Uniform ว่าด้วยเครื่องแบบและชุดทำงาน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
"กูเป็นนิสิตนักศึกษา
เจ้าขี้ข้ารู้จักกูหรือไหม 
หัวเข็มขัด กลัดกระดุม ปุ่มเน็คไทร์ 
หลีกไปหลีกไปอย่ากีดทาง" 
 
กลอนบทนี้ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญให้นักศึกษามหาวิทยาลัยยอมโน้มตัวเองเข้าหาสังคมในยุคหลังสายลมแสงแดด และเป็นแรงขับดันอันหนึ่งสำหรับการต่อต้านชุดนักศึกษาในยุคแสวงหาครั้งที่สองหลังวิกฤตศรัทธา เพื่อหาคุณค่าใหม่ทางสังคมหลังจากชุดที่ (รุ่นพี่) เราเคยศรัทธาเสื่อมมนต์ขลังไปในช่วงทศวรรษ 1980s 
 
สมัยนั้นคนจำนวนไม่น้อยในธรรมศาสตร์แต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงยืน (แม้กระโปรงก็เป็นผ้ายีน) และรองเท้าแตะเป็นสำคัญ ศาสตราจารย์คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดี ธรรมศาสตร์ในยุคนั้น ไม่ได้บังคับใช้ระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบนักศึกษาด้วยซ้ำไป เพียงแต่ต้องการให้นักศึกษาแต่งกายให้ "สุภาพ" ตามมาตรฐานสังคมในสมัยนั้นคือเสื้อ (ต้องไม่ใช่สื่อยืด) และเอาใส่ไว้ในชายกางเกงหรือกระโปรง พวกเราก็ไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลว่า มันเป็นเสรีภาพในร่างกายของเรา เราสามารถทำการศึกษาเล่าเรียนได้ด้วยการแต่งกายแบบนี้ มันไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆต่อการศึกษาเลยสักนิดเดียวและที่สำคัญมันก็เหมือน "ชาวบ้าน" ทั่วไปดีด้วย ไม่แปลกแยกกับสังคม แต่ในเวลานั้นท่านอธิการก็ยังเห็นว่า นักศึกษาควรแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป จึงต้องแต่งตัวต่างออกไป เถียงกันบนจุดยืนคนละแบบสุดท้ายก็ประนีประนอมว่า ให้แต่งกายในชุดสุภาพในเวลาสอบ (ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเครื่องแบบนักศึกษา) ก็เห็นว่าอยู่กันมาแบบนี้ได้หลายปี จนกระทั่งการย้ายธรรมศาสตร์ไปรังสิตแนวคิดที่จะบังคับนักศึกษาให้แต่งกายด้วยเครื่องแบบเหมือนกันก็ถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวดอีก นักศึกษายุคหลังจึงแต่งกายด้วยชุดนักศึกษา แม้ว่าสำหรับหลายคน โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงดูยังไงก็ไม่สุภาพแม้ในมาตรฐานสังคมปัจจุบัน
 
ปัญหาเรื่องเครื่องแต่งกายในธรรมศาสตร์มีการถกเถียงทุกยุคทุกสมัยมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บริบท เพราะอย่างไรเสียมหาวิทยาลัยก็อยากให้นักศึกษาไม่เหมือนชาวบ้านและต้องการใช้อำนาจของมหาวิทยาลัยเหนือชีวิตร่างกายมากกว่าจะทำหน้าที่ทางปัญญาอยู่แล้ว
 
การถกเถียงเรื่องเครื่องแต่งกายในธรรมศาสตร์ในปัจจุบันก็ยังน่าจะวนเวียนอยู่ในบริบทที่ว่า จุดมุ่งหมายแท้จริงของการสวมใส่เครื่องแบบนักศึกษาคืออะไรกันแน่ เพื่อยกฐานะนักศึกษาให้แยกออกจากกลุ่มอื่นๆอย่างชัดเจนหรือเพื่อประสิทธิผลของการศึกษา 
 
แต่การยกเรื่องวินัยในทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเหตุผลอ้างอิงเรื่องเครื่องแบบและการสอบวัดผลนั้นประหลาดมาก มันดูบิดเบี้ยวเกินว่าเหตุทางวิทยาศาสตร์จะรับได้ด้วยซ้ำ คงไม่น่าจะมีใครต่อต้านถ้ามหาวิทยาลัยมีระเบียบว่า ในการเข้าห้องทดลองทางวิทยาศตร์นั้นให้นักศึกษาสวมใส่ชุดป้องกันอันตรายจากการทดลอง เช่นเสื้อคลุมสีขาว รองเท้าที่หุ้มเท้าทั้งหมด และแว่นตากันสารเคมีหรืออื่นๆที่จำเป็น แต่ชุดนักศึกษาธรรมดาๆแล้วอ้างเพื่อรักษาวินัยในการเรียนวิทยาศาสตร์นี่ไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างยิ่ง ไม่บอกอะไรมากกว่ามหาวิทยาลัยอยากใช้อำนาจแบบทหารเท่านั้นเอง
 
รูปแบบและแนวทางในการต่อต้านเป็นประเด็นที่พูดกันมาก หลายคนเห็นด้วยกับหลักการในการต่อต้านชุดนักศึกษาแต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ แต่ถ้ามองจากบริบทของสังคมปัจจุบันการใช้เรื่องเพศเป็นเครื่องมือนี้นับว่าได้ผลมากทีเดียว เพราะสังคมไทยเป็นสังคมปากว่าตาขยิบในเรื่องเพศ แต่สังคมโลกกำลังยอมรับได้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ประการสำคัญที่สุดคือ ในหลายปีมานี่โดยเฉพาะในสมัยที่พวกที่กำลังด่าๆอยู่นี่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เครื่องแบบนักศึกษาถูกใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าการบริการทางเพศด้วย ชุดนักศึกษาหญิงปัจจุบันนี้ถูก "ดัดแปลง" ให้ดูเป็นชุดที่มีความดึงดูดทางเพศมากกว่าเป็นชุดของผู้คงแก่เรียนสมฐานะนักศึกษาไปจนหมดแล้ว สารที่ผู้ประท้วงส่งออกมาม้นจึงแรงและได้ผลแบบ two in one เลยทีเดียว
 
ผู้ที่ทำงานในวงการโฆษณาประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน จงเร่งติดต่อทีมงานนี้มาร่วมงานทันที่ที่เขาเรียนจบ สมัยนี้หานักนิเทศศาสตร์ที่จับประเด็นสังคมได้เฉียบขนาดนี้ยากเต็มทน ส่วนใหญ่มือถือสากปากถือศีลกันทั้งนั้น
 
--- จบการแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ หวังว่าเพื่อนๆที่เป็นลูกแม่โดมจนวันตายจะเข้าใจรุ่นน้องบ้าง ไม่สนับสนุนก็ไม่เป็นไร ไม่เห็นด้วยก็วิจารณ์ได้ เขาคงรับฟัง แต่ด่าแบบสาดเสเทเสียนี่ไม่สมกับเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ เพราะที่นั่นคือดินแดนเสรี ไม่ใช่ค่ายกักกันดัดสันดาลเยาวชน
 
 
 
ปล. ว่าจะหารูปตัวเองในชุดนักศึกษาธรรมศาสตร์ ปรากฎว่าไม่มี เพราะ 4 ปีที่ท่าพระจันทร์ มิเคยมีเสื้อแบบใดที่เข้ากับนิยามเครื่องแบบนักศึกษาเลย
 
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์