แกนนำ นปช. อ้างสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ขอคนเสื้อแดงเตรียมพร้อมในที่ตั้ง

3 ส.ค. 56 - ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่านายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่าประเทศไทยแตกแยกมานานมากแล้ว หลายคนจึงเสนอแนวคิดในการสร้างความปรองดองด้วยการเสนอกฎหมายต่างๆ ทั้งร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ล้วนแต่เป็นเจตนาดี ซึ่งไม่ตรงกับความประสงค์ของพรรคฝ่ายค้าน เขาแคลงใจว่า ทั้งหมดทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงขัดขวางทุกทาง ถึงขนาดฉีกปณิธานของพรรค ที่จะดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการผนึกกำลังนอกสภาฯ ต่อต้านระบอบทักษิณ เราต้องคิดกันให้ดีว่า ระบอบทักษิณมีจริงหรือไม่ การที่คนเสื้อแดงเกิดขึ้น และเติบโตมีเป้าหมายเพื่อต่อต้านเผด็จการ และสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยคนหนึ่งย่อมได้รับสิทธิเหมือนคนไทยทั้งประเทศ  
 
จากนั้นเวลา 14.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ขณะนี้เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ มีสภาพเหมือนก่อนเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 การข่าวข้อมูลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เราเคยโชคร้ายที่เมื่อ 19 ก.ย.49 ไม่มีขบวนการของคนเสื้อแดงมาบอกความจริงเหมือนวันนี้ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์วันที่ 19 ก.ย. จะไม่มีทางเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นตัวละครเดิมตั้งแต่ปี 48–49 มีเป้าหมายขับไล่ล้มรัฐบาลที่เขาบอกว่า เป็นระบอบทักษิณ อย่างไม่จำกัดวิธีการ ซึ่งเราไม่พร้อมที่จะอยู่ในฐานะผู้แพ้อีกต่อไป เราต้องสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ต้องไม่มีระบอบอำมาตยาธิปไตยมาคั้นกลาง ซึ่งความแข็งแรงของรัฐบาล อยู่ที่ความแข็งแรงของประชาชน ไม่ใช่ความเมตตาของอำมาตย์ รัฐบาลต้องรู้ว่า มิตรที่แท้จริงคือ คนเสื้อแดง เท่านั้น รัฐบาลต้องไม่ถูกหลอกซ้ำซาก เราต้องขับเคลื่อนอย่างสุขุม ตนจึงขอให้คนเสื้อแดงอยู่ในที่ตั้ง รอฟังสัญญาณจากแกนนำ
 
“ประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กของรัฐบาล จึงขอให้รัฐบาลคิดว่าเขาเป็นหุ้นส่วนของรัฐบาล อย่าผลักไสประชาชน และอย่านำไปสู่เหตุการณ์บาดเจ็บล้มตาย สูญเสียชีวิต และอิสรภาพ คนเสื้อแดงขอพูดในฐานะหุ้นส่วนชีวิตว่า ในสถานการณ์แบบนี้ต้องฟังมิตรมากกว่าศัตรู ถ้าหากฟังศัตรู รัฐบาลจะไปเร็ว ทั้งหมดเป็นความหวังดีของประชาชน” นายจตุพร กล่าว
 
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า สถานการณ์ของรัฐบาลช่วงครึ่งปีหลัง (2556) เป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่สุด หากรัฐบาลประคับประคองรอดไปได้ รัฐบาลอยู่อีกยาว แต่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลต้องการโค่นล้มให้ได้ภายในปีนี้ รัฐบาลไม่ได้ปกป้องตัวเองโดยไม่ขับเคลื่อนอะไรเลย ตรงกันข้ามรัฐบาลต้องขับเคลื่อนเต็มกำลัง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งตนมั่นใจว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ภารกิจร่วมคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย  
 
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ขอฟันธงว่าการชุมนุมของคนพวกหน้ากากขาวและกลุ่มทหารแก่ ไม่มีทางล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้อย่างแน่นอน แต่ที่เรามาประชุมกันในวันนี้ เพราะห่วงปัจจัยอื่น เพราะทางการข่าวมีหลายกระแส ทั้งนี้ ตนเห็นว่า เวลานี้คนเสื้อแดงต้องเป็นเอกภาพ ในระยะต้นระฆัง ยกที่หนึ่ง ดังพรุ่งนี้ ให้เขาเดินไปก่อน เราทำหน้าที่ติดตามดู ไม่ต้องเข้าไปใกล้ หรือสังเกตการณ์ ยกที่สอง หากสถานการณ์ต้องเคลื่อนไหวใดๆ ขอความกรุณาคนเสื้อแดงทุกกลุ่มฟังสัญญาณจากแกนนำส่วนกลางเป็นหลัก ยกที่สามหากถึงสถานการณ์ที่เขาลงมือชัดเจน เช่น องค์กรอิสระลงดาบรัฐบาล หรือมีการลุกขึ้นมาก่อการรัฐประหาร ให้ถือปฏิบัติว่าการต่อต้านรัฐประหาร เป็นหน้าที่ของเสรีชน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร
 
จากนั้นแกนนำ นปช. ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์จุดยืนต่อสถานการณ์ทางการเมือง โดยระบุว่า การอ้างเหตุผลในการเคลื่อนไหวนำประชาชนออกมาต่อต้านการเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และชูคำขวัญโค่นล้มระบอบทักษิณ เป็นเรื่องที่ขาดความชอบธรรม เพราะเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว มุ่งนิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ยกเว้นแกนนำและผู้สั่งการ ทั้งนี้ เห็นว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มอนุรักษ์สุดขั้ว ที่จัดการเคลื่อนไหวในเวลานี้ ล้วนแสดงออกถึงการไม่ยอมรับกระบวนการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ยอมรับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม กลับใช้วิธีการอื่นเพื่อล้มล้างกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้กลุ่มตนเองขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองการปกครอง
 
โดยสถานการณ์ขณะนี้ นปช.เห็นว่า อาจสุ่มเสี่ยงให้เกิดการรัฐประหารโดยกองทัพ โดยอ้างความไม่สงบจากความความขัดแย้งในประเทศ หรือทำให้เกิดการแทรกแซงและทำลายอำนาจอธิปไตยของประชาชน ด้วยการทำให้อำนาจตุลาการและองค์กรอิสระ ไม่ยึดโยงกับประชาชน อยู่ในฐานะครอบงำและสั่งการ มีบทบาทเหนืออำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร ส่งผลให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่ง นปช.ยืนยันว่า ประชาชนจะคัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ ไม่ว่ากองทัพหรือใช้กฎหมายและอำนาจนอกระบบ 
 
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์แล้ว นปช.จะเตรียมพร้อมในที่ตั้งทั่วประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์และรอการนัดหมาย ในสถานการณ์ที่พลิกผัน หรือเกิดความรุนแรง เพื่อล้มรัฐบาล ซึ่งให้ฟังการส่งสัญญาณจาก นปช.ส่วนกลางเท่านั้น โดยระหว่างนี้ จะจัดการปรับปรุงเครือข่ายผู้ประสานงานให้เข้มแข็งทุกระดับ จัดการศึกษาในพื้นที่ ยกระดับการติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลางและภูมิภาค รวมไปถึงการเตรียมพร้อมบุคลากร สถานที่และมวลชน ให้พร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลอดเวลา

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์