ชวนสดับ ‘คำปราชญ์ว่าไว้’ กับแอดมินเพจ ‘ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด’

“คนเก่งมีอยู่มาก แต่ที่หายากคือคนหาย” คือคติที่แอดมินเพจ ‘ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด’ ชื่นชอบ ชวนอ่านความคิดของเฟซบุ๊กแฟนเพจนี้ที่อุดมไปด้วยคติ ปรัชญาและภาษิต กวนๆ ชวนให้คิดและขำ

ภาพจากเพจ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด (7 ต.ค.56)

หากกล่าวถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันแล้ว ส่วนมากสไตล์การโพสต์ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ คือการใช้ภาพมีมบวกกับการโควทคำ โดยเฉพาะคำคม คำพูดโดนๆ ภาษิต ปรัชญา ทั้งที่คิดค้นเองหรือก๊อบมาก็จะสามารถเรียกไลค์เรียกแชร์จากแฟนเพจได้มาก

ด้วยความนิยมในลักษณะนี้ พร้อมๆ กันจึงมีเพจที่เกิดขึ้นมาเพื่อล้อเลียนการโพสต์คำเท่ๆ เช่น เพจอย่าง “กูKuote” ที่ล้อเลียนการโควทคำในประเด็นที่จริงจัง โดยเพจนี้ยกเอาคำที่ไม่ใช่ประเด็นของการนำเสนอนั้นมาโควท มาไฮไลท์ หรือเพจอย่าง “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ที่ล้อเลียนการโควทคำพูดที่ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาหรือผู้พูด แต่เพจนี้ยกเครดิตทั้งหมดไปกับมิตรสหายท่านหนึ่งหรือบุคคลนิรนามแทน เป็นต้น

ที่น่าสนใจคือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเพจล้อเลียนคำพูดเท่ๆ อย่าง "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ที่ฮอตฮิตอย่างรวดเร็ว เพียง 1 สัปดาห์มีแฟนเพจกว่า 100,000 แล้ว เพจนี้จับเอา ภาษิต ปรัชญา คำคม ที่ดูลุ่มลึก พร้อมกับภาพมีมหรือแบ็คกราวน์ที่เป็นภาพลายเส้นขึงขังแบบจีนๆ มาใส่มุขบิดคำสร้างความฮาหรืออมยิ้มมุมปากแก่ผู้พบเห็น

ตัวอย่างเช่น “ไม่เห็นโลงศพ มาผิดศาลา” (ยอดไลค์กว่าสองหมื่น)  “ศิษย์ได้ดีก็เพราะครู ศิษย์ได้ครูก็ดี” ที่เป็นข้อความพร้อมภาพมีมเป็น เอี้ยก้วย กับ เซียวเหล่งนึ่ง คู่พระนางในมังกรหยกที่มีสถานะเป็นศิษย์อาจารย์กันด้วย เป็นต้น

ภาพจากเพจ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด (6 ต.ค.56)

ประชาไทลองสนทนากับแอดมินเพจฮอตแห่งนี้เพื่อสำรวจแนวคิดและที่มาของมุขฮาๆ เหล่านี้ 

00000

 

ประชาไท : ทำไมตั้งชื่อเพจว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด"?

แอดมินเพจ "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" : ที่เราตั้งชื่อเพจแบบนี้เพราะ เราแซวกันในออฟฟิศ ว่า "รู้เยอะนะ" เวลาที่มีใครสักคนเอาคำเท่ ของคนนู้นคนนี้มาพูด แล้วเราก็ชอบแซวคำนั้นๆ เป็นรูปแบบอื่น จนเกิดความตลก

 

จริงๆ เพจตั้งใจสื่อปรัชญาหรือคติเตือนใจอะไรหรือไม่ เนื่องจากตั้งคำอธิบายเพจว่า "คำปราชญ์ว่าไว้" หรือเอาฮาอย่างเดียว?

ก็ไม่ได้หวังเตือนสติอะไรครับ เราแค่อยากใช้สิ่งที่ทุกคนไปอ่านไปเจอไปแชร์มา ซึ่งเป็นอะไรที่ทุกคนน่าจะเคยผ่านตาเคยพบเห็นอยู่แล้ว มาต่อยอดให้เกิดความสนุกและผ่อนคลายบ้าง ที่ตั้งคำอธิบายไว้ว่า "คำปราชญ์ว่าไว้" ก็เพื่อให้คนรู้สึกว่า สิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงจังและดูมีความรู้ และพออ่านๆ ไปก็เป็นเพียงมุขตลกที่เราสอดแทรกเข้าไปเท่านั้น

 

ทำไมใช้รูปโปรไฟล์เป็น "sun tzu"(ซุนวู)?

