'ผู้บริโภค-รสนา' นำทีมเดินหน้าฟ้อง 'ศาลปกครอง' ระงับปรับราคาแอลพีจี

เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ยื่นศาลปกครองฟ้อง “ยิ่งลักษณ์-ครม.-กพช.-กบง.-รมว.พลังงาน” ขึ้นราคาแอลพีจีไม่เป็นธรรม ขอศาลคุ้มครองชั่วคราวและยกเลิกเพิกถอน มติ ครม.เห็นชอบขึ้นก๊าซหุงต้ม
 
 
วันนี้ (29 ก.ย.56) ที่ศาลปกครองสูงสุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพมหานคร ยื่นฟ้องร้อง 5 บุคคล ได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี

 
เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ระบุว่า บุคคลทั้ง 5 คน พิจารณาปรับราคาก๊าซแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน โดยไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังยื่นขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและยกเลิกเพิกถอน มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ส.ค.56 ที่เห็นชอบให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี โดยให้ปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ไปจนกว่าจะถึงราคาต้นทุนที่หน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ที่กิโลกรัมละ 24.82 บาท หรือจนถึงเดือน ส.ค.57 จากที่ปัจจุบันมีราคากิโลกรัมละ 18.13 บาท

 
อีกทั้งขอให้เห็นชอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ภาคครัวเรือน ไว้ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ไปจนกว่าจะมีมติที่ชอบด้วยกฎหมายให้ปรับขึ้นราคา 

 
เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายฯ ได้มีหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องขอให้รัฐบาลหยุดการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี และขอให้ดำเนินการปฏิรูปกิจการพลังงานของประเทศโดยเร่งด่วน โดยขอให้กระทรวงพลังงานมีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการมายังเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทยภายในวันที่ 28 ส.ค.2556 แต่ทางเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทยไม่ได้รับหนังสือใดๆ ตอบกลับจากกระทรวงพลังงาน ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงได้มีการเคลื่อนไหวในวันนี้เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามข้อเรียกร้อง

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องที่เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทยยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ยังยืนยันตามข้อเรียกร้องเดิม ประกอบด้วย 1.หยุดการขึ้นราคาแอลพีจี และให้ยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 ส.ค.56 2.ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบต้นทุนราคาก๊าซแอลพีจี 3.ให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่เป็นธรรม 4.ยกเลิกการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากประชาชน 5.จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปพลังงานแห่งชาติขึ้นโดยเร็ว และ 6.รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

 
ต่อมาในช่วงบ่าย ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทยได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงท่าทีของเครือข่ายฯ ต่อการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน บริเวณป้ายโดยสารรถสาธารณะหน้า ปตท. สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีฯ

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์