จดหมายฉบับสุดท้ายของ เฉิน ผิง

"My Last Wish" จม.ฉบับสุดท้ายของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ซึ่งพิมพ์อยู่ในหนังสืองานศพของเขา โดยเป็นการเขียนจดหมายถึงสหายและ "เพื่อนร่วมชาติ" และขอส่งต่อการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้กับคนรุ่นหลัง ขณะที่ตำรวจมาเลเซียจับผู้ไปร่วมงานศพ 2 รายที่สนามบินปีนัง พร้อมยึดหนังสือ-ซีดีที่ระลึกจากงานศพ

ตามที่ เฉิน ผิง (Chin Peng/陳平) หรือ ออง บุน หัว หรือ หวัง เหวิน หัว (Ong Boon Hua/王文華) อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในกรุงเทพเมื่อวันที่ 16 กันยายน อายุ 89 ปี และมีพิธีคำนับศพ และฌาปนกิจที่วัดธาตุทองระหว่างวันที่ 20 - 23 ก.ย. นั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

หนังสือที่ระลึกงานศพของ เฉิน ผิง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (CPM)  ใช้ชื่อว่า "In Everlasting Memomy" ลงชื่อผู้แต่งว่า เฉิน ผิง ในเล่มตีพิมพ์ 3 ภาษาได้แก่ ภาษาอังกฤษ มลายู และจีน และมีการเผยแพร่จดหมายฉบับสุดท้าย "My Last Wish" ของเฉิน ผิงด้วย

 

ทั้งนี้ในพิธีคำนับศพของเฉิน ผิง มีการแจกหนังสือที่ระลึกแก่ผู้มาร่วมงาน ชื่อความทรงจำนิรันดร์ หรือ "In Everlasting Memomy" ลงชื่อผู้แต่งว่า เฉิน ผิง โดยหนังสือซึ่งตีพิมพ์ 3 ภาษาได้แก่ ภาษาอังกฤษ มลายู และจีนนั้น ในเล่มประกอบด้วยภาพถ่ายของ เฉิน ผิง และพรรคคอมมิวนิสต์มลายา นับตั้งแต่วัยหนุ่มจนกระทั่งวางอาวุธ ประวัติของเฉิน ผิง

และในเล่มยังมี จดหมายฉบับสุดท้ายที่เขียนโดยเฉิน ผิง จั่วหัวว่า "My Last Wish" หรือความปรารถนาสุดท้าย ตีพิมพ์ 3 ภาษา เขียนถึงสหายและเพื่อนร่วมชาติชาวมาเลเซียทุกคน ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสื่อออนไลน์ในมาเลเซียจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่ใช้ภาษาจีน เนื้อหาในจดหมายได้กล่าวถึงเรื่องชีวิตครอบครัว ความเชื่อมั่น และอุดมการณ์ที่เขาระบุว่าต้องการทำให้โลกนี้มีความยุติธรรมมากขึ้น

อนึ่ง เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานด้วยว่า ตำรวจมาเลเซีย ได้จับกุมชายชาวมาเลเซีย 1 คน และชาวฮ่องกง 1 คน ที่สนามบินนานาชาติที่รัฐปีนัง หลังจากพวกเขากลับมาจากงานฌาปนกิจของ เฉิน ผิงที่กรุงเทพฯ และมีการยึดสัมภาระ ซึ่งภายในมีหนังสือที่ระลึกงานศพ ของที่ระลึกจากงานศพ และดีวีดีที่เกี่ยวกับเฉิน ผิง หมวกดาวแดง และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเฉิน ผิง

โดยชาวมาเลเซียที่ถูกจับดังกล่าว ยังมีบรรดาศักดิ์ "ดาโต๊ะ สรี" และยังเป็นญาติกับอดีต ส.ส.พรรครัฐบาล "แนวร่วมแห่งชาติ" โดยผู้ถูกจับกุมต่อมาได้รับการประกันตัว ขณะที่ตำรวจจะใช้ พ.ร.บ.สิ่งพิมพ์ของมาเลเซีย ดำเนินคดีต่อผู้ถูกจับดังกล่าว

สำหรับเนื้อหาในจดหมายฉบับสุดท้าย "My Last Wish" ของเฉิน ผิงมีดังนี้

000

ความปรารถนาสุดท้าย

ถึงสหายและเพื่อนร่วมชาติอันเป็นที่รักของข้าพเจ้า

เมื่อพวกคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าพเจ้าคงไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้ว