ที่ใช้รูปเป็นซุนวู เพราะ น่าจะเป็นนักปราชญ์ที่คนไทยรู้จักกันมากที่สุด มากกว่าอาร์คิมิดีสหรืออริสโตเติล

 

ทำไมต้องใช้ภาพแบ็คกราวน์เป็นเหมือนภาพปรัชญาหรือคำคมของนักปรัชญาชาวจีน?

ก็คงเพราะจุดเริ่มต้นที่เราพยายามทำให้ดูเป็นคำปราชญ์จีนอยู่แล้ว เลยอยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งรูป Cover(ภาพปกในเฟซบุ๊ก) ก็เพิ่งมาทำหลังจากได้ 1000 ไลค์ แล้วรู้สึกว่าต้องทำเพจให้ดูดีหน่อยครับ (หัวเราะ)

 

คิดว่าเพราะอะไรยอดไลค์และคนพูดถึงเพจถึงทะลุหลักแสนไปแล้ว ทั้งๆ ที่เปิดมาไม่กี่วัน?

จริงๆ เพจนี้เราเปิดขึ้นมาตั้งแต่ 27 สิงหาคม 2556 และเริ่มโพสต์อะไรเล่นๆ ขำๆ กันเองในออฟฟิศ จนกระทั่งพี่คนนึงแนะนำว่า ให้ทำเป็นรูปสิ น่าจะขำกว่า เลยลองทำเป็นรูปภาพขึ้นมา แต่ไลค์ก็ไม่เยอะมากอะไรครับ อยู่ 120 กว่าๆ มานาน จนกระทั่งมีเพื่อนในออฟฟิศ อีกคนบอกว่า "ทำไมแอดมินไม่กดแชร์วะ" แอดมินทุกคนเลยกดแชร์กัน จากนั้น 2-3 วัน ยอดไลค์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ

ก็ขอบคุณครับที่สนับสนุนกัน ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะถึงแสนไลค์ได้เลย ยังคุยกันติดตลกอยู่เลยว่า สิ้นปีนี้ เราจะต้องทำให้ได้ จาก 129 เป็น 130

จริงๆ ข้อนี้ เราแซวกันเล่นๆ อยู่เลยว่าครบ 10000  ไลค์เราจะปิดเพจ (หัวเราะ)

 

ไหนๆ เพจก็มีชื่อว่าด้วย  "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" แล้ว มองความรู้กับสังคมไทยอย่างไร?

เราคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการสอนวิชาการที่หนักนะครับ ไหนจะการบ้าน ไหนจะต้องไปเรียนพิเศษ เด็กทุกคนฉลาดเป็นหน้าเป็นตาของประเทศกันหมด ทั้งฟิสิกส์โอลิมปิก คณิตศาสตร์โอลิมปิก ฉะนั้นแล้ว เพจเราเลยอยากให้ท่านมองมุมต่างบ้าง และมีอมยิ้มเล็กๆ บ้างในวันหนักๆ ครับ

 

มันมีคำภาษิตว่า "รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" แอดมินในฐานะที่ตั้งชื่อเพจว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" มองอย่างไรกับภาษิตนี้?

ผมเองเห็นว่ามันขัดกับคำว่าความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดพอควรนะครับ ผมจึงไม่รู้จะอธิบายเกี่ยวกับคำนี้ยังไง คงบอกได้แค่ว่า

"รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี อิชิตันกรีนที เป็นยอดชา"

ภาพโดยประชาไท

มีคำปรัชญาหรือคติไหนที่แอดมินชอบเป็นการส่วนตัว ที่ลงในเพจไปแล้ว คือเรียกว่าจำและนำไปใช้จนขึ้นใจ?

ความชอบส่วนตัวคงเป็น “คนเก่งมีอยู่มาก แต่ที่หายากคือคนหาย”

ภาพโดยประชาไท

ส่วนการเอาไปใช้ในชีวิตจริงนั้นผมคิดว่าคงไม่ได้ ไม่มีอันไหนเลยที่ใช้ได้นอกจากใช้เรียกเสียงฮา เท่านั้นครับ

 

มีนักคิดหรือนักปรัชญาที่แอดมินชื่นชอบไหม คือใครและทำไมถึงชอบ?

จริงๆ ผมชอบโน้ส อุดม แต้พานิช นะครับ ผมไม่รู้ว่าเรียกว่าเป็นนักคิดมั้ย แต่เขาเป็นคนรู้จักทำตัวเองให้ไม่เครียดดีครับ ติดตามผลงานเขามาตลอด และคิดว่าถ้าผมสามารถมองเรื่องเครียด หรือ เรื่องรอบตัวให้เป็นเรื่องสนุกได้ ผมคงใช้ชีวิตที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องอาศัยคำคมอะไรเลยครับ

 

“ส่วนตัวผมเชื่อว่าความสุขมีอยู่ทุกที่ครับ แค่เราเปลี่ยนมุมมองเราจะเจอความสุขมากมายที่อยู่รอบๆ ตัวเราครับ”

แอดมินเพจ "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" กล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์