จดหมายถึง "แขก": คิดถึงชายชาวปัญจาบในเชียงใหม่คนนั้น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
ถึงเดฟ...
 
เรารู้จักกันน้อยมากแต่ไม่รู้ทำไมตอนที่ทราบข่าวว่าคุณถูกจับและถูกฝากขังโดยไม่มีใครไปประกันตัว ผมรู้สึกโกรธ หัวเสีย และรู้สึกว่าตนต่ำต้อยด้อยค่าที่ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้ และคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะหาเวลาไปเยี่ยมคุณก่อนที่คุณจะถูกส่งตัวกลับไปยังอินเดีย
 
ผมเคยนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารเล็กๆ ของคุณสองครั้ง มันเป็นร้านอาหารที่ไม่เหมือนร้านอาหารที่คนไทยคุ้นเท่าไหร่ มันคล้ายบ้านที่คุณพยายามสร้างมัน คุณมีโซฟายาวเอาไว้นั่งเล่น มีทีวีไว้เปิดมิวสิควิดีโอจากรัฐปัญจาบที่คุณชื่นชอบ นอกจากนั้น ก็จะมีเพียงโต๊ะเล็กสองสามโต๊ะเอาไว้ให้ลูกค้านั่ง ผมผ่านร้านคุณทีไร รู้สึกใจหายเพราะแทบไม่มีคนเลย คนไทยส่วนมากไม่คุ้นกับร้านแบบนี้กระมัง เค้ามักไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ที่ขนาบร้านของคุณกันเสียส่วนมาก ทั้งที่อาหารอินเดียสไตส์ปัญจาบของคุณอร่อยมาก ผมชอบซาโมซ่าและชาอินเดียที่เพื่อนนำไปเลี้ยงเป็นอาหารว่างที่ร้านบุคฯ เชียงใหม่มาก จากนั้น ผมก็ตามไปกินอีก ครั้งแรกผมกินแกงไก่กับเนย ส่วนครั้งที่สองคือโรตีกับดาล อาหารของเดฟครบเครื่องอินเดียและรสนุ่มนวลมาก ผมจำได้ เดฟเล่าให้ผมฟังว่า เดฟทำอาหารให้คนที่นี่กินเหมือนกับตอนที่ทำให้คนในครอบครัวที่ปัญจาบกิน ผมจำได้อีกว่า คุณเล่าถึงช่วงเวลาช่วยแม่ทำอาหารในครัว มันหน่อยแต่มีความสุขขนาดไหน ทุกครั้งที่คุณทำอาหารให้คนที่นี่กิน คุณนึกถึงบ้าน และคุณก็อยากให้ที่นี่เป็นบ้านของคุณ
 
ใช่ ร้านอาหารคุณคือร้านอาหารอินเดียเล็กๆ ไร้นาม ตั้งอยู่หน้าวัดร่ำเปิง คุณเองก็เป็นคนอินเดียที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย ผมจำสีหน้าครั้งแรกของคุณหลังจากบทสนทนาของเราเริ่มต้นได้ มันมีแววตาตื่นตระหนกและกังวลปะปนอยู่ คุณพยายามเล่าให้ผมฟังว่ากำลังทำเรื่องต่อวีซ่าอยู่พร้อมทั้งอธิบายถึงขั้นตอนที่ยุ่งยากมากมาย...หากวันนั้น ผมไม่ใจร้อนตัดบทสนทนาของเราไป ผมคงเข้าใจปัญหาของคุณมากขึ้น วันนั้นผมบอกไปว่าคุณไม่ใช่ปัญหา...แต่ปัญหาคือกฎหมายของไทยที่งี่เง่าและชาตินิยม...ผมขอโทษด้วย ผมดูถูกกฎหมายไทยเกินไป ไม่คาดคิดว่าความศักดิ์สิทธิ์ของมันจะทำงานรวดเร็วกระทั่งไม่กี่วันหลังจากที่เราคุยกัน จะมีคนไปแจ้งความจับคุณในข้อหาลักลอบเข้าเมือง
 
