ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกเพิ่ม จาก 3 เป็น 16 ปี คดีเสื้อแดงบุก NBT ขอนแก่น

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกจาก 3 ปี เป็น 16 ปี นายอุดม คำมูล คดีบุก NBT ขอนแก่น แต่จำเลยมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 6 เดือน ไม่รอการลงโทษ ทนายเตรียมฎีกาต่อ

จากกรณีที่ นายอุดม คำมูล ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลในฐานะจำเลยคดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อ 13 ธ.ค.55 ลงโทษตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นบทความผิดที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุก 2 ปี และข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที หรืออาคารสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมความผิดสองกระทง ลงโทษจำคุก 3 ปี และมีเหตุบรรเทาโทษ ลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 56 ASTVผู้จัดการออนไลน์ ศูนย์ข่าวขอนแก่น รายงาน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้นัดฟังคำพิพากษา แต่จำเลย และผู้ประกันไม่เดินทางมาตามนัดหมาย มีเพียง นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช.ภาคอีสาน มาชี้แจงต่อศาลแทน จากนั้นศาลจึงให้นายบุญยงได้เจรจาต่อรองศาล พร้อมกับนัดฟังคำพิพากษาในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้

เมื่อถึงเวลานัด ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์ที่ 6 มีนายอุดม คำมูล จำเลย และทนายความรับฟังการอ่านคำพิพากษา โดยผู้พิพากษาได้อ่านคำตัดสิน ใจความโดยสรุปว่า จำเลยมีความผิดในข้อหาร่วมกันมั่วสุมได้ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และกระทำการอันยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยที่บริเวณอาคารสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และข้อกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

จำเลยกับพวกได้ใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขวัญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จึงพิพากษาให้จำเลยมีความผิด และตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 16 ปี แต่จำเลยมีเหตุบรรเทาโทษจากคำให้การในชั้นสอบสวน จึงลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

ด้านทนายกล่าวภายหลังการฟังคำพิพากษาว่า แนวทางต่อไปคือการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา และมองว่าจำเลยยังได้รับความเมตตาจากศาลอุทธรณ์ เมื่อเทียบกันกับจำเลยคนอื่นในข้อหาเดียวกันของพื้นที่อื่นๆ ที่ตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้นายอุดม ได้ถูกดำเนินคดีร่วมกันตระเตรียมเพื่อวางเพลิงเผาอาคารสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 1 ขอนแก่น ด้วย แต่ศาลชั้นต้น ตัดสินว่าไม่มีความผิดเมื่อวันที่ ธ.ค.ปีที่แล้ว เนื่องจากศาลลเห็นว่าพยานโจทก์ไม่เบิกความยืนยันว่ารู้เห็นถึงการกระทำของจำเลย และมีเหตุสงสัยตามสมควรที่จำเลยกระทำความผิดในข้อหานี้หรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์