เป็นเจตนาของข้าพเจ้าเองที่ต้องการจากไปอย่างเงียบๆ และให้ญาติๆ ของข้าพเจ้าจัดงานศพอย่างเป็นการส่วนตัว อย่างไรก็ตามจากการที่สื่อรายงานเรื่องอาการป่วยของข้าพเจ้าอย่างไม่ถูกต้องในช่วงเดือนตุลาคม 2011 ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าควรเขียนจดหมายเช่นนี้ไว้

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์มลายา จนกระทั่งกลายเป็นเลขาธิการพรรค ข้าพเจ้าได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการปฏิบัติงานเพื่อเจตจำนงของพรรคคือการต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีขึ้นและเป็นธรรมตามแนวทางอุดมการณ์สังคมนิยม ในตอนนี้เมื่อข้าพเจ้าสิ้นชีพแล้ว ก็ถึงเวลาที่ร่างกายของข้าพเจ้าจะกลับคืนสู่ครอบครัวของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจมากเพื่อรู้ว่าลูกสองคนของข้าพเจ้าพร้อมจะดูแลพ่อผู้นี้ ผู้ที่ไม่สามารถให้ความรัก ความอบอุ่น และการคุ้มครองแบบของครอบครัวแก่พวกเขาได้ตั้งแต่พวกเขาเกิดมา ข้าพเจ้าสามารถมอบความรักให้พวกเขาได้แค่เพียงหลังจากเสร็จกิจการงานด้านการเมืองและการสาธารณะเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเจ็บปวด ที่เวลาที่ว่าก็คือเวลาที่ข้าพเจ้าไม่เหลือชีวิตในฐานะพ่อของพวกเขาแล้วเท่านั้น

มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ข้าพเจ้าต้องแนะนำตัวแก่พวกเขาในฐานะคนแปลกหน้าช่วงที่พวกเขาล่วงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิในการเรียกร้องให้พวกเขาเข้าใจ หรือให้อภัย พวกเขาไม่มีทางเลือกใดๆ เลยนอกจากต้องเผชิญกับความจริงกันโหดร้าย เช่นเดียวกับครอบครัวของเหล่าสหายและผู้เสียสละจำนวนมาก พวกเขาเองก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากและความทุกข์ทรมานที่ไม่ได้มาจากการกระทำของตัวเอง แต่มาจากผลลัพธ์การกระทำของพวกเราที่ต้องการต่อสู้กับอำนาจโหดเหี้ยมของสังคมที่พวกเราต้องการเปลี่ยนแปลง

เป็นเรื่องโชคไม่ดีที่ข้าพเจ้าไม่สามารถไปสักการะหลุมฝังศพของพ่อแม่ข้าพเจ้าที่บ้านเกิดเมืองสิเตียวัน (ในรัฐเประ) หรือได้กลับสู่ดินแดนบ้านเกิดที่สหายของข้าพเจ้าได้ต่อสู้กับผู้รุกรานและนักล่าอาณานิคมอย่างหนัก

สหายของข้าพเจ้าและตัวข้าพเจ้าเองได้ถวายชีวิตของพวกเราแก่เจตจำนงทางการเมืองที่พวกเราเชื่อและยอมเสียอะไรก็ได้เพื่อแลกมันมา ไม่ว่าผลลัพธ์ใดๆ จะเกิดแก่พวกเรา แก่ครอบครัว และแก่สังคม พวกเราขอยอมรับมันด้วยความยินดี

ในการวิเคราะห์สุดท้าย ข้าพเจ้าแค่ต้องการได้รับการจดจำในฐานะคนดีๆ คนหนึ่งผู้ได้บอกแก่โลกว่าเขาได้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อไล่ตามอุดมคติของเขาเองที่ต้องการสร้างโลกที่ดีขึ้นให้กับประชาชนของพวกเขา

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าข้าพเจ้าจะทำสำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ได้ทำในสิ่งที่ทำไป ข้าพเจ้าหวังเพียงว่าเส้นทางที่ข้าพเจ้าเดินไปนั้นจะได้รับการต่อยอดและพัฒนาโดยคนหนุ่มสาวต่อจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่าเปลวเพลิงแห่งความยุติธรรมในสังคมและความเป็นมนุษย์จะไม่มีวันตาย

ลาก่อน สหายอันเป็นที่รักของข้าพเจ้า!
ลาก่อน เพื่อนร่วมชาติอันเป็นที่รักของข้าพเจ้า!
ลาก่อน แผ่นดินแม่อันเป็นที่รักของข้าพเจ้า

(ลายมือชื่อ)

เฉิน ผิง (ออง บุน หัว)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์