ผมจำได้ดี ก่อนที่คุณจะถูกจับ คุณบอกกับผมเสมอว่าดินแดนปัญจาบของคุณนับถือศาสนาซิกซ์และมีโบสถ์ขนาดใหญ่ที่คอยดูแลคนยากจน กระนั้น สงครามทางเชื้อชาติและศาสนาระหว่างฮินดูกับซิกซ์ก็ได้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงของนางอินทิรา คานธี คุณไม่ได้บอกผมว่าคุณอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ แต่แววตาคุณเศร้ามากหลังจากบอกผมว่ามีคนตายนับแสนคน ส่วนที่เหลือก็ระหกระเหเร่ร่อนออกนอกประเทศ ผืนดินปัญจาบที่คุณบอกว่าดินดี ปลูกอะไรก็โตและอร่อยได้ถูกทอดทิ้ง ดินแดนปัญจาบกลายเป็นแดนอันตราย เจ้าหน้าที่ส่วนกลางเดินเข้าโบสถ์โดยไม่ถอดรองเท้า ผู้คนพกปืน ปัญหาความยากจน อาชญากรรม ฯลฯ คุณเคยบอกผมว่า ปัญจาบเป็นดินแดนน่าอยู่แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว คุณเคยบอกผมด้วยซ้ำว่า ผมน่าจะลองไปเยือนดูสักครั้ง ใช่ คุณบอกกับผมแบบนี้สี่ครั้ง ผมพยักหน้าทุกครั้ง คุณยิ้มแล้วบอกว่าคิดถึงบ้าน
 
นอกจากสงครามคุณยังบอกกับผมถึงความหวังในเมืองไทย คุณอยากเปิดร้านใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพราะคุณเชื่อว่าต้องมีคนกินอาหารของคุณและต้องขายได้ดี ผมก็เชื่อเช่นนั้น แต่ติดที่ว่าคุณไม่มีเงิน ลำพังค่าเช่ารายเดือน3,000 บาท คุณยังต้องลำบากอดออมแทบแย่ ทั้งยังมีอีกสี่ปากท้องที่ทั้งรอและช่วยคุณอีก แฟนคุณที่เป็นคนไทยและลูกติดอีกสามคนดูแล้ว รักคุณมากนะ ผมเห็นรอยยิ้มของแฟนเดฟแล้วรู้สึกเลยว่าเธอมองข้ามความเป็น "แขก" ของเดฟไปหมดแล้ว เธอบอกกับผมว่า เดฟหน้าดุแต่จริงๆ ใจดี รักเด็ก ทำอาหารอร่อย ผมก็เห็นนะเดฟ เห็นลูกของเธอสามคนสนิทกับเดฟดี ลูกสาวคนเล็กก็กระโดดขี่คอเดฟเหมือนขี่คอพ่อ ส่วนพี่ชายของเขาอีกสองคนก็ชอบอาหารอินเดีย ชอบโรตีไปแล้ว
 
ผมเห็นครอบครัวของเดฟที่เชียงใหม่แล้วอดนึกความอบอุ่นและความหมายของคำว่าบ้านไม่ได้ ผมเชื่อว่าเดฟคงพยายามทำให้ที่นี่เป็นบ้าน เดฟคงไม่ได้มาเมืองไทยเพื่อกอบโกยเงินทองหรือมาแย่งงานคนอื่นทำแบบที่เข้าใจกันผิดๆ หรอก คนเราเวลาจากบ้านพลัดถิ่นไปอยู่แดนอื่น ก็ต้องพยายามสร้างที่ใหม่ให้กลายเป็นบ้านแบบเดฟทั้งนั้นแหละ เพราะพวกเราคือคนที่มีความหวังใช่ไหม มนุษย์ที่มีความหวังเท่านั้นจึงจะมีพลังในการยืนหยัดสร้างพื้นที่ให้กับตนเองได้อย่างคนที่มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับคนอื่นๆ
 
