ผู้สูงอายุ-เครือข่ายด้านคนพิการเรียกร้อง "รถเมล์ภาษีประชาชน ทุกคนต้องขึ้นได้ทุกคัน"

เครือข่ายสูงอายุ ร่วมกับ องค์กรด้านคนพิการ เดินทางไปสำนักงานใหญ่ ขสมก. เรียกร้องให้การจัดซื้อรถโดยสารรอบใหม่ 3,183 คัน มีทางลาดบริเวณประตูรถ มีระบบเสียง และมีอักษรวิ่ง เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย พร้อมระบุด้วยว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายหาก ขสมก. ใช้เงินภาษีจัดซื้อรถเมล์แบบเลือกปฏิบัติ

แฟ้มภาพรถเมล์ปรับอากาศ ขสมก. ที่ใช้เดินรถอยู่ในปัจจุบันขณะวิ่งออกจากอู่ ขสมก. ถ.เทียนร่วมมิตร ล่าสุดเครือข่ายผู้สูงอายุ และองค์การด้านคนพิการเรียกร้องให้การจัดซื้อรถโดยสารของ ขสมก. ต้องเอื้อให้ทุกคนสามารถใช้โดยสารได้ (แฟ้มภาพ/Google Maps)

 

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนสูงอายุ นำโดย สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ เครือข่ายจิตอาสาเพื่อนคนพิการ เครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ และประชาชนสูงอายุผู้ใช้รถโดยสาร (รถเมล์) สาธารณะ ได้เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ ขสมก. ถ.เทียนร่วมมิตรฯ กทม. เพื่อเรียกร้องให้ ขสมก. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดซื้อรถโดยสารแบบ NGV จำนวน 3,183 คัน จัดทำ TOR หรือขอบเขตของงานในการจัดซื้อรถโดยสารให้ทุกๆ คนสามารถเดินทางด้วยรถเมล์ได้

โดยในแถลงการณ์ที่ยื่นต่อ ขสมก. ได้เรียกร้องให้กำหนดขอบเขตของงาน หรือ TOR การจัดซื้อรถโดยสารให้ชัดเจนว่าจะต้องมี 1) ระบบอำนวยความสะดวกให้ทุกคนในสังคม รวมถึงผู้สูงอายุ และคนพิการทุกคนใช้รถเมล์ทุกคันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย และ 2) มีระบบเสียงและตัวอักษรวิ่งบนป้ายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้คนตาบอดและคนหูหนวกได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่พนักงานขับรถหรือพนักงานเก็บเงินพูด/ทำท่าทางบอกผู้โดยสารทั่วไป

ในแถลงการณ์ที่เครือข่ายยื่นต่อ ขสมก. ระบุด้วยว่า หาก  ขสมก. ไม่ดำเนินการแก้ไข TOR ตามข้อเสนอดังกล่าว เครือข่ายผู้สูงอายุ พร้อมจะร่วมกับ “ภาคีเครือข่ายประชาชน : ทุกคนขึ้นรถเมล์ได้ทุกคัน” ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจาก ขสมก.เลือกปฏิบัติ กล่าวคือ  ใช้เงินจากภาษีของประชาชนทุกคนจัดซื้อรถเมล์ 3,183 คัน  แต่ไม่จัดบริการรถเมล์สาธารณะให้ประชาชนทุกคนใช้ได้ทุกคันอย่างเสมอภาคกัน

อนึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ก.ย. 56 เครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ ประกอบด้วย สภาคนพิการทุกประเทศแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) มูลนิธิคนพิการไทย มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ มูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย และเครือข่ายศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจากทั่วประเทศ ซึ่งได้เฝ้าระวังและจับตาโครงการจัดซื้อรถเมล์ใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ร่วม “รถเมล์ภาษีประชาชน ทุกคนต้องขึ้นได้ทุกคัน” เพื่อแสดงจุดยืนและความต้องการของเครือข่ายฯ ต่อกรณี ขสมก. เตรียมจัดซื้อรถเมล์ใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวี จำนวน 3,183 คัน โดยมีข้อเรียกร้องได้แก่

