ประชุมร่วมรัฐสภาแก้ รธน.ที่มา ส.ว. 2 วัน เริ่มพรุ่งนี้ (20 ส.ค.)

 

19 ส.ค. 56 - เว็บไซต์เดลินิวส์รายงานว่าที่ห้องประชุม 3701 อาคารรัฐสภา 3 มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย  ซึ่งไม่มีตัวแทนจากวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมตามที่ได้แถลงข่าวไว้ในช่วงเช้า ซึ่งการประชุมมีเพียงวิปรัฐบาลและวิปวุฒิสภา โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธาน

นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับวิปวุฒิสภา ว่า มติวิปทั้ง 2 ฝ่าย ระบุว่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาจำนวน 2 วัน คือวันที่ 20 – 21 ส.ค. นี้ เวลา 09.30 – 22.00 น.และจะมีการถ่ายทอดผ่านช่อง 11 ในเบื้องต้น ไม่มีตัวแทนของวิปฝ่ายค้านมาร่วมประชุม แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะสามารถที่จะพูดคุยภายในห้องประชุมได้ โดยตนจะเป็นผู้ไปพูดคุยเอง  ส่วนที่มีความกังวลว่าจะอภิปรายจะยืดเยื้อไม่เสร็จภายใน 2 วันนั้น ตนขอรับไปดูหน้างานอีกที  แต่ที่ผ่านมาในวาระ1 ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามการประชุมจะยืดเยื้อหรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับประธานในที่ประชุมด้วย โดยนายนิคม ในฐานะรองประธานรัฐสภา  รับปากว่าจะดูแลการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับและไม่ให้อภิปรายในประเด็นซ้ำซ้อน
 
“ผมยืนยันว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 20-21 ส.ค. นี้จะพิจารณาเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว.  เท่านั้น ไม่มีการลักไก่ หรือหยิบยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือมาตรา 68และ237 ขึ้นมาพิจารณา เบื้องต้นอีก 2 ฉบับยังไม่ได้หารือหรือกำหนดวันพิจารณา” นายอำนวย กล่าว
 
ปชป. จัด 80 ส.ส. อภิปรายจี้ประธานอย่าปิดกั้น เตรียมสอบถามปมแปรญัตติไม่ถูกต้อง
 
โพสต์ทูเดย์รายงานว่านายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ส.ส. พรรคว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถือการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 20 ส.ค.เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้เเปรญัตติจำนวนมาก และเมื่อพิจารรณาแล้วเห็นว่ามีญัตติที่ไม่ซ้ำประเด็นกันถึง 80 คน  จึงขอเรียกร้องให้ประธานในประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้เเสดงเหตุผลชี้เเจงข้อดีเสียให้ประชาชนได้ทราบ และไม่มีเหตุใดที่จะปิดกั้น ซึ่งเชื่อว่าระยะเวลาเพียง 2 วันก็น่าจะพิจารณาเสร็จสิ้น หากรัฐบาลไม่ตีรวน
 
ท้ังนี้ ประชาธิปัตย์จะได้สอบถามถึงประเด็นระยะเวลาการแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ทั้ง 3 ฉบับที่ยังมีความสับสน เพราะการพิจารณาในวาระเเรก ประธานได้สั่งปิดประชุม ทั้งที่องค์ประชุมไม่ครบเเละไม่มีการลงมติว่าจะมีการแปรญัตติ 15 วัน ตามข้อบังคับหรือไม่   ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทักท้วงทำให้ประธาน ได้นัดประชุมอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. เพื่อลงมติ ซึ่งทำให้เกิดความสับสนว่าจะเริ่มนับวันเเปรญัตติได้ในวันไหน อีกทั้งประเด็นนี้กระทบกับสส.บางคนที่ขอแปรญัตติหลังจาก 15 วันหากนับตามที่ประชุมครั้งแรก​
 
นายชวนนท์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้รับจดหมายเชิญเข้าร่วมสภาปฎิรูปการเมืองจากนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ  รมช.เกษตรฯ 
 
"​พรรคขอย้ำว่ารัฐบาลต้องเลิกเเสดงละครทางการเมือง เพราะคนที่เชิญ และตอบรับเเล้วนั้นล้วนเเต่เป็นคนสนิทสนม ซึ่งประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่จะไม่เข้าร่วมหากรัฐบาลยังไม่ชะลอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไป"นายชวนนท์กล่าว​
 
 
“ประธานรัฐสภา” งัดข้อบังคับรับมือฝ่ายค้านป่วนถกแก้ รธน. อึกอักงบฯ ดูงาน ตปท.บานตะไท ท้าทุกหน่วยตรวจสอบ ด้าน"สุวิจักขณ์"ร้อน เตรียมจ้อออกทีวีแจงวีกหน้า
 
ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 20 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะเสร็จใน 2 วันหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงแต่ต้องระวังไม่ให้อภิปรายซ้ำซากวกวน ตนเป็นห่วงที่วิปฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุมกับวิปรัฐบาล และวิปวุฒิสภาเพื่อกำหนดกรอบเวลา เพราะจะทำให้การกำกับการประชุมลำบากมากขึ้น แต่ตนจะยึดตามข้อบังคับ ไม่เช่นนั้นไม่รู้ว่าจะยุติอย่างไร ทุกฝ่ายต้องทำตามกติกา 
 
เมื่อถามว่า มองว่าการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับ ส.ว.ก่อน เพื่อให้ทันการเลือกตั้ง ส.ว.ใหม่ในเดือน มี.ค. 2557 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องทำไปตามข้อเท็จจริง กว่าจะถึงเดือน มี.ค. 57 ยังมีเวลา เมื่อถามถึงข่าว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาจลาออกเพื่อไปเคลื่อนไหวนอกสภาฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องการมองต่างมุม จะเหมาะสมหรือไม่ ให้ประชาชนและสังคมเป็นผู้พิจารณา ส่วนตัวเห็นว่าแนวทางประชาธิปไตยไม่น่าเป็นแบบนั้น ควรยึดระบบของรัฐสภา 
 
เมื่อถามว่า มีการตรวจพบว่างบฯ เดินทางไปดูงานต่างประเทศของประธานสภาฯ ใช้เกินวงเงิน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พร้อมให้ตรวจสอบ ทุกอย่างโปร่งใสเป็นไปตามระเบียบราชการจะทำเกินกว่าระเบียบไม่ได้ ตนไม่ได้ล้วงลูกเลขาธิการสภาฯ จะไปไหนก็ต้องยื่นเรื่องขอ ถ้าตรวจสอบแล้วผิดก็ดำเนินการมา 
 
"ส่วนที่ว่าใช้งบเกินโควตา ถ้าเกินตามระเบียบก็เปลี่ยนโอนงบประมาณได้ เพียงแต่ต้องมาดูว่าการใช้นั้นถูกต้องพอเหมาะพอสมไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ดูตรงนี้มากกว่า ส่วนที่มีผู้อภิปรายว่าใช้เงิน 80 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนไมโครโฟนให้ประธาน เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดว่าจะซื้อให้ประธานคนเดียว สังคมฟังก็มองว่าเกินไป ซึ่งขัดหลักข้อเท็จจริง เพราะเป็นการติดตั้งในห้องประชุมสภาฯ และยังเป็นการตั้งขอปี 57 ยังไม่ได้ใช้" ประธานรัฐสภากล่าว
 
เมื่อถามย้ำว่า พบว่าไปเยือนประเทศจีนถึง 3 ครั้งในปีเดียว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้นับว่าไปกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งก็แจ้งสำนักเลขาฯ เพื่อให้ดำเนินการให้ ตนไม่ได้ล้วงลูก ใช้ระเบียบเดียวกันกับทั้ง 35 คณะกรรมาธิการ ส่วนการยื่นให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาฯ ตรวจสอบ ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำเอกสารชี้แจงไป 
 
ด้านนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เพื่อชี้แจงถึงการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐสภา อาทิ การปรับปรุงอาคารสถานที่จัดซื้ออุปกรณ์ และงบเดินทางต่างประเทศ ภายหลังได้รับมอบนโยบายจากประธานรัฐสภา โดยส่วนตัวไม่กังวลเพราะมั่นใจว่าจะชี้แจงได้ทุกประเด็น ยืนยันว่าที่ผ่านมาดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นการสานต่อยุทธศาสตร์ที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับหน้าที่ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรวมถึงข้อเสนอของฝ่ายการเมืองที่แนะนำ ทั้งประเด็นการจัดซื้อนาฬิกา การปรับปรุงห้องทำงาน และการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องเก็บขยะ ที่เป็นไปตามหลักวิชาการ ไม่ได้รู้สึกท้อกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและปรับปรุงให้ดี
 
ภท.มีมติงดออกเสียงร่างแก้ไข รธน.ประเด็นที่มา ส.ว. ชี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
 
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรค โดยมีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานในที่ประชุมว่า พรรคได้หารือร่วมกันเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุมรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.) ที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. ซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วว่ากลุ่ม 40 ส.ว.จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมูญยังไม่ได้วินิจฉัย ประกอบกับพรรคเห็นว่าประเด็นที่มาของ ส.ว.ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขตอนนี้ และความเห็นของ ส.ว.ต่อประเด็นดังกล่าวก็ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีมติที่จะงดออกเสียง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของพรรคจะพิจารณาจากท่าทีของสังคมเป็นหลักว่าสิ่งใดที่ทำแล้วจะเกิดประโยชน์กับสังคมมากที่สุด.
 
 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์