ผมจำได้ว่าหลังจากกินอาหารของเดฟในวันแรก พอเดฟเห็นว่าเราคุยกันถูกคอก็เดินไปเปิดเบียร์ให้หนึ่งขวดพร้อมกับยื่นบุหรี่ให้สูบ ณ นาทีนั้น ผมเชื่อว่าเดฟมองผมเท่ากับตัวเอง เราเท่ากันในมิตรภาพของเรา ผมก็ไม่เคยคิดว่าเดฟจะเป็นใครหรือมีสถานะทางกฎหมายอย่างไร มนุษย์สมควรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเสรีภาพในการใช้ชีวิตและเสมอภาคในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การนำเอากฎหมายมาบังหน้าหรือเป็นเครื่องมือกำหนดความสัมพันธ์ของเราหรือความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน ผมคิดว่ามันทำให้เราไม่ต่างจากสัตว์ ไม่ต่างจากการสันสะพาย ยอมรับการควบคุม บงการแม้กระทั่งในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ผมรู้เดฟ ที่ผมพูดแบบนี้ได้เพราะผมมันเป็นคนที่กฎหมายคุ้มกะลาหัวแล้ว ส่วนคุณไม่มี สถานะทางกฎหมายจึงสำคัญมากสำหรับคุณ แต่ก็อย่างที่คุณแสดงออกมาให้ผมเห็น บางครั้ง คุณก็อยากมีอิสระภาพในความเป็นคนบ้าง คุณก็อยากแค่ให้คนอื่นเห็นคุณเป็นคนก่อนที่จะเป็นคนชาติไหนหรือมีสัญชาติหรือไม่
 
เรื่องเล่าล่าสุดที่คุณบอกให้ผมฟัง คือ คุณทะเลาะเบาะแว้งกับร้านข้างๆ ซึ่งเขาชอบมาว่าคุณเรื่องสูบบุหรี่ เนื่องจากกลิ่นมันลอยไปทั่วแม้คุณจะยืนยันว่าคุณสูบในร้านก็ตาม ในขณะที่ตัวคุณเองก็เริ่มรำคาญเสียงดังจากร้านข้างๆ ที่ตื่นแต่เช้ามืดมาเตรียมอาหารทั้งสับ หั่น ทุบ ฯลฯ ทำให้คุณนอนไม่หลับ คุณเล่าให้ฟังว่าคุณเคยขู่เขาด้วยภาษามือว่าจะไปตีหัวหากไม่ยอมหยุด ปรากฏว่าได้ผล...แต่หลังจากนั้น ร้านข้างๆ ก็นำเอาป้ายห้ามสูบบุหรี่มาแขวนไว้ตรงกึ่งกลางระหว่างร้าน...ผมจำได้อีกว่าคุณเปรียบเทียบกรณีนี้กับความขัดแย้งทางศาสนาและรัฐชาติระหว่างอินเดียกับปากีสถาน เวลาคุณเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังมันเหมือนคุณเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก คุณมีทั้งข้อมูลและการวิเคราะห์มากมาย แต่สงครามระหว่างร้านของคุณมันไม่จบง่ายๆหน่ะสิ คุณเล่าให้ผมฟังเองว่าความล้ำลึกของการเข้าใจผิดนั้นมันตลกและมีพลังขนาดไหน
 
เดฟ...คุณเล่าให้ผมฟังว่า ป้าร้านข้างๆ เข้าใจว่าคุณเป็นมุสลิมจึงแกล้งคุณด้วยการเอาหมูมานั่งกินหน้าร้านพร้อมทั้งตะโกนว่าอร่อยจริงโว้ย...แฟนคุณบอกเธอไปกี่ครั้งว่าคุณเป็นปัญจาบบี เธอก็ไม่เชื่อ เหมือนว่าเธอจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าแขกทุกคนคือมุสลิมและไม่กินหมู คุณเล่าให้ผมฟังว่า คุณชอบกินหมูกับไก่และมีวิธีการปรุงให้มันอร่อยเยอะมาก แต่คุณไม่กินเนื้อวัว วันนั้น เราเล่าเรื่องนี้กันอย่างตลกขบขัน แววตาของคุณฉายแววความหวังพร้อมบอกว่า คุณคิดหาทางยุติเรื่องความขัดแย้งได้แล้ว เพราะคุณเตรียมย้ายร้านไปอยู่อีกมุมหนึ่งของตึกแถว มันเป็นร้านที่กว้างกว่าเดิม ค่าเช่าแพงกว่านิดหน่อย แต่คุณเลือกความสบายใจ วันนั้น ผมก็รู้สึกดีใจด้วย นึกไปในอนาคตอันใกล้ว่าจะได้นั่งในร้านอาหารอินเดียที่ตบแต่งแบบอินเดียมากขึ้น ตบแต่งตามแบบที่เดฟเล่าให้ฟัง
 
เดฟ...ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก ที่ไม่ทันคิดว่าอคติทางชาติพันธุ์ในเมืองไทยมันรุนแรงมาก ทั้งๆ ที่ผมก็บอกกับเดฟว่าผมเคยทำวิจัยเรื่องอะไรมาบ้าง ในเมืองไทยปัญหาเรื่อง "แขก" เป็นปัญหาใหญ่ที่ซึมลึกมานาน แขกมีความหมายที่ดีแง่เดียวคือแปลว่าผู้มาเยือน คนเชียงใหม่มักนิยมใช้คำว่า "ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือน" เพื่อต้อนรับบุคคลมีสถานะบ้าง นักท่องเที่ยวบ้าง ผมไม่ชอบคำนี้หรอกเพราะมันไม่จริง มันใช้โฆษณาชวนเชื่อ ส่วนมากจะใช้กับ คนรวย คนกรุงเทพ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และฝรั่ง จริงๆ "แขกแก้ว" ของคนเชียงใหม่ก็มีไว้หลอกเอาตังค์เท่านั้นแหละ ส่วนความหมายของแขกในแง่มุมอื่นๆ ผมคิดว่าเดฟได้ตระหนักกับตัวเองดีแล้ว แขกในความหมายแย่ๆ ที่คนไทยมักเข้าใจคือ พวกเข้ามาแย่งการทำมาหากิน เป็นคนอินเดีย มุสลิม สกปรก ตัวเหม็น บางครั้งก็ถูกทำให้เข้าใจไปในเรื่องเพศ ยิ่งคนที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายด้วยแล้ว บางครั้งก็ถูกทำให้เข้าใจไปในเรื่องที่อันตรายและเป็นภัยคุกคามชีวิต
 
ผมก็ไม่รู้ว่าคนไทยหรือคนเชียงใหม่เข้าใจแบบนี้ไปตั้งแต่ตอนไหนนะเดฟ แต่เท่าที่ทราบ มันน่ากลัวมาก คนไทยอาจไม่อบอุ่นแบบที่เดฟคิด ความเป็นไทยในประเทศนี้ได้ฆ่าคนไปมากมายแล้ว ความเป็นไทยคือความชอบธรรมสูงสุด มันเป็นอุดมการณ์ที่อำมหิตที่สุดในประเทศนี้ มันทำให้คนฆ่ากันได้ไม่ต่างจากสงครามศาสนาในอินเดียที่เดฟจากมาหรอก ยิ่งคนที่ไม่ใช่ไทย ยิ่งเป็นแรงงานข้ามชาติ ความเป็นไทยไม่เคยอนุญาตให้มีชีวิตเล็ดลอดไปได้หากปราศจากการลงทะเบียน ยังดีนะ ผมเชื่อว่าเดฟที่ถูกคุมขังอยู่อาจถูกส่งกลับอินเดีย กรณีที่ผมทราบในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย ระยอง สมุทรปราการ และสมุทรสงคราม มีศพแรงงานพม่านิรนามรายวันเลยทีเดียว ผมไม่รู้ว่าทำไม ไม่มีการลงข่าวกันบ้างว่า นายจ้างคนไทยใจโหดฆ่าหมกแรงงานจากพม่า ทุกวันนี้มักมีข่าวแต่เรื่องแรงงานต่างด้าวทำร้ายและฆ่านายจ้าง แค่นี้ก็เดาได้แล้วว่ามันไม่มีความยุติธรรมจากประเทศคลั่งชาตินี้หรอก ความยุติธรรมในประเทศนี้มันมีอคติทางเชื้อชาติและศาสนาซ่อนเร้นอยู่ ผมไม่อยากเดาว่าคนที่ไปแจ้งจับเดฟคือใคร ถึงคนๆ นั้นจะผิดและไร้มนุษยธรรมแต่ก็เชื่อว่าสังคมไทยส่วนใหญ่จะออกมาปกป้องหรืออย่างน้อยก็ไม่ต่อความยาว สาวความยืด
 
ประเทศนี้มันมีปัญหาเดฟ มันเป็นประเทศของคนตาบอด ประเทศของคนที่หลงใหลในความยิ่งใหญ่อันจอมปลอมของตัวเอง คลั่งไคล้ไปกับวัฒนธรรมลวงตาจนมองไม่เห็นปมอัปลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ ครั้งต่างชาติวิจารณ์ก็บอกว่าเป็นคนนอก พอคนชาติเดียวกันวิจารณ์ก็บอกเป็นนัยว่าทรยศชาติ
 
บอกตามตรง ผมหวนนึกถึงภาพครอบครัวและความเป็นบ้านในร้านอาหารของเดฟมาก บ้านไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติหรือกฎหมายมาขวางใช่ไหม มิตรภาพก็เช่นเดียวกัน ผมรู้ดีว่าเดฟคงห่วงแฟนและลูกๆ ด้วย เพราะเธอตกงานแถมเด็กก็กำลังโต ผมทราบข่าวมาว่าแฟนเดฟได้รับการประกันตัวแล้วนะ ข้อหาช่วยเหลือคนลักลอบเข้าเมืองนั้นประกันตัวได้ ผมแอบหวังลึกๆ ว่าเดฟคงได้กลับมาเจอครอบครัวอีกโดยไม่ต้องถูกจับ เด็กคงคิดถึงเดฟแน่นอน
 
ส่วนตัวผมเอง นอกจากโทษตัวเองแล้วคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการขีดๆเขียนๆ บอกเล่าเรื่องราวต่อไป ทั้งเรื่องราวของเดฟและคนที่มีชะตากรรมคล้ายกัน การเขียนมันเปลี่ยนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกเดฟ โลกนี้มันสกปรกเกินเยียวยาได้ด้วยกระดาษไม่กี่หน้า แต่มันอาจช่วยให้คนได้คิดและตั้งคำถามมากขึ้นได้ ผมขอโทษด้วยที่เขียนถึงเดฟเป็นภาษาไทยเพราะอยากให้คนไทยได้รับรู้ หากมีเวลากว่านี้ผมจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษไปให้อ่านนะ
 
ผมภาวนาต่อพระเจ้าของเดฟว่าอย่าให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับเดฟเลย หากต้องส่งกลับบ้านก็อย่ามีการทำร้ายร่างกาย อย่าได้มีการขังลืม และขอให้เดฟกลับมาเจอครอบครัวอีกครั้ง
 
ยังคิดถึงรสชาติอาหารของเดฟและมิตรภาพที่เกิดในช่วงเวลาสั้นๆเสมอ
 
จุ้ย
 
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์