"ข้อ 1. ขอให้ ขสมก. ดำเนินการแก้ไขร่างขอบเขตของงาน (TOR) โครงการจัดซื้อรถเมล์ใหม่จำนวน 3,183 คัน  ให้มีคุณลักษณะทั่วไปเป็นรถเมล์สาธารณะแบบชานต่ำ หรือกึ่งชานต่ำ ที่มีพื้นรถภายในห้องโดยสารเรียบและไม่มีขั้นบันไดบริเวณประตูกลางรถ และมีทางลาดชนิดเลื่อนเข้า-ออกได้ บริเวณใต้ประตูตรงกลางรถ ที่ "ประชาชนทุกคนในสังคม" สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ทุกคัน

ข้อ 2. ขอให้ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีคำสั่งไปยังประธานคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) ขสมก. ให้ “ยกเลิก” ความคิดที่จะติดตั้งลิฟต์ยกรถเข็นคนพิการในรถเมล์สาธารณะที่จะจัดซื้อใหม่ ทั้งในปัจจุบันและที่จะจัดซื้อเพิ่มในอนาคต เพราะนอกจากตัวลิฟต์จะมีราคาแพงและสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุแล้ว ยัง “ไม่ใช่” ความต้องการของคนพิการที่ใช้เก้าอี้รถเข็น อีกด้วย (การใช้ลิฟต์ยกรถเข็นคนพิการ ขึ้น-ลงรถเมล์ประจำทาง จะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาทีต่อคันต่อครั้ง ในกรณีชั่วโมงเร่งด่วน เกรงว่าจะไม่มีคนพิการกล้าออกมาใช้บริการ เพราะคนพิการไม่อยากตกเป็น “จำเลยของสังคม”...โดยไม่จำเป็น)

ข้อ 3. ขอให้กระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดที่กำกับดูแล ขสมก. และเจ้าของนโยบาย “สะดวก ปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ใส่ใจคนพิการ”  มีหนังสือสั่งการไปยัง ขสมก. ให้แต่งตั้งผู้แทนคนพิการจากทุกประเภทความพิการ ร่วมเป็นคณะทำงานยกร่างขอบเขตของงาน (TOR) และพิจารณาแต่งตั้งผู้แทนคนพิการ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ร่วมเป็นคณะกรรมการจัดซื้อและตรวจรับงานในโครงการจัดซื้อรถเมล์ดังกล่าว เพื่อเป็นหลักประกันว่ารถเมล์ที่จะจัดซื้อใหม่ ทุกคนรวมทั้งคนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ทุกคัน

ข้อ 4. ขอให้ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี กำชับและกวดขันหน่วยงานที่ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 21 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันสนับสนุนมาตรการผลักดันการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ ในโครงการ "เปลี่ยนภาระ เป็นพลัง สร้างสังคมเพื่อทุกคน" (เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2556 ที่ทำเนียบรัฐบาล) ไม่ให้กระทำการในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ ดั่งเช่นกรณีของ ขสมก. อีกต่อไป

ข้อ 5. ขอให้ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ประสานทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหา กรณี ขสมก. เลือกปฏิบัติต่อคนพิการ และนำผลความคืบหน้าในการดำเนินงาน มารายงานให้ผู้แทนเครือข่ายองค์กรด้านคนพิการทราบ ในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ในวันที่ 16 ก.ย. ที่จะถึงนี้

เครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ ขอเรียนว่าพวกเราจะยืนหยัดต่อสู้ในทุกวิถีทางและทุกรูปแบบ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ ให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ หรือชีวิตก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  เข้าถึงสิทธิอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป  รวมถึงเป็นบุคคลที่มีคุณค่า สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติต่อไป"

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์