มติ 344 ต่อ 140 สภาฯ ผ่าน มาตรา 3 ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง

“อภิสิทธิ์”เสนอ เลือกตั้ง ส.ว.แบบแบ่งกลุ่มเขตละ 5 คน ปธ.กรรมาธิการ แจงเลือกแบบแบ่งกลุ่มเขต พื้นที่คนน้อยกว่าเสียเปรียบ สุดท้ายมติ 344 ต่อ 140 สภาฯ ผ่าน มาตรา.3 ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง

28 ส.ค.56 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา ส.ว. ที่คณะกรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 เป็นวันที่ 5 โดยยังคงพิจารณาอยู่ที่ มาตรา 3 ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา 111 เพื่อให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง 200 คน และแก้ไขมาตรา 112 ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยการเลือกตั้ง และให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และหากในจังหวัดใดที่มี ส.ว.ได้มากกว่า 1 คน ให้ผู้ที่ลงเลือกตั้งซึ่งได้คะแนนสูงสุด เรียงตามลำดับจนครบจำนวน

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ได้มีการลงมติ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างของคณะกรรมาธิการ ด้วยคะแนนเสียง 344 ต่อ 140  งดออกเสียง 32 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

“อภิสิทธิ์”เสนอ เลือกตั้ง ส.ว.แบบแบ่งกลุ่มเขตละ 5 คน

ก่อนหน้านั้น เดลินิวส์ออนไลน์ รายงาน เวลา 19.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมการแก้ไขในมาตรา 3 ถึงยาวนานหลายวัน เพราะการแก้ไขมาตรานี้จะส่งผลสำคัญต่อการดุลยอำนาจ และโครงสร้างของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อย่างในต่างประเทศเขาไม่กล่าวหาว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหาไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะบทบาทหน้าที่มันคนละอย่างกับส.ส. อย่างประเทศอเมริกาที่ระบุชัดว่า ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชน สภาสูงเป็นตัวแทนมลรัฐ โดยขอเสนอให้มีการคัดเลือก ส.ว.ระบบเลือกตั้งแบบเลือกผู้แทน ซึ่งตนเห็นด้วยกับจำนวน ส.ว.200 คนแต่เราน่าจะกำหนดให้มีการแบ่งเเป็นกลุ่มเขตจังหวัด ซึ่งแต่ละเขตจะมี ส.ว.ทั้งหมด 5 คน 200 คนก็คือ 40 เขตทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถเลือกได้เพียงเสียงเดียว โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับตัวจังหวัด ถ้าเราจะคิดแต่ยึดโยงประชาชนแล้วไม่เดินไปข้างหน้า เราจะทำอย่างไร รัฐธรรมนูญปี 40 ที่ผ่านมาทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจของประเทศจนทำลายองค์กรอิสระไปมากแล้ว แม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยระบุในปี 49 ว่าเราจะต้องรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่กรรมาธิการกลับนำสิ่งที่ล้มเหลวแล้วกลับมาใช้ใหม่ ตนจึงสงสัยว่ากรรมาธิการไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์บ้างหรืออย่างไร

 

ปธ.กรรมาธิการ แจงเลือกแบบแบ่งกลุ่มเขต พื้นที่คนน้อยกว่าเสียเปรียบ

จากนั้นนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯชี้แจงว่า การที่จะใช้การแบ่งกลุ่มจังหวัด 40 กลุ่มเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละกลุ่มมีส.ว.ได้ 5 คนนั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยเพราะคำนึงการปฏิบัติในการเลือกตั้งที่ ส.ว. 1 จะมีสัดส่วนต่อประชาชนประมาณ 1.6 แสนคน ต่างจากแบบแบ่งเขตจังหวัดที่ ส.ว. 1 คน จะมากจากประชาชน 325,000 คน หากใช้การเลือกตั้งแบบกลุ่มจังหวัด เช่น จ.เชียงราย มีประชากร 1.2 ล้านคน รวมกับ จ.พะเยา มีประชากร 4 แสนคน เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งอาจไม่ได้ ส.ว. จาก จ.พะเยา เลย เพราะพื้นที่ที่มีประชากรน้อยกว่าจะเสียเปรียบ และกรรมาธิการก็คิดว่าถ้าใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ส.ว. 200 คน ก็จะมีความแตกต่างจากที่มาส.ส. ที่มีจำนวนผู้แทน 375 คนอยู่แล้ว

 

อภิสิทธิ์ย้อน เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “คนดีของจังหวัด แต่เป็นคนเลวระดับชาติหรือไม่”

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงอีกครั้งว่า คณะกรรมาธิการฟังในสิ่งที่ตนพูดไม่เข้าใจในเรื่องการจัดเขตเลือกตั้ง เพราะไม่จำเป็นว่าต้องแบ่งเป็นกลุ่ม แต่สามารถผ่าจังหวัดเพื่อเป็นเขตเลือกตั้งก็ได้ ส่วนตัวอย่างที่ นายสามารถ เสนอ นั้นเป็นการคิดแทนประชาชนใช่หรือไม่ และตรรกะในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งก็ผิด เพราะอยากถามว่าทำไมคน จ.ระนอง กับคนกรุงเทพ ถึงได้เลือก ส.ว. คนละรูปแบบกัน อีกทั้งของถามว่าเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “คนดีของจังหวัด แต่เป็นคนเลวระดับชาติหรือไม่”

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์