กสม. ชี้ 'เอกยุทธ' เสียชีวิตเพราะมืออาชีพทำให้ขาดอากาศหายใจโดยใช้กระบวนท่าพิเศษ

ผลสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระบุ 'เอกยุทธ อัญชันบุตร' ไม่ได้เสียชีวิตเพราะถูกรัดคอหรือบีบคอตามที่พนักงานสอบและผู้ต้องหาระบุ แต่ถูกกระทำให้ขาดอากาศหายใจโดยมืออาชีพที่ไม่ใช่ผู้ต้องหา และการเคลื่อนย้ายศพจากกรุงเทพฯ มาพัทลุงเป็นกระบวนการที่เตรียมล่วงหน้าจากผู้ชำนาญการฆ่าคน

วันนี้ (13 ส.ค.) ข่าวสด รายงานว่า นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แถลงผลการตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร โดยระบุว่า ตามรายงานของแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพพบว่า นายเอกยุทธ์ไม่ได้ถูกฆ่ารัดคอหรือถูกบีบคอตามที่พนักงานสอบสวนและผู้ต้องหาได้ระบุไว้ หากแต่เป็นการถูกกระทำให้ขาดอากาศหายใจโดยใช้กระบวนท่าพิเศษ ซึ่งเป็นกระบวนการของบุคคลที่เป็นมืออาชีพนอกเหนือจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม

โดยแพทย์พบร่องรอยบาดแผลจากการชันสูตร 3 แห่ง คือ ปลายจมูก โคนลิ้นและลิ้นด้านซ้าย เนื้อเยื่อลำคอด้านขวา ซึ่งไม่พบรอยบีบรัดคอแต่อย่างใด แต่มีการกดบีบลำคอกับปิดกั้นจมูกทำให้ขาดอากาศหายใจ และท่านี้สามารถทำให้เสียชีวิตโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน นอกจากนี้ยังพบบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวา สะบักซ้ายด้านหลังซึ่งเกิดจากการกระทำของผู้ที่อยู่ด้านหลังนายเอกยุทธ โดยนายเอกยุทธ์ต่อสู้จึงทำให้กล้ามเนื้อคอด้านหลังฟกช้ำ ดังนั้นนายเอกยุทธ์จึงไม่ได้ถูกฆ่ารัดคอหรือบีบคอ ส่วนบาดแผลอีก 2 แห่ง ที่ข้อมือและส้นเท้าเกิดจากการถูกพัธนาการในบริเวณจำกัด ทำให้นายเอกยุทธ์ไม่สามารถต่อสู้ดิ้นรนได้

การเปลี่ยนแปลงสภาพศพหลังเสียชีวิต ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายศพจากกรุงเทพฯไป จ.พัทลุง และเคลื่อนจากเขาจิ้งโจ้ จ.พัทลุง มาตรวจพิสูจน์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าจากผู้ชำนาญในการฆ่าคน  โดยมีเหตุผลสนัสนุนคือ 1.การเตรียมวัสดุอุกรณ์ห่อศพและลำเลียงศพจากรุงเทพฯ มาพัทลุง  2.หลังเสียชีวิตมีการถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับออก เหลือแต่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ็อกเซอร์ ลักษณะการห่อศพซึ่งรัดด้วยวัสดุผูกมัด เป็นเทคนิควิธีการเฉพาะของผู้มีความรู้และความชำนาญ และ 3.มีความเชื่อว่าศพถูกเก็บไว้ในที่ปิดมิดชิด คือ ถูกเก็บในรถตู้ไม่เกิน 3 วัน  โดยไม่พบหนอนในศพ แสดงว่าสภาพศพถูกห่อหุ้มเป็นอย่างดี ส่วนการขุดหลุมฝังก็ไม่ลึกไม่เกิน 50 ซ.ม. และถูกฝังไม่เกิน 1 วัน  แสดงเจตนาว่าไม่ต้องการปกปิดศพ จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ลงมือไม่ต้องการปิดบังศพ แต่ต้องการเปิดเผยเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงไม่อยากให้ตำรวจเร่งสรุปสำนวนว่าเป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์

“ทั้งหมดคือสิ่งที่อนุกรรมการด้านสิทธิการเมืองและสิทธิพลเมือง ตรวจสอบพบซึ่งสอดคล้องกับแพทย์ที่พบศพเป็นคนแรกที่ จ.พัทลุง ล่าสุดญาติของนายเอกยุทธไม่เชื่อมั่นในการทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพราะเคยมีประเด็นขัดแย้งกับนายเอกยุทธอยู่เดิมซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ (13ส.ค.) ญาตินายเอกยุทธได้แจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอเปลี่ยนคณะพนักงานสอบสวน" น.พ.นิรันดร์ กล่าว

นพ.นิรันดร์ กล่าวด้วยว่า กสม. ไม่ได้รับความร่วมมือจากตำรวจให้ตรวจสอบพยานหลักฐาน เช่น ไม่ให้เข้าตรวจสอบรถตู้ โดยตำรวจยังมอง กสม.ว่าจะไปจับผิด แต่ขอยืนยันว่า กสม.ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ในการประสานหน่วยงานให้ปฏิบัติที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้อง ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่การสอบสวนหาตัวคนร้าย  แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการทำงานของตำรวจว่าได้มาตรฐานในการบอกความจริงต่อสังคมหรือไม่ โดยกสม.จะทำรายงานเสนอความเห็นดังกล่าวต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ไปพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 257 แต่ทั้งนี้ตามอำนาจของกสม.ไม่มีอำนาจบังคับหรือสั่งการตำรวจ แต่เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะนำไปพิจารณาว่าข้อเสนอของ กสม.สมควรนำไปประกอบในสำนวนการสอบสวนหรือไม่

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์