ผู้ตรวจการฯ ยุติสอบจำนำข้าวเหตุไม่มีอำนาจ ระบุพบส่อทุจริต แนะใช้ ‘ประกันรายได้’

ผู้ตรวจการแผ่นดินยุติสอบปมรับจำนำข้าวเหตุไม่มีอำนาจส่งศาลวินิจฉัย ระบุพบส่อทุจริต ทำหนังสือแจ้งนายกฯ ปรับนโยบาย แนะใช้ ‘ประกันรายได้’ ช่วยชาวนา กำหนดราคาใกล้ราคาตลาด-เหมาะสมต้นทุน เปิดการประมูลอย่างเปิดเผย ส่งข้อมูลที่ระบุชื่อบริษัท-ชื่อบุคคลที่ทุจริตให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

4 ก.ย.56 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกและรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายวรา จันทร์มณี และคณะเครือข่ายหยุดผูกขาดตลาดข้าว รวมถึงกรณีนายปราโมทย์ วานิชานนท์ และคณะ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีในการดำเนินโครงการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีพฤติการณ์ส่อทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในประเทศ จึงขอให้ผู้ตรวจการฯ เสนอเรื่องและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง เพื่อวินิฉัยต่อไป ซึ่งนายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้ ได้พิจารณาตามพยานหลักฐานและเห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 มิใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมติของคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบตามนโยบายรับจำนำข้าวเปลือก เป็นการใช้อำนาจในฐานะรัฐบาล มิใช่ปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 13 (1) (ก)  แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการฯ ที่จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ตามมาตรา 14 (1) (2) แห่ง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกัน ประกอบกับประเด็นอยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จึงให้ยุติการพิจารณาตามมาตรา 29 (1) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552

นายรักษเกชากล่าวอีกว่า แม้ว่าผู้ตรวจการฯ จะยุติการพิจารณาประเด็นดังกล่าว แต่พบว่านโยบายยังมีปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้น วานนี้ (3 ก.ย.) จึงมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อพิจารณานโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2556/2557 ดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาใช้นโยบายประกันรายได้มาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง เนื่องจากวิธีการรับจำนำข้าวเปลือกได้เกิดปัญหา เช่น บิดเบือนกลไกตลาด มีข้าวค้างอยู่ในคลังเป็นจำนวนมาก รวมทั้งข้าวที่เก็บไว้ในคลังเสื่อมคุณภาพ เพราะระบายไม่ทัน ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ และมีปัญหาการทุจริตในทุกขั้นตอน เอื้อประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม 2.ขอให้พิจารณารับจำนำข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ใกล้เคียงกับราคาตลาดทั่วไป 3.ขอให้พิจารณากำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิดให้เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล แยกคุณภาพและพันธุ์ข้าวที่รับจำนำให้ชัดเจน 4.ขอให้พิจารณากระบวนการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพของข้าวสารที่สีแปรรูปแล้วก่อนจะนำเข้าจัดเก็บในคลังของรัฐบาล โดยจำกัดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน และมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเหมาะสมตลอดเวลา และ 5.ขอให้พิจารณาการระบายข้าวในคลังของรัฐบาล โดยเปิดการประมูลอย่างเปิดเผยเป็นที่ทราบแก่บุคคลทั่วไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

เมื่อถามว่าข้อเสนอแนะที่มีไปยังรัฐบาลแนะนำให้ทบทวนนโยบายจำนำข้าวหรือไม่ นายรักษเกชากล่าวว่า ในที่ประชุมผู้ตรวจการฯ มีการพูดถึง แต่ไม่ถึงกับให้ยกเลิก เพียงแต่เห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวหากทำในระยะยาวจะก่อภาระงบประมาณ ถ้าจะทำก็ทำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และถ้ารัฐมองว่าอยากให้ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงควรจะพิจารณาโครงการที่สามารถให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคงมากกว่า ส่วนข้อเสนอแนะต่างๆ หากนายกรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามนั้น โดยอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ไม่สามารถทำอะไรได้ ทางผู้ตรวจการฯ จะทำรายงานเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติ

นายรักษเกชากล่าวว่า ผู้ตรวจการฯ ส่งข้อมูลการพบทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวที่ได้ลงพื้นที่ไปให้ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยการส่งไปให้ ป.ป.ช. แม้ไม่มีการร้องขอ ถือเป็นเรื่องปกติที่กฎหมายให้ผู้ตรวจการฯ สามารถทำได้ และข้อมูลที่ส่งไปมีการระบุชื่อบริษัท ระบุชื่อบุคคล ที่พบว่าร่วมทุจริตในโครงการดังกล่าว แต่ผลการตรวจสอบยังไม่ถึงระดับที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เพียงแต่หากนำข้อมูลที่ส่งไปไปสอบขยายผลอาจจะสาวถึงต้นตอได้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์