ชาวนานครปฐมเดินสาย 'พท.-ปชป.' ร้องรัฐฯ คืนสิทธิร่วมโครงการจำนำข้าว

เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐมยื่นหนังสือพรรคแกนนำฝ่ายค้าน-รัฐบาล ขอคืนสิทธิการเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว หลังรัฐฯ เปลี่ยนเกณฑ์ปีการผลิต 2556/2557 ทำชาวนาถูกตัดสิทธิ์ไม่ทันตั้งตัว จี้นำเสนอปัญหาประชุม ครม.อังคารนี้
ยื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทย
 
ยื่นหนังสือที่พรรคประชาธิปัตย์
 
18 ส.ค.56 เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐม เดินทางไปยังพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือต่อหัวหน้าพรรคทั้งสอง เรื่อง ‘ขอให้แก้ไขปัญหาโดยคืนสิทธิการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวให้แก่เกษตรกร’ พร้อมสำเนาหนังสือกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ กษ 1012 /ว 594 ลงวันที่ 6 มิ.ย.56 โดยที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์มอบผ่านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 
 
สืบเนื่องจาก กรมส่งเสริมการเกษตรมีหนังสือเวียน แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เปลี่ยนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการรับจำนำปีการผลิต 2556/2557 จากใช้วันปลูกข้าวเป็นหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการไปใช้เกณฑ์วันเก็บเกี่ยวข้าวแทน โดยเกษตรกรต้องเก็บเกี่ยวข้าวระหว่าง 1 ตุลาคม 2556 - 30 กันยายน 2557 ทำให้ชาวนาที่เริ่มปลูกวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาตามคำแนะนำเดิม ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการจำนำข้าวไป
 
หนังสือของเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐมถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเร่งนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นที่ต่อรัฐบาล เพื่อคืนสิทธิการเข้าร่วมโครงการรับจำนำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 20 ส.ค.นี้ พร้อมระบุหากภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วพรรคเพื่อไทยไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่แสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เครือข่ายฯ จะมีปฏิบัติการกดดันขั้นต่อไป เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไข
 
 
ด้าน ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสเฟสบุ๊คส่วนตัวแสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาของเกณฑ์ใหม่คือทำให้ตกสิทธิกันค่อนทุ่ง คนที่ตกสิทธิเป็นชาวนาที่ทำนา 2 ครั้งทั้งสิ้นและควรจะได้ขายในโครงการจำนำทั้งสองครั้ง แต่เกณฑ์ใหม่ทำให้ขายจำนำราคา 15,000 บาทได้แค่ครั้งเดียว ปัญหาก็คือ ข้าวที่ขายให้โรงสีโดยไม่สามารถเข้าโครงการจำนำหรือตกสิทธินี้ราคาเพียงตันละ 8,000-8,500 บาทเท่านั้น ทำนา 20 ไร่ได้ข้าว 20 เกวียน รายได้ที่เห็นอยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่วันหายไปมากกว่า 100,000 บาท
 
ประภาส ให้ข้อมูลด้วยว่า รัฐบาลประกาศรับจำนำมาแล้ว 4 รอบ ชาวนานครปฐมได้กันแค่ 2 รอบ เพราะ 2554/2555 จมน้ำตั้งแต่ ต.ค.2554 ว่าจะทำ ม.ค.2555 (ปีนี้ได้ 2 ครั้ง) แต่รอบนี้ไม่ได้ทั้งๆ ที่ที่อื่นได้รอบที่ 4 แล้ว เกษตรอำเภอบอกให้รอขึ้นรอบหน้า แต่รอบหน้าจะเริ่มทำราวๆ ม.ค.2557 เพราะต้องรอน้ำลดก่อน อีกทั้งมองว่าข้าวนอกโครงการจำนำมากเช่นนี้โอกาสจะถูกจับยัดเป็นข้าวในโครงการจำนำก็เป็นไปได้มาก การฉ้อฉลยิ่งง่ายมากขึ้น
 
“ข้อเรียกร้องของพี่น้องจึงไม่ใช่เรื่องเงินเลยแต่อย่างใด เขาไม่ได้เรียกร้องเพราะทำนาครั้งที่สาม ทั้งๆ ที่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่น้ำท่วมท่วมใหญ่ ท่วมนาน ควรจะได้สิทธิพิเศษตามที่รัฐบาลประกาศ แต่ในขั้นตอนปฏิบัติกับเป็นไปอย่างตรงกันข้าม กล่าวคือสิทธิพิเศษก็ไม่ได้ ส่วนสิทธิที่เขาได้กันอย่างปติก็ดันถูกตัดสิทธิอีก” ประภาส ระบุ
 
 
 
 
เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาโดยคืนสิทธิการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวให้แก่เกษตรกร
เรียน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ กษ 1012 /ว 594 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2556

ตามที่พรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ดราคาเกวียนละ 15,000 บาท ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 เป็นสัญญาประชาคม ดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกเกวียนละ 15,000 โดยทันที เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

การดำเนินนโยบายตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้กำหนดให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการได้ 2 ครั้ง ต่อปีการผลิต รายละเอียดดังนี้
ครั้งที่ 1 เรียกว่า ข้าวนาปี กำหนดให้เกษตรกรต้องปลูกข้าว ระหว่าง 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม
 
ครั้งที่ 2 เรียกว่า ข้าวนาปรัง กำหนดให้เกษตรกรต้องปลูกข้าว ระหว่าง 1 พฤศจิกายน - 30 เมษายน
 
สรุปความคือ ใช้วันปลูกข้าวเป็นหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการรับจำนำเรื่อยมา 
 
จนกระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน 2556 กรมส่งเสริมการเกษตรมีหนังสือเวียน ความละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เปลี่ยนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการรับจำนำปีการผลิต 2556/2557 ดังนี้
 
1. ยกเลิกการนับรอบปลูกข้าวนาปี นาปรัง
 
2. ใช้เกณฑ์วันเก็บเกี่ยวข้าวแทนวันปลูกข้าว
 
3. โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนำปีการผลิต 2556/2557 ต้องเก็บเกี่ยวข้าวระหว่าง 1 ตุลาคม 2556 - 30 กันยายน 2557 
 
การเปลี่ยนหลักเกณฑ์ข้างต้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ด้วยการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทำความเข้าใจให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรับทราบหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อปรับรอบการปลูกและการเกี่ยว ก่อนที่หลักเกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ แต่กลับประกาศหลักเกณฑ์ซึ่งมีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลายหมื่นครัวเรือน ต้องเสียสิทธิการนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการรับจำนำ เพราะจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกของฤดูกาลผลิต 2556/2557 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2557 สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างมหาศาล กว้างขวางครอบคุลมทั่วทุกพื้นที่
 
ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำหน้าที่บริหารประเทศและนำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ไปปฏิบัติ เมื่อเกิดปัญหาอันเกิดจากการดำเนินนโยบายส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แสวงหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน
 
เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐมขอให้พรรคเพื่อไทย เร่งนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นที่ต่อรัฐบาล เพื่อคืนสิทธิการเข้าร่วมโครงการรับจำนำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน 
 
หากภายในกำหนดเวลาดังกล่าวพรรคเพื่อไทยมิได้ดำเนินการใดๆ ที่แสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐมมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการกดดันขั้นต่อไป เพื่อให้ปัญหาของเกษตรกรได้รับการแก้ไข 
 
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพรรคเพื่อไทยจะได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ ในนโยบายที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชนโดยเร่งด่วน
 
ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดนครปฐม
18 ส.ค.2556

 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์