อกด้วย ไม่งั้นลุงๆป้าๆอย่างเราก็จะตามไม่ทัน เรื่องเล็กๆชอบทำ แต่เรื่องใหญ่ๆ กลับละเลย